รัฐบาลอเมริกัน ได้ประกาศทุ่มงบมากกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะมุ่งเน้นไปยังโครงการไฮเทคโดยเฉพาะ
ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่ลากยาวจากต้นทางวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐ และลุกลามครอบคลุมแทบจะทั่วโลกไปแล้ว ทำให้รัฐบาลหลายประเทศ เร่งออกมาตรการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านงบประมาณจำนวนมหาศาล เพื่อสร้างงานและดึงความมั่นใจจับจ่ายใช้สอยออกมา ให้เกิดเงินหมุนเวียนในทางเศรษฐกิจ
เมื่อเปรียบเทียบวิธีการหรือรูปแบบการใช้เงินภายใต้มาตรการนี้ จะเห็นว่าประเทศไทย ค่อนข้างทุ่มตรงผ่านไปที่ภาคธุรกิจ (อาจจะเพราะอยากเห็นผลโดยเร็ว) ขณะที่ ถ้ามองย้อนกลับไปต้นทางวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้อย่างสหรัฐ กลับพบว่างบก้อนใหญ่ ถูกจัดสรรเพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้บรรดาประชากรที่อยู่ "ชายขอบ" การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร "พิชิต" อุปสรรคนี้ได้ผ่านทางเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
มะกันเท3หมื่นล้านดอลล์หนุนไฮเทค
ทั้งนี้ รัฐบาลอเมริกัน ได้ประกาศทุ่มงบมากกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะมุ่งเน้นไปยังโครงการไฮเทคโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีข้อมูลการแพทย์ พลังงานอัจฉริยะ และเครือข่ายบรอดแบนด์สำหรับภาคชนบท
ขณะเดียวกัน คำมั่นจากรัฐบาลที่ออกมาผ่าน พ.ร.บ. ลงทุนใหม่และการฟื้นฟูอเมริกัน 2009 ก็ดึงดูดยักษ์ใหญ่วงการไอทีอย่าง ไอบีเอ็ม ให้เข้าร่วมสนับสนุนโครงการเหล่านี้ เห็นได้จากการออกมาขานรับด้วยการประกาศงบ 2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นทุน "เชื่อม" โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีให้เกิดได้จริง
โดยส่วนหนึ่งของงบก้อนดังกล่าว ไอบีเอ็ม ทุ่มไปที่การอัดฉีดโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสายไฟ (บรอดแบนด์ โอเวอร์ เพาเวอร์ไลน์) เพราะเห็นเป้าหมายชัดเจนว่าจะสามารถกระตุ้นการสร้างงานใหม่ๆ หลายแสนตำแหน่งได้ตั้งแต่ปีแรก
ไอบีเอ็มอัดฉีดเงินกู้บริษัทเล็ก
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไอบีเอ็ม ได้ประกาศว่า ส่วนงานที่ดูแลธุรกิจเช่าซื้อและกู้ยืมของไอบีเอ็ม "โกลบอล ไฟแนนซิ่ง" ได้ประกาศให้ความสนับสนุนด้านการเงินครั้งใหม่ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชนบท
ทั้งนี้ ไอบีเอ็ม โกลบอล ไฟแนนซิ่ง จัดทำข้อตกลงด้านการเงินกับดีเอสทู ผู้ผลิตชิพที่ใช้ในกล่องอัจฉริยะ ซึ่งจัดจำหน่ายโดยบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดแบนด์อิเล็กทริก คอมมูนิเคชั่น อิงค์. (ไอบีอีซี) ผู้จัดหาเทคโนโลยีบรอดแบนด์ผ่านสายไฟ (บีพีแอล) ซึ่งเมื่อนำอุปกรณ์ดังกล่าวที่มีขนาดเท่ากับทาวเวอร์ของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ไปติดไว้ที่เสาไฟฟ้า ก็จะสามารถกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านทางสายไฟ ไปยังครัวเรือนที่เคยเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หรือใช้บริการได้เฉพาะแบบต่อสายโทรศัพท์ (ไดอัล-อัพ) เท่านั้น
ภายใต้ข้อตกลงนี้ ไอบีเอ็ม โกลบอล ไฟแนนซิ่ง จะรับซื้อใบสั่งซื้อของไอบีอีซีจากดีเอสทู และขยายระยะเวลาในการชำระเงินให้แก่ไอบีอีซี
รายงาน ระบุว่า ไอบีอีซี ได้พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ผ่านสายไฟฟ้า และกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานการไฟฟ้าท้องถิ่น เพื่อสร้างโครงข่ายบรอดแบนด์ครอบคลุมพื้นที่ชนบทของสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่แถบตอนใต้ ตะวันออก และมิดเวสต์
รัฐ-เอกชนร่วมด้วยช่วยกัน(ทำดี)
รายงาน ระบุว่า แม้เทคโนโลยีบรอดแบนด์ผ่านสายไฟ จะพัฒนามาตั้งแต่หลายปีก่อน แต่ก็ยังไม่สามารถทำค่าบริการที่ถูกลงได้เท่ากับบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์หรือสายเคเบิ้ล เมื่อเทียบกับความเร็วในระดับเดียวกัน ดังนั้น การที่รัฐเข้ามาให้เงินอุดหนุน จึงสามารถเริ่มให้บริการนี้ได้ภายในพื้นที่ซึ่งยังไม่มีโครงข่ายประเภทอื่นเข้าถึง
โดยรัฐบาลจะอุดหนุนในรูปแบบเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ผ่านโครงการพัฒนาชนบทของหน่วยงานที่กำกับดูแลการเกษตร ขณะที่ บริษัทผู้ให้บริการไฟฟ้า จะต้องติดตั้งระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปบนใยแก้วนำแสงของแต่ละสถานีไฟฟ้าย่อย ทำให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์แอมพลิไฟเออร์ในระยะทุกๆ 1 ไมล์ของสายไฟฟ้าได้
ทั้งนี้ อุปกรณ์ส่งสัญญาณ ก็มีหน้าที่กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังที่บ้านของผู้ใช้บริการแต่ละราย ซึ่งรัศมีการส่งสัญญาณมีระยะทาง 25 ไมล์จากสถานีย่อย ซึ่งไกลกว่าบรอดแบนด์ผ่านดีเอสแอลที่ใช้สายโทรศัพท์
นายจอห์น คัลลี่ย์ ผู้จัดการทั่วไปของไอบีเอ็ม โกลบอล ไฟแนนซิ่ง เวิลด์ไวด์ กล่าวว่า การอัดฉีดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีอย่างเช่น บรอดแบนด์ผ่านสายไฟ ไม่เพียงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ แต่ยังเป็นรากฐานสำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจระยะยาว และการพัฒนาที่สำคัญสำหรับคุณภาพชีวิตชาวอเมริกันอีกด้วย
ทั้งนี้ ไอบีเอ็ม คาดว่าในเวลา 1 ปี การลงทุน 10 พันล้านดอลลาร์ทางด้านโครงข่ายบรอดแบนด์ จะสร้างงานใหม่ประมาณ 498,000 ตำแหน่งให้แก่สหรัฐ
