ชมรมอนุรักษ์และป้องกันตนเองเกาะราชา จ.ภูเก็ต ไอเดียกระฉูดนำขยะประเภทขวดแก้วมาบดละเอียดผสมปูนซีเมนต์สร้างถนนบนเกาะ - ทุ่นผูกเรือ
จากกรณีที่หลายพื้นที่หลายจังหวัดกำลังประสบปัญหาขยะล้นเมือง โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีปริมาณขยะในแต่ละวันจำนวนมหาศาล ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตก็เป็นหนึ่งในอีกหลายจังหวัดที่ประสบกับปัญหาดังกล่าว
ล่าสุดทางกลุ่มชมรมอนุรักษ์และป้องกันตนเองเกาะราชา ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้มีแนวคิดที่จะกำจัดขยะแบบครบวงจรขึ้นมา โดยเฉพาะขยะจำพวกขวดแก้วที่ถูกทิ้งบนเกาะ จะนำมาบดละเอียดผสมปูนซีเมนต์มาก่อสร้างถนนบนเกาะ พร้อมกับทำทุ่นผูกเรือเป็นทรงสี่เหลี่ยมปิระมิด เพื่อให้เกิดประโยชน์
นายโสภณ สุขรินทร์ รองประธานชมรมอนุรักษ์และป้องกันตนเองเกาะราชา ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาขยะบนเกาะราชาซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นว่า ได้จัดทำโครงการกำจัดขยะแบบครบวงจร เพื่อแก้ปัญหาการทิ้งขยะบนเกาะ
โครงการเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2542 โดยการคัดแยกขยะแต่ละประเภท จากนั้นก็นำมาบริหารจัดการด้วยการรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่า รวมถึงการย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในธรรมชาติ
“ เกาะราชาเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีความสวยงามของธรรมชาติ โดยเฉพาะแหล่งดำน้ำดูปะการังและหาดทรายที่ขาวสะอาด เงียบสงบ ทำให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวบนเกาะ ส่งผลให้การท่องเที่ยวของเกาะราชามีการเติบโตขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และปัญหาที่เกิดขึ้นตามมา คือ ขยะ ซึ่งมีหลากหลายประเภท
การกำจัดที่ผ่านมานอกจากการนำขึ้นมายังเกาะภูเก็ต เพื่อนำไปกำจัดที่โรงเตาเผาแล้ว ส่วนหนึ่งก็จะมีการฝังกลบแต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัดและก่อให้เกิดปัญหาด้านมลภาวะ ทางผู้ที่เกี่ยวข้องจึงได้มีแนวคิดร่วมกันว่าน่าจะหาวิธีการกำจัดที่ก่อให้เกิดประโยชน์ และลดภาระของโรงเตาเผา จึงได้จัดทำโครงการจำกัดขยะแบบครบวงจรขึ้น แม้ว่าขณะนี้ปริมาณขยะจะยังไม่วิกฤต แต่ก็ต้องมีการเตรียมความไว้ก่อน ”
นายโสภณ กล่าวถึงวิธีการทำงานว่า ในการคัดแยกขยะก็จะแบ่งออกเป็นประเภทชัดเจน สำหรับบนเกาะ คือ ประเภทขวดแก้ว ซึ่งมีปริมาณค่อนข้างมาก เมื่อนำไปจำหน่ายก็ไม่ได้ราคา และจะต้องใช้พื้นที่จำนวนมากในการจัดเก็บ หากจะนำไปฝังกลบก็จะก่อให้เกิดมลพิษ ประเภททั่วไป เช่น ขวดพลาสติก กระดาษ เป็นต้น
เมื่อคัดแยกออกมาแล้วก็จะติดต่อสถานที่รับซื้อ และประเภทสุดท้าย ประเภทขยะเปียก จากเศษอาหารต่างๆ ก็จะนำมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพ หรืออีเอ็มเพื่อนำมาเป็นปุ๋ยหรือกำจัดเชื้อโรคต่างๆ
ในส่วนของขวดแก้ว ได้มีการจัดซื้อเครื่องบดขวดมาติดตั้งไว้บนเกาะ โดยได้ขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการและประชาชน นำขวดแก้วทุกประเภทมาทิ้งรวมไว้ในจุดเดียวกัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการบนเกาะได้อนุญาตให้ใช้สำหรับการสร้างโรงเรือนและติดตั้งเครื่องบดขวดแก้ว
โรงเรือนดังกล่าวออกแบบเป็นการเฉพาะในราคาประมาณ 140,000 บาท โดยได้รับงบประมาณในการจัดซื้อจากผู้ประกอบการและประชาชนบนเกาะ นอกจากนี้ยังสนับสนุนงบประมาณว่าจ้างพนักงานทำหน้าที่ในการดูแลโรงงานบดขวดแก้วด้วย
ผลจากโครงการดังกล่าวทำให้ปริมาณขยะบนเกาะลดลง โดยเฉพาะในส่วนของเครื่องบดขวดแก้ว ซึ่งขณะนี้ได้บดขวดแก้วที่มีอยู่จำนวนมาก และนำไปเป็นส่วนผสมของปูนซีเมนต์ ในการสร้างถนนยาวประมาณ 280 เมตร และทำทุ่นผูกเรือ ขนาด 1.50 x 80 x 1.20 เมตร น้ำหนักประมาณ 2 ตัน เบื้องต้นสร้างประมาณ 15-20 ลูก คาดว่าโครงการนี้จะเป็นแบบอย่างให้กับพื้นที่อื่นๆ ต่อไปในอนาคตด้วย
