อิสระในการเคลื่อนที่ ปลดล็อคบริการโมบายบรอดแบนด์ไร้สายในไทย
ความเป็นอิสระในการเคลื่อนที่และความสามารถที่จะคงการเชื่อมต่อตลอดเวลา เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้บริโภคในประเทศไทย การพัฒนาของชุมชน องค์กรธุรกิจและระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีประสิทธิภาพอาศัยการแพร่หลายของระบบสื่อสารไร้สายระดับสูง
ดังนั้นแน่นอนว่า ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องอ้าแขนรับบรอดแบนด์ไร้สายแบบ 3 จี ซึ่งสามารถเป็นจริงในอีกไม่ช้านี้ หากว่าอุปสรรคทางด้านระเบียบข้อบังคับต่างๆ จะถูกจัดการ
ประเทศไทยจะต้องรอคอยการมาถึงของระบบ 3 จี อีกนานเท่าไรเป็นสิ่งที่ยากจะรู้ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนก็คือเครือข่ายไร้สายจากสุดยอดเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้จะกลายเป็นรากฐานที่ช่วยเปลี่ยนแปลงระบบการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทยและผลักดันการเจริญเติบโตและการพัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคม
ขณะที่โมบายบรอดแบนด์ไร้สายกลายเป็นสิ่งธรรมดาไปแล้วในประเทศต่างๆ ทั่วโลก และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ผู้บริโภคในประเทศไทยกลับได้แต่เฝ้ารอคอยว่าจะได้สัมผัสประสบการณ์การใช้บริการข้อมูลความเร็วสูงเหล่านี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นตลาดที่มีสถานะการพัฒนารั้งท้ายเพื่อนบ้าน ประเทศไทยกลับเป็นประเทศที่ล้าหลังเพื่อนบ้านในการเปิดตัวบริการ 3 จีอย่างเต็มที่ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการจัดการด้านการออกใบอนุญาตและการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ยังไม่แล้วเสร็จ
อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งมองเห็นถึงความสำคัญของระบบ 3 จี ที่มีต่อประเทศไทยและประโยชน์ในด้านการสนับสนุนและเร่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้กระตุ้นให้เร่งกระบวนการออกใบอนุญาต 3 จี
นี่เป็นก้าวย่างที่สำคัญและน่ายินดีในทิศทางที่ถูกต้อง เนื่องจากโครงสร้างอันสำคัญนี้จะช่วยให้ภาครัฐบาลของประเทศไทยสามารถบรรลุวัตถุประสงค์การทำงานระยะยาวด้านการให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมคุณภาพสูงผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า อันจะเชื่อมโยงประเทศเข้าสู่โลกดิจิทัลและช่วยผลักดันการเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจและสังคม
การศึกษาวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นเพียง 1% ในการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือของประเทศที่กำลังพัฒนาจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นถึง 4.7% ของรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร และการเพิ่มขึ้น 1% ในการเข้าถึงใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศที่กำลังพัฒนานั้นจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นถึง 10.5% ของรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร
แพลตฟอร์มเทคโนโลยีโมบายบรอดแบนด์ไร้สาย 3 จี อย่างเช่น HSPA (High Speed Packet Access) ได้มีบทบาทสำคัญในการทำให้ช่องว่างทางดิจิทัลของชุมชนในเขตเมืองและพื้นที่ชนบทลดลง โมบายบรอดแบนด์ไร้สายช่วยสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถดำเนินการแข่งขันกันกับผู้อื่นได้และสมาชิกก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย
ตัวอย่างที่ชัดเจนของสิ่งนี้ในประเทศไทยโครงการหนึ่งก็คือการริเริ่มโครงการ ควอลคอมไวร์เลสรีช (Qualcomm Wireless Reach) ซึ่งเป็นการร่วมมือกันจากทั้งภาครัฐและเอกชนในการใช้เครือข่ายบรอดแบนด์ไร้สายเพื่อการเชื่อมต่อข้อมูลและสั่งจ่ายยาแก่คนไข้ในพื้นที่ห่างไกลจากโรงพยาบาลและคลินิก
จากการใช้งานแบบพื้นฐานสุดๆ อย่างการเข้าถึงข่าวสารและข้อมูลราคาตลาด ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลด่วนระหว่างผู้ให้การบริการดูแลสุขภาพในเมืองกับพื้นที่ห่างไกลซึ่งผลลัพธ์สามารถช่วยชีวิตคนได้ ทำให้การสื่อสารไร้สายนั้นกลายเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญที่รองรับความต้องการทางด้านการเรียนรู้, กระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของสาธารณะชนในชุมชนที่ห่างไกล
เทคโนโลยี 3 จี ทำให้สิ่งเหล่านี้เป็นจริงได้และชัดเจนว่าเทคโนโลยีนี้จะยังคงมีบทบาทที่สำคัญในการพัฒนาของชุมชนและเศรฐกิจของประเทศต่อไป
