รูปแบบและผลกระทบทางภาษีอากรจากการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (2)
ขอนำประเด็นหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เกี่ยวกับภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งในส่วนของรูปแบบและผลกระทบทางภาษีอากร จากการบริจาค เงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้าเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่น ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาเป็นปุจฉา - วิสัชนา ต่อจากสัปดาห์ก่อนดังนี้
ปุจฉา กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทำการบริจาคเงินหรือสินค้าเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติมีผลกระทบทางภาษีอากรอย่างไร
วิสัชนา การบริจาคในกรณีดังกล่าว มีผลกระทบทางภาษีอากรต่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้บริจาคตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้
1. กรณีบริจาคให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติโดยตรง ไม่ว่าจะบริจาคเป็นเงินสด สินค้าหรือทรัพย์สิน ถือเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือให้โดยเสน่หา ต้องห้ามมิให้นำไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร
นอกจากนี้ สำหรับการบริจาคสินค้าหรือทรัพย์สินโดยผู้ประกอบการจดทะเบียน ถือเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร โดยไม่มีสิทธินำภาษีซื้อในสินค้าหรือทรัพย์สินที่บริจาคดังกล่าว ไปถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะเป็นภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (3) แห่งประมวลรัษฎากร
2. กรณีบริจาคเงินหรือสินค้าหรือทรัพย์สินผ่านหน่วยงานที่เป็นองค์การกุศลสาธารณะ เช่น สภากาชาดไทย วัดวาอาราม มูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดให้เป็นองค์การกุศลสาธารณะ เป็นต้น หรือบริจาคให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นตัวแทนรับเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้า ที่ได้แจ้งชื่อต่ออธิบดีกรมสรรพากรตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 206) ลงวันที่ 3 ต.ค. พ.ศ. 2554 ออกตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 527) พ.ศ. 2554 หรือเป็นตัวแทนรับเงิน ทรัพย์สินหรือสินค้าที่ได้แจ้งชื่อต่ออธิบดีกรมสรรพากรซึ่งเป็นผู้บริจาคเอง ถือเป็นรายจ่ายค่าการกุศลสาธารณะ ให้นำไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร
ในส่วนของผลกระทบทางภาษีมูลค่าเพิ่มจากการบริจาคสินค้าหรือทรัพย์สินในกรณีนี้ เข้าลักษณะเป็นการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(น) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 2 39) พ.ศ. 2534 และพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 527) พ.ศ. 2554 ภาษีซื้อสำหรับสินค้าหรือทรัพย์สินดังกล่าวให้นำไปถือรวมเป็นรายจ่ายค่าการกุศลสาธารณะเช่นเดียวกับมูลค่าสินค้าหรือทรัพย์สิน
3. กรณีบริจาคผ่านส่วนราชการ อาทิ กระทรวง ทบวง กรม จังหวัด กองทัพ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ตามโครงการของทางราชการดังกล่าว ถือเป็นรายจ่ายค่าการกุศลสาธารณะ ให้นำไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับกรณีบริจาคให้แก่องค์การกุศลสาธารณะตาม 2. ข้างต้น
ในส่วนของผลกระทบทางภาษีมูลค่าเพิ่มจากการบริจาคสินค้าหรือทรัพย์สินในกรณีนี้ เข้าลักษณะไม่นับรวมเป็นมูลค่าของฐานภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 ส.ค. 2535
4. กรณีบริจาคผ่านส่วนราชการทั่วไปที่ไม่มีโครงการโดยตรงของทางราชการดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติในลักษณะทำนองเดียวกัน ถือเป็นรายจ่ายค่าการกุศลสาธารณะ ให้นำไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับกรณีบริจาคให้แก่องค์การกุศลสาธารณะตาม 2. ข้างต้น
สำหรับการบริจาคสินค้าหรือทรัพย์สินโดยผู้ประกอบการจดทะเบียนในกรณีนี้ ถือเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร โดยไม่มีสิทธินำภาษีซื้อในสินค้าหรือทรัพย์สินที่บริจาคดังกล่าว ไปถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะเป็นภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (3) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา การให้พนักงาน ลูกจ้างของตนเอง ไปทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ หรือร่วมแรงร่วมใจในการทำงานเพื่อการกุศลสาธารณะโดยไม่คิดมูลค่า มีผลกระทบทางภาษีอากรอย่างไร
วิสัชนา การดำเนินการในลักษณะดังกล่าวถือเป็นการบริจาคที่ไม่มีมูลค่าเป็นตัวเงิน จึงไม่มีผลกระทบทางภาษีอากรแต่อย่างใด เช่นเดียวกับการบริจาคแสตมป์ของร้านสะดวกซื้อ
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ
Tags : ภาษี