สรุปสถานการณ์น้ำมันวันที่ 29 เม.ย. 6 พ.ค. 52 และคาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันวันที่ 7 - 12 พ.ค. 52
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในช่วงวันที่ 29 เม.ย. – 6 พ.ค. 52 ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 6 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ตามดัชนีดาวโจนส์ที่ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 500 จุด เนื่องจากตลาดมองว่า เศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลกเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว และตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆปรับตัวในทางที่ดีขึ้น รวมทั้งปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังของสหรัฐฯ ที่ปรับลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
ประมวลสถานการณ์ที่มีผลต่อราคาน้ำมันดิบในช่วงวันที่ 29 เม.ย. – 6 พ.ค. 52
- นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจโลกมากขึ้น หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัวที่ประกาศในช่วงที่ผ่านมาออกมาดีขึ้น โดยตลาดมองว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ นั้นน่าจะใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว
- ธนาคารกลางของสหรัฐฯ รายงานว่า วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อมายาวนานกว่า 3 ปี ใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว และภาวะหดตัวทางเศรษฐกิจน่าจะสิ้นสุดได้ภายในปีนี้ ถ้าไม่มีปัญหาทางด้านสินเชื่อเพิ่มเติม
- ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในสหรัฐฯ ณ เดือน เม.ย. ปรับตัวสูงขึ้น มาอยู่ที่ระดับสูงสุดนับจากเกิดวิกฤตการเงินในสหรัฐฯ เมื่อเดือน ก.ย. ปีก่อน ส่งสัญญาณว่า ผู้บริโภคมองแนวโน้มเศรษฐกิจในทิศทางที่ดีขึ้น
- การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาส 1/2552 แม้ว่าได้หดตัวมากถึง 6.1% แต่การใช้จ่ายของผู้บริโภคในไตรมาสดังกล่าวปรับตัวสูงขึ้นถึง 2.2% ซึ่งนับป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาสที่ผ่านมา
- ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังของสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 1 พ.ค.ปรับตัวลดลงอีก 0.2 ล้านบาร์เรล หลังจากที่ปรับลดลงมากถึง 4.7 ล้านบาร์เรล ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า ทำให้ตลาดกังวลว่าปริมาณน้ำมันเบนซินอาจจะตึงตัวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าร้อนที่กำลังจะมาถึง
- บริษัท ไครสเลอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ยื่นล้มละลายแล้ว ส่งผลให้โรงงานผลิตรถยนต์ทั้งหมดของไครสเลอร์ในสหรัฐฯ ต้องปิดดำเนินการชั่วคราว และพนักงานจำนวนมากต้องตกงาน
- โอเปคลดการผลิตน้ำมันดิบลงอีกในเดือนเม.ย. แต่การผลิตน้ำมันดิบของโอเปคยังคงสูงกว่าเป้าหมายอยู่อีก 680,000 บาร์เรลต่อวัน ดังนั้นตลาดคาดว่า โอเปคน่าจะไม่ปรับลดโควตาการผลิตอีกในการประชุมปลายเดือนนี้
- ทั่วโลกยังคงติดตามข่าวการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งกระทบการบริโภคน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยาน
- ดัชนีทางภาคอุตสาหกรรมของจีนและอินเดียในเดือน เม.ย. ปรับตัวสูงขึ้นครั้งแรกในรอบหลายเดือน มาอยู่ที่ระดับ 50.1 และ 53.3 ตามลำดับ ชี้ให้เห็นถึงการเริ่มมีการขยายตัวของภาคอุตสากรรมของทั้ง 2 ประเทศ
ปัจจัยที่น่าจับตามองในระยะนี้
- รายงานผลการทดสอบความสามารถในการรักษาสถานะทางการเงิน (stress test) ของ 19 สถาบันการเงินใหญ่ของสหรัฐฯ ในวันที่ 7 พ.ค. นี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า สถาบันการเงินถึง 10 แห่ง จำเป็นต้องระดมทุนเพิ่ม แต่ในขณะเดียวกันก็มีข่าวออกมาว่า สถาบันการเงินเหล่านี้อาจจะต้องการเงินทุนเพิ่มน้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้
- การประชุมของธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 7 พ.ค. นี้ โดยมีการคาดการณ์ว่า อาจจะต้องมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% มาอยู่ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.0% ส่วนธนาคารกลางอังกฤษซึ่งจะประชุมในวันเดียวกันนี้ น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่เดิมที่ระดับ 0.5%
- การประกาศอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ในเดือน เม.ย. ในวันที่ 8 พ.ค. นี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 8.9% จากเดือน มี.ค. ที่ 8.5% รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า ได้แก่ ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้ผลิตและผู้บริโภค การผลิตภาคอุตสาหกรรม และ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือน เม.ย.
- ติดตามข่าวการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่าจะลุกลามไปมากแค่ไหน และจะส่งผลให้การบริโภคน้ำมันลดลงมากเหมือนในกรณี SARS เมื่อ 6 ปีก่อนหรือไม่
แนวโน้มราคาน้ำมันในช่วงวันที่ 7 - 12 พ.ค. 52
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในช่วงสัปดาห์นี้จนถึงกลางสัปดาห์หน้ามีแนวโน้มปรับขึ้นไปแตะระดับ 60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนได้ให้น้ำหนักต่อตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ของสหรัฐฯ จีนและอินเดีย ที่เริ่มส่งสัญญาณว่าวิกฤตครั้งนี้น่าจะใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว และมีโอกาสที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายปี โดยปัจจัยที่จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางราคาน้ำมันในระยะสั้น จะเป็นเรื่องของผลของการทดสอบความสามารถในการรักษาสถานะทางการเงินของ 19 สถาบันการเงินในสหรัฐฯ ในวันที่ 7 พ.ค. นี้ ว่าจะออกมาตามที่ตลาดได้คาดการณไว้หรือไม่
...................................................................
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-299-0000
Tags : สรุปสถานการณ์และคาดการณ์แนวโน้มน้ำมันรายสัปดาห์ • TOP • ไทยออยล์