ระหว่างนั้น ผู้บริโภคในประเทศไทยก็ต้องการจะเข้าถึงบริการมัลติมีเดียและบรอดแบนด์ไร้สายที่แท้จริง ซึ่งมีคุณสมบัติการใช้งานที่มากขึ้น การเล่นเน็ต ดาวน์โหลดวิดีโอและเพลงได้เร็วยิ่งขึ้น บริการแบบเรียลไทม์ ณ สถานที่ใดๆ และมีคุณลักษณะการดำเนินการปฏิสัมพันธ์ที่ดีกว่าเดิมในราคาที่ถูกลงผ่านอุปกรณ์มือถือหรือโน้ตบุ๊ค ผู้บริโภควัยรุ่นชาวไทยก็ยังต้องการใช้ HSPA เพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เข้าร่วมเครือข่ายสังคมและแอพพลิเคชั่นมัลติมีเดียที่ผู้ใช้งานเป็นผู้สร้างขึ้นส่งผ่านเข้าสู่ระบบทางมือถือ
และไม่ใช่แค่แอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมอย่าง facebook Twitter หรือ MySpace ที่ดึงดูดผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือเท่านั้น ปัจจุบันผู้บริโภคกำลังอ้าแขนรับประสบการณ์ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งประกอบด้วยทุกสิ่งทุกอย่างจากกิจกรรมการเชื่อมต่อ ไปจนถึงความบันเทิง บริการตามสถานที่ เนื้อหาให้ดาวน์โหลดและรายการโทรทัศน์ผ่านมือถือ
ขณะเดียวกันอุปกรณ์มือถือนั้นก็ยิ่งมีศักยภาพการทำงานที่สูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น สมาร์ทโฟน (smartphone) ซึ่งเป็นลูกผสมของคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือและระบบจัดการทางด้านความบันเทิงและกิจการองค์กรต่างๆ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
ความต้องการสำหรับอุปกรณ์ที่ดีกว่าเดิมและรองรับการทำงานที่หลากหลายกว่าเดิมรวมถึงการใช้บรอดแบนด์ไร้สายที่เป็นที่นิยมมากขึ้นได้นำไปสู่การผลิตอุปกรณ์ HSPA ที่หลากหลายรูปแบบเป็นจำนวนมหาศาลในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เดือนกรกฏาคม ปี ค.ศ. 2008 เป็นต้นมา อุปกรณ์ที่รองรับการทำงานของ HSPA นั้นมีอัตราการเพิ่มขึ้นกว่า 103 เปอร์เซ็นต์ อันทำให้จำนวนรวมของอุปกรณ์ที่รองรับ HSPA ที่ประกาศอย่างเป็นทางการนั้นอยู่ที่ 1,470 ชนิด
ขณะเดียวกัน จำนวนของผู้ผลิตอุปกรณ์ก็เพิ่มขึ้นเป็น 171 ราย อุปกรณ์ที่รองรับระบบ HSPA นั้นกระจายตัวไปในทุกๆ ส่วนของตลาด ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟน สมาร์ทบุ๊ค การ์ดข้อมูลพีซีและโมดูลฝังตัว โน้ตบุ๊ค โมเด็มแบบยูเอสบี เราเตอร์ไร้สาย เฟมโต้เซลล์ อุปกรณ์เล่นสื่อส่วนบุคคลและแม้แต่กล้องถ่ายภาพ
ด้วยความสามารถในการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูง ทำให้ HSPA ได้รับการพิจารณาจากผู้ให้การบริการหลายรายว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งแทนเครือข่ายบรอดแบนด์ โดยเฉพาะด้านคุณค่าของอิสระแห่งสภาพเคลื่อนที่ที่ได้เพิ่มขึ้นมา
จากข้อมูลของทั่วทั้งโลก ในปัจจุบันมีเครือข่าย HSPA อยู่ 306 เครือข่ายในกว่า 127 ประเทศและมีผู้ให้บริการทางด้าน HSPA กว่า 51 รายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และจำนวนดังกล่าวก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจาก HSPA กำลังได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นๆ
ความเร็วการถ่ายโอนข้อมูลนั้นจะขึ้นอยู่กับความสามารถของเครือข่ายและอุปกรณ์ที่ใช้ แต่โดยทั่วไปอัตราการโหลดและส่งข้อมูลอยู่ที่ 0.8-5.0 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) สำหรับ HSPA, 1.8-14 เมกะบิตต่อวินาทีสำหรับ HSDPA และ 21 เมกะบิต (หรือสูงกว่านั้น) ต่อวินาทีสำหรับ HSPA+ ตัวอย่างการใช้งานเครือข่ายระบบ HSPA+ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนั้นได้แก่ ระบบให้บริการของบริษัท Telstra จากประเทศออสเตรเลียและบริษัท CSL Limited จากฮ่องกง ซึ่งในทางเทคนิคแล้วเครือข่ายไร้สายเหล่านี้มีความเร็วมากกว่าเครือข่ายบรอดแบนด์ผ่านสายที่ใช้กันในประเทศไทยเสียอีก
บริษัทผู้ให้บริการมือถือของประเทศไทยก็ยังจะสามารถได้รับผลประโยชน์จากโอกาสในการทำธุรกิจที่มาพร้อมกับ HSPA โดยจะสามารถเป็นผู้ให้บริการและนำเสนอเนื้อหาข้อมูลส่วนตัวผ่านอินเทอร์เน็ตแก่ผู้ใช้ ทั้งในขณะเดียวกันก็ยังจะได้รายได้เพิ่มผ่านการให้เนื้อหาพิเศษและการทำโฆษณาแบบตรงเป้าหมาย การให้บริการ 3 จี ด้วยย่านความถี่ที่ต่ำลง อย่างเช่นคลื่นความถี่ในช่วง 850 หรือ 900 เมกะเฮิตร์ซนั้นจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถให้บริการเครือข่ายเคลื่อนที่ HSPA ให้ประหยัดต้นทุนมากยิ่งขึ้นได้
ความสามารถของบรอดแบนด์ไร้สายในประเทศไทยนั้นจะสามารถเรียกได้ว่าไร้ขีดจำกัด อย่างไรก็ตามการเร่งกระบวนการทำงานของหน่วยงานอิสระและภาครัฐบาล โดยเฉพาะในเรื่องการออกใบอนุญาต 3 จี เป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่งที่ประเทศไทยจะต้องเร่งเพื่อที่จะปลดปล่อยความสามารถและผลประโยชน์ของเทคโนโลยีอันก้าวหน้านี้ออกมา
Tags : ควอลคอมม์ • บรอดแบนด์ไร้สาย
