ม.เกษตรศาสตร์วิจัยฝ้ายสีธรรมชาติสายพันธุ์ใหม่ เส้นใยยาว ยืดหยุ่นได้ดี เส้นใยเป็นสีธรรมชาติสีเขียวและสีน้ำตาลไม่ต้องย้อมสีเคมี ช่วยลดมลพิษ
ศาสตราจารย์ ดร.ประภารัจ หอมจันทน์ ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์หัวหน้าโครงการ “การผสมผสานวิธีการควบคุมแมลงศัตรูพืช ในการพัฒนาผลผลิตและผลิตภัณฑ์ฝ้ายสีระดับท้องถิ่นเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง” กล่าวว่า พันธุ์ฝ้ายสีธรรมชาติในประเทศปัจจุบัน มีเพียงฝ้ายตุ่นซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองของบ้านเรา ให้สีน้ำตาลอ่อนแต่เส้นใยสั้น ส่วนฝ้ายพันธุ์สีขาวที่มีอยู่เมื่อนำมาทำผลิตภัณฑ์ ต้องย้อมด้วยสีเคมี ที่ทำให้เกิดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
ในการทำวิจัยแรกเริ่มได้นำเมล็ดพันธุ์ฝ้ายสีธรรมชาติมาจากประเทศฝรั่งเศสที่ให้เส้นใยสีน้ำตาลเข้มและสีเขียว แล้วนำมาทำการคัดเลือกต้นฝ้ายที่ให้คุณสมบัติที่ต้องการในสภาพไร่ทางหนึ่ง และอีกทางหนึ่งได้ทำการผสมกลับฝ้ายสีธรรมชาติดังกล่าวกับพันธุ์ฝ้ายสีขาวที่มีลักษณะดี ซึ่งได้ทำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 จนได้สายพันธุ์ฝ้ายสีธรรมชาติที่มีความทนทานต่อแมลงศัตรูพืช เส้นใยยาว เหนียว ยืดหยุ่นได้ดี
จากนั้นได้นำไปถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยได้ทำแปลงสาธิตการปลูก รวมถึงการควบคุมแมลงศัตรูฝ้าย และส่งเสริมการทำผลิตภัณฑ์ฝ้ายสีธรรมชาติในพื้นที่ภาคกลางที่เคยมีการปลูกฝ้ายและทอผ้าฝ้าย คือ อำเภอ ตาพระยา จังหวัดสระแก้ว และอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ต่อมาได้ขยายการดำเนินงานไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดอุบลราชธานี และสกลนคร สำหรับภาคเหนือมีแนวคิดจะขยายไปยังจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำปางในช่วงปีหน้า ฝ้ายที่ได้จากแปลงสาธิตได้นำไปให้ชาวบ้านทดลองทำการ หีบ ปั่น ทอเส้นด้าย และทำผลิตภัณฑ์สิ่งทอต่างๆ
โครงการ “การผสมผสานวิธีการควบคุมแมลงศัตรู ในการพัฒนาผลผลิตและผลิตภัณฑ์ฝ้ายสีในระดับท้องถิ่นเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง” คือ คัดเลือกสายพันธุ์ฝ้ายสีธรรมชาติที่ให้ผลผลิตสูง และมีคุณภาพดี เกษตรกรได้เรียนรู้วิธีการดูแลฝ้ายในการควบคุมแมลงศัตรูพืช สามารถสร้างงานถาวรอย่างครบวงจรให้กับชุมชนตั้งแต่การปลูกฝ้ายไปจนถึงการปั่น ทอ และทำผลิตภัณฑ์ในพื้นที่เดียวกัน
ทั้งยังสร้างให้ชุมชนเห็นคุณค่าของผู้สูงอายุในการถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิม ตั้งแต่การหีบ ตีปุย ปั่นเส้น ทำกลุ่มด้าย ไปจนถึงศิลปะการทอผ้า ถือได้ว่าเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมการทอผ้าจากรุ่นสู่รุ่นไม่ให้สูญหายไป
ข้อดี และคุณสมบัติที่ดีของการใช้ฝ้ายสีธรรมชาติ นอกจากจะช่วยลดต้นทุนเรื่องการย้อมสี ประหยัดพลังงานน้ำ ไม่ต้องฟอกย้อม ช่วยลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมแล้ว คุณสมบัติเด่นของฝ้ายสีธรรมชาติ คือ ไม่มีสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง จึงไม่เป็นพิษต่อผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ มีความเหนียวและยืดหยุ่นได้ดี เส้นใยยาว สีไม่ตก มีสีเข้มขึ้นเมื่อผ่านการซัก ยิ่งซักสีจะยิ่งสดไม่เหมือนฝ้ายย้อมทั่วไปที่ยิ่งซักยิ่งซีด สามารถย้อมสีฝ้ายได้ด้วยสีจากธรรมชาติ เช่น ย้อมด้วยคราม จึงไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตามฝ้ายสีธรรมชาติยังคงมีข้อจำกัดบางประการ คือ ความหลากหลายของสียังมีน้อย แต่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้ได้สีที่หลากหลายอาจทำได้โดยการปั่นฝ้ายสีธรรมชาติ ผสมกับฝ้ายสีขาวเพื่อให้เกิดความเข้ม-อ่อนที่ต่างกัน นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องความชำนาญของกลุ่มทอผ้าแต่ละพื้นที่ บางกลุ่มยังไม่มีความชำนาญในการทอผืนและทำลวดลาย
ทางคณะวิจัยได้ไปช่วยสอนและแนะนำการทำลายผืนผ้าหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ผ้ารองจาน ผ้าคลุมไหล่ ฯลฯ อีกทั้งผลผลิตที่ยังมีน้อย เนื่องจากการขยายแปลงปลูกยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ปลูกฝ้ายทุกภาคส่วน ปัจจุบันโรงงานผลิตเส้นด้ายบางแห่งมีความต้องการปุยฝ้ายสีธรรมชาติเพื่อนำมาทำกลุ่มด้ายจำหน่าย แต่ผลผลิตยังไม่เพียงพอที่จะรองรับงานอุตสาหกรรมได้ ขณะนี้จึงทำได้เฉพาะในระดับชุมชนเท่านั้น ในอนาคตเกษตรกรอาจเพิ่มขีดความสามารถในการเพิ่มผลผลิตฝ้ายสีธรรมชาติเพื่อนำส่งเข้าโรงงานได้
เกษตรกรผู้สนใจต้องการปลูกฝ้ายสีธรรมชาติ สามารถติดต่อขอรับเมล็ดพันธุ์ฝ้ายสีขาวและสีธรรมชาติได้ที่ ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ 02-942-8350 โทรสาร 02-561-4882 หรือโทรศัพท์มือถือ 081-743-6654 ในวันและเวลาราชการ หรือดูรายละเอียดได้ที่ http://ento.agr.ku.ac.th
