กรุงเทพธุรกิจ

ไอที-นวัตกรรม : นวัตกรรม

วันที่ 9 กรกฎาคม 2552 11:31

ล้อแม็ก-โช้คอัพจะเปราะหรือแกร่ง เอ็มเทคตอบได้

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

เอ็มเทคคิดค้นเครื่องมือวัดความเปราะในชิ้นงานอะลูมิเนียม คลุมทั้งตัวถัง โช้คอัพจนถึงล้อแม็ก ลดต้นทุน-สินค้าตกมาตรฐานในอุตฯชิ้นส่วนยานยนต์

ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค/สวทช.) เปิดเผยถึง "เครื่องวัดปริมาณไฮโดรเจนในอะลูมิเนียม" ว่า เป็นผลงานจากการค้นคว้าวิจัยสำหรับตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างชิ้นงานอะลูมิเนียมจากเตาหลอม ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตจริง โดยทดลองใช้งานจริงอยู่ใน 7 บริษัทด้านชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น บริษัท สยามเลมเมอร์ซ จำกัด  ผู้ผลิตล้ออัลลอยด์ให้ค่ายรถในญี่ปุ่นและยุโรป บริษัท เอนไก ไทย จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ให้รถญี่ปุ่น และบริษัท เควายบี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตโช้คอัพ "คายาบา"

 การตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างชิ้นงาน ถือเป็นขั้นตอนจำเป็นที่ช่วยลด "ของเสีย" และลดต้นทุนในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ที่มีแนวโน้มนำ "อะลูมิเนียมผสม" มาใช้แทนเหล็กในการผลิตชิ้นงานมากขึ้น

 เนื่องจากน้ำหนักเบา แต่ปัญหาที่พบในกระบวนการผลิตคือ เนื้อโลหะมีรูพรุน ซึ่งเกิดจากปริมาณ "ไฮโดรเจน" ปะปนในเนื้ออะลูมิเนียมมากเกิน ทำให้ไม่มีความแข็งแรง แตกหักง่าย ไม่ว่าจะเป็น ตัวถัง ล้อแม็ก โช้คอัพ รวมถึงโลหะในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เช่น อุปกรณ์ทำความเย็น ชิ้นส่วนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

 ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีควบคุมระดับไฮโดรเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีชิ้นงานไม่ได้มาตรฐาน เหลือทิ้งเป็นของเสียจากกระบวนการผลิต ด้วยสภาพดังกล่าว ทีมงานจึงศึกษาเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2548 เพื่อหาปัจจัยที่ส่งผลต่อปริมาณไฮโดรเจนในชิ้นงาน เช่น อุณหภูมิการหลอม ความดันในขณะที่โลหะเริ่มแข็งตัว เพื่อพัฒนาเครื่องมือวัดปริมาณไฮโดรเจนดังกล่าว

 ระบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 2 ส่วน คือฮาร์ดแวร์หรือเครื่องวัด และซอฟต์แวร์ที่ออกแบบใหม่ เพื่อประมวลผลจากค่าพารามิเตอร์ที่ตรวจวัดได้ ราคาต้นทุนประมาณ 2 แสนบาท เทียบกับเครื่องนำเข้าราคาอยู่ที่ 2 - 3 ล้านบาท ซึ่งมีจุดอ่อนคือขาดความแม่นยำ เพราะกระบวนการหลอมโลหะของแต่ละแห่งมีสภาวะการหลอมต่างกัน ทั้งความร้อน อุณหภูมิและความดัน

 “เราจดสิทธิบัตรเฉพาะส่วนของเทคนิคที่สามารถเปิดเผย รวมถึงสร้างเครื่องหมายการค้าโดยใช้ชื่อว่า "ออลไรท์" และอยู่ระหว่างทดลองใช้งานจริง เก็บข้อมูลประเมินผลเปรียบเทียบระหว่างเครื่องของเอ็มเทคกับเครื่องนำเข้า รวมถึงต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่ลดลงของภาคอุตสาหกรรม” นักวิจัย กล่าว

 ในอนาคตทีมวิจัยเอ็มเทคมีแนวคิดที่จะพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรม เช่น เครื่องมือดึงไฮโดรเจนส่วนเกินออก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีต่อเนื่องจากระบบตรวจวัดข้างต้น และเป็นสิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ต้องการอย่างแท้จริง

 

Tags : ชิ้นส่วนยานยนต์ ไฮโดรเจน จุลเทพ ขจรไชยกูล

advertisement

advertisement