สรุปสถานการณ์น้ำมันวันที่ 15 - 21 ธ.ค. 52 และคาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันวันที่ 22 - 28 ธ.ค. 52
น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 73 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อีกครั้ง หลังจากที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องถึง 9 วันติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ที่ระดับ 69 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงสัปดาห์ก่อน โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดีดตัวกลับขึ้นมานั้น มาจากปริมาณน้ำมันคงคลังของสหรัฐฯ ที่ปรับลดลงมาเกินคาด ประกอบกับเกิดความตึงเครียดระหว่างอิรักและอิหร่านเกี่ยวกับสิทธิเหนือบ่อน้ำมันดิบในอิรัก
ประมวลสถานการณ์ที่มีผลต่อราคาน้ำมันดิบในช่วงวันที่ 15 - 21 ธ.ค.
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 11 ธ.ค. ปรับลดลงมากถึง 3.7 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.8 ล้านบาร์เรล เนื่องจากมีการนำเข้าลดลง ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังของสหรัฐฯ ปรับลดลง 2.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.6 ล้านบาร์เรล เนื่องจาก อากาศที่หนาวจัดในสหรัฐฯ ส่งผลให้การใช้น้ำมันดีเซลเพื่อทำความร้อนปรับสูงขึ้น
- โอเปคปรับเพิ่มประมาณการความต้องการใช้น้ำมันโลกในปีหน้าเพิ่มขึ้น 70,000 บาร์เรลต่อวัน โดยคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันโลกในปีหน้าจะอยู่ที่ 85.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีนี้ 0.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยปรับความต้องการใช้น้ำมันของสหรัฐฯ และประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้น
- ปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิรักปะทุขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากที่อิหร่านส่งทหารเข้าไปในดินแดนของอิรักเพื่ออ้างสิทธิเหนือบ่อน้ำมัน al-Fakka ในตอนใต้ของอิรัก อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้ถอนกำลังทหารออกจากบริเวณดังกล่าวแล้วเมื่อวันอาทิตย์ นอกจากนี้ อิหร่านยังได้ทดสอบยิงขีปนาวุธระยะไกลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดกังวลว่า ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตกจะมีความรุนแรงขึ้น
- ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ออกมาในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว โดยยอดขอสร้างบ้านใหม่และการผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน พ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 8.9% และ 0.8% ตามลำดับ นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ให้ฟื้นตัวได้อย่างแท้จริง
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน ที่ 1.43 ดอลลาร์สหรัฐต่อยูโร เนื่องจาก นักลงทุนเชื่อว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯ น่าจะฟื้นตัวได้เร็วกว่ายุโรป ซึ่งทำให้ธนาคารกลางสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ในปีหน้า ประกอบกับ ตลาดกังวลเกี่ยวกับปัญหาภาคการเงินในกรีซและออสเตรีย
- การประชุมเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนที่โคเปนเฮเกนเมื่อวันที่ 7-18 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพียงแต่เห็นพ้องต้องกันว่า อุณหภูมิของโลกไม่ควรสูงขึ้นเกินกว่า 2 องซาเซลเซียส เมื่อเทียบกับช่วงก่อนยุคอุตสหกรรม โดยให้แต่ละประเทศเสนอมาตรการที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวภายในเดือนมกราคม 2553 นอกจากนี้ ประเทศพัฒนาแล้วเสนอจะให้เงินช่วยเหลือ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี แก่ประเทศที่กำลังพัฒนาแล้ว นับจากปี 2563 เป็นต้นไป ส่วนการประชุมภาวะโลกร้อนในครั้งหน้านั้น จะจัดขึ้นที่เม็กซิโกในเดือน พ.ย. ปี 53
ปัจจัยที่น่าจับตามองในระยะนี้
- ปริมาณการซื้อขายในตลาดน้ำมันสัปดาห์นี้น่าจะเบาบาง เนื่องจากตลาดน้ำมันในสหรัฐฯ และสิงคโปร์ จะเปิดทำการเพียงครึ่งวันในวันพฤหัสบดีที่ 24 ธ.ค. และจะปิดทำการในวันศุกร์ที่ 25 ธ.ค. เนื่องในวันหยุดคริสต์มาส
- ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จีดีพี ไตรมาสที่ 3 ของสหรัฐฯ (ประกาศครั้งสุดท้าย) ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน และจำนวนู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงาน
- การประชุมของโอเปคที่แองโกลาในวันที่ 22 ธ.ค. นี้ ซึ่งคาดว่า โอเปคน่าจะยังคงโควตาการผลิตไว้ที่ระดับเดิมที่ 24.84 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากโอเปคเห็นว่า ราคาน้ำมันในปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าพอใจ รวมทั้งปริมาณน้ำมันดิบส่วนเกินในตลาดยังคงมีอยู่ในจำนวนมาก จึงไม่ควรที่จะปรับเพิ่มโควตาการผลิตในช่วงนี้
- ปริมาณน้ำมันดีเซลเพื่อทำความร้อนคงคลังในสหรัฐฯ และยุโรป หลังจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นมากในทั้งสองภูมิภาคในช่วงสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเพื่อทำความร้อนปรับสูงขึ้นมาก
- การก่อการร้ายในประเทศไนจีเรียกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ประธานาธิบดีของไนจีเรียได้เลื่อนการเจรจากับกลุ่มกบฏออกไป เนื่องจากอ้างปัญหาสุขภาพ ทั้งนี้ สัญญาหยุดยิงระหว่างกลุ่มกบฏและรัฐบาลเป็นเวลา 30 วัน ได้หมดอายุลงแล้ว เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา
แนวโน้มราคาน้ำมันในช่วงวันที่ 22 - 28 ธ.ค. 52
ไทยออยล์คาดการณ์ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้น่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 70 - 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยปริมาณการซื้อขายในตลาดน้ำมันสัปดาห์นี้น่าจะเบาบางเนื่องในวันหยุดคริสต์มาส อย่างไรก็ตามติดตามตัวเลขเศรษฐกิจ รวมทั้งปริมาณน้ำมันคงคลังของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบให้มีความผันผวนได้
...................................................................
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-299-0000
Tags : สรุปสถานการณ์น้ำมันและคาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันรายสัปดาห์ • TOP • ไทยออยล์
