ราคาน้ำมันดิบในคืนนี้มีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ เล็กน้อยตามทิศทางของตลาดหลักทรัพย์
WTI ปรับขึ้น $ 0.35 ตามตลาดหุ้น ผู้บริโภคเชื่อเศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบเดือน พ.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 0.35 เหรียญสหรัฐฯ ปิดที่ 50.33 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
+ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับเพิ่มขึ้น 5.90 จุด ปิดที่ระดับ 8,131.33 จุดเนื่องจากนักลงทุนคาดว่าผลประกอบการของบริษัทต่างๆ จะออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ตามเจนเนอรัลอิเล็กทริคส์ และ ซิตี้กรุ๊ป ประกอบกับผลการสำรวจชี้ว่าผู้บริโภคมั่นใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
+ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ประจำเดือน เม.ย. พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 51 มาอยู่ที่ 61.9 เพิ่มขึ้นจากระดับ 57.3 ในเดือน มี.ค.
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 เดือนเมื่อเทียบกับเงินยูโร มาอยู่ที่ 1.3024 ดอลลาร์ต่อยูโร เนื่องจากประธานธนาคารกลางยุโรปไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดที่ชัดเจนของนโยบายในอนาคตสำหรับธนาคารพาณิชย์ได้ โดยอ้างว่าไม่ต้องการสร้างความคาดหวังให้กับตลาด ส่งผลกดดันราคาน้ำมันดิบไม่ให้ปรับเพิ่มขึ้นมากนัก
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือน มิ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 0.29 เหรียญสหรัฐฯ ปิดที่ 53.35 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบดูไบ ปรับลดลง 0.51 เหรียญสหรัฐฯ ปิดที่ 51.02 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์:
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ ประกอบกับมีแรงเทขายน้ำมันเบนซินออกมา แม้ว่าอุปทานน้ำมันเบนซินในภูมิภาคยังค่อนข้างจะตึงตัว เนื่องจากเกาหลีใต้มีแผนที่จะส่งน้ำมันเบนซินออกไปขายทางชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ ประกอบกับผู้ผลิตมีการนำน้ำมันดีเซลที่เก็บเอาไว้ออกมาขายเพิ่มขึ้น
ทิศทางราคาน้ำมันวันนี้
ราคาน้ำมันดิบในคืนนี้มีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ เล็กน้อยตามทิศทางของตลาดหลักทรัพย์ หากแบงค์ออฟอเมริกาและไอบีเอ็มประกาศผลประกอบการออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
ติดตามรายงานผลประกอบการของแบงค์ออฟอเมริกา และไอบีเอ็ม ที่จะประกาศในวันนี้ และบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ที่จะประกาศผลประกอบการในสัปดาห์นี้ อาทิ โคคา-โคล่า ยาฮู แมคโดนัลด์ มอร์แกนสแตนลีย์ ไมโครซอฟท์ อะเมซอน และอเมริกันเอ็กซ์เพรส ว่าจะออกมาในทิศทางใดและจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันมากน้อยเพียงใด
• ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุน จำนวนผู้ขอเข้ารับสิทธิประโยชน์จากการว่างงาน ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านเก่า และยอดขายบ้านใหม่
• จับตาการประชุมครั้งต่อไปของกลุ่มโอเปกในวันที่ 28 พ.ค. ที่กรุงเวียนนา ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าโอเปกอาจตัดสินใจคงกำลังการผลิตเอาไว้เท่าเดิม แม้ว่าจะมีประเทศ
ที่มา:ธีรดา กอศรีลบุตร นักวิเคราะห์การพาณิชย์ ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
Tags : น้ำมัน
