อียู ฟลาวเวอร์ ตรารับรองสิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของอียู บอกให้ผู้บริโภครู้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตราฐานสิ่งแวดล้อม
ธุรกิจผ้าไหมของบริษัท กรีนวิลล์ เทรดดิ้ง เป็นรายแรกของโลกที่ได้รับเครื่องหมายดอกไม้ก้านสีเขียวมีดาว12 ดวงล้อมรอบอักษร E ที่หมายถึงสิ่งแวดล้อม
ย้อนกลับไปปี 2549 อียูสนับสนุนภาครัฐของไทยทำโครงการเพิ่มขีดความสามารถแก่เอสเอ็มอีที่ส่งสินค้าไปยังตลาดอียูผ่านโครงการ EU-SPF (EU-Thailand Small Project Facility) และการสนับสนุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอรูปแบบใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นเป้าหมายหนึ่งของโครงการ
"ตอนนั้นภาครัฐคัดเลือกผู้ประกอบการสิ่งทอ 4 ราย และกรีนวิลล์ เทรดดิ้งเป็น 1 ใน 4 ราย เราไปในฐานะผู้ประกอบการผ้าไหม” ปิลันธน์ ธรรมมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนวิลล์ เทรดดิ้ง จำกัด เล่าที่มา
แต่กว่าจะได้ฉลากอียู ฟลาวเวอร์มาครอบครอง กรีนวิลล์ เทรดดิ้ง ต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่หนึ่งปีครึ่ง โดยคณะกรรมการของสหภาพยุโรปส่งเจ้าหน้าที่มาสังเกตการณ์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเพื่อตรวจสอบกระบวนการผลิตผ้าไหมให้เป็นไปตามข้อกำหนดของอียู
ขั้นตอนที่คณะกรรมการฯ เพ่งเล็งเป็นพิเศษคือ กระบวนการฟอกย้อม และนับเป็นกระบวนการที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เนื่องจากต้องใช้น้ำกว่า 2 แสนลิตร ยิ่งใช้น้ำมากจำนวนน้ำเสียก็มากตาม และยังเป็นขั้นตอนที่ใช้พลังงานมากกว่า 50% ของกระบวนการผลิตผ้าไหมทั้งหมด
เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปตามมาตรฐานที่อียูต้องการ ผู้ประกอบการผ้าไหมจึงพัฒนากระบวนการฟอกย้อมให้ลดการใช้น้ำ และลดพลังงานลงถึง 5 เท่า ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงด้วยกระบวนการจุ่มแล้วอัดที่ใช้ลูกบีบและความร้อนช่วยทำให้สีติดภายในเวลา 2-3 นาทีจากเดิมต้องรอ 4 ชั่วโมง
สีที่ใช้ยังปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แม้ต้นทุนจะแพงกว่าสีทั่วไป 20% แต่ได้สัดส่วนการย้อมติดมากขึ้น ลดกระบวนการฟอกซ้ำ ทำให้กระบวนการฟอกย้อมใหม่ที่พัฒนาขึ้น ประหยัดการใช้ทรัพยากรและลดน้ำเสียจากกระบวนการได้มาก จนกลายเป็นผ้าไหมรายแรกที่ติดฉลากสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป
“ถึงจะได้ฉลากรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมมาแล้ว แต่เราก็ยังไม่ได้ขายสินค้าออกไปเลย คือเรามองว่า เราก้าวเร็วไป ตลาดผลิตภัณฑ์สีเขียวยังไม่ใหญ่พอ แต่เราพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องพร้อมกับรอเวลา” ปิลันธน์กล่าว และมองว่า ปีนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้น
ลูกค้าของกรีนวิลล์ เทรดดิ้ง มาจากเอเชียและยุโรป อย่างเช่นบริษัทรายใหญ่ของญี่ปุ่นแห่งหนึ่งสนใจนำผ้าไหมรักสิ่งแวดล้อมไปต่อยอดทำธุรกิจสีเขียว เช่นเดียวกับดีไซเนอร์ชาวอังกฤษที่สนใจมากถึงกับบินตรงมาดูผลิตภัณฑ์ถึงเมืองไทย
ปิลันธน์ มั่นใจว่า แนวโน้มแบรนด์แฟชั่นระดับโลกกำลังมุ่งไปที่สิ่งทอเพื่อสิ่งแวดล้อม (EcoTextile) ที่สำคัญ ทำให้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นที่ต้องการของตลาด แบรนด์ดัง ๆ จะหันมาสนใจ เพื่อเกาะเทรนด์ผู้บริโภคที่ตื่นตัวและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
“แม้ผ้าไหมที่ได้รับฉลากรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมจากอียูจะยังไม่ได้ทำรายได้ให้กับบริษัท แต่ก็เป็นก้าวสำคัญที่เราเริ่มเปิดตลาด โอกาสที่ความต้องการของผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ จะสนใจเข้ามาคุยและร่วมทำธุรกิจก็มีมากขึ้น ภาครัฐก็สนับสนุนโดยมีนโยบายการจัดซื้อสีเขียวเมื่อปี 2551 ที่แบ่งสรรงบประมาณส่วนหนึ่งสำหรับสิ่งทอเพื่อสิ่งแวดล้อม ทำให้การจัดซื้อของภาครัฐจะมองไปที่ผลิตภัณฑ์สีเขียวมากขึ้น เป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่จะเปิดตลาดสีเขียว”
เริ่มก่อนถือว่าได้เปรียบ แม้จะยังไม่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ผ้าไหมรักษ์โลกก็ถือเป็นผลิตภัณฑ์สีเขียวที่กรีนวิลล์ เทรดดิ้งพัฒนาประกาศขอเป็นผู้กรุยทาง และบุกเบิกตลาดแฟชั่นสีเขียว
Tags : อียู • ผ้าไหม • บริษัท กรีนวิลล์ เทรดดิ้งจำกัด

