กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเงิน - การลงทุน : มุมภาษี

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 04:44

บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกับภาษีฯ(2)

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (2)

ขอนำประเด็นหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับทรัพย์สิน หรือสินค้าที่บริจาคที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่น ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาปุจฉา - วิสัชนา ต่อจากสัปดาห์ก่อนดังนี้

 

ปุจฉา ในกรณีที่การบริจาคสินค้าของผู้ประกอบการจดทะเบียนเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1 (8)(ง) แห่งประมวลรัษฎากร เข้าลักษณะเป็นการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าประการใดๆ นั้น มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างไร 

วิสัชนา ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องนำมูลค่าตาม “ราคาตลาด” ของสินค้าหรือทรัพย์สินที่นำออกบริจาคมารวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีที่ได้บริจาคนั้น โดยถือเป็นภาษีขาย ซึ่งโดยทั่วไปผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อนำสินค้าไปใช้หรือส่งมอบสินค้าให้บุคคลอื่นเพื่อใช้ ตามมาตรา 78/3 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 7 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 189 (พ.ศ. 2534) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2534 แต่อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติกรมสรรพากรได้ออกคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2542 ซึ่งตามข้อ 2 (1) กำหนดให้ไม่จำเป็นต้องออกใบกำกับภาษี
 

ในการลงรายการในรายงานภาษีขายสำหรับรายการดังกล่าว ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนใช้เอกสารใดๆ เป็นหลักฐานประกอบการลงรายงานก็ได้
 

เกี่ยวกับภาษีซื้อสำหรับสินค้าหรือทรัพย์สินที่นำออกบริจาคดังกล่าว เนื่องจากการบริจาคสินค้าหรือทรัพย์สินมิใช่การประกอบกิจการเป็นปกติธุรกิจ ภาษีซื้อสำหรับสินค้าหรือทรัพย์สินที่นำออกบริจาคดังกล่าวจึงถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/3 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ รายการภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบการ หรือภาษีซื้อที่ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ   

 

ปุจฉา ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถนำภาษีซื้อสำหรับสินค้าหรือทรัพย์สินที่นำออกบริจาคไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หรือไม่ อย่างไร

วิสัชนา ภาษีซื้อรายการดังกล่าว นอกจากเป็นภาษีซื้อต้องห้ามแล้ว ยังถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร ด้วย
 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของค่าสินค้าหรือทรัพย์สินที่นำออกบริจาคนั้น หากเข้าลักษณะเป็นรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ หรือรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ก็ให้นำไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ

 

ปุจฉา ในกรณีที่การบริจาคสินค้าของผู้ประกอบการจดทะเบียนเข้าลักษณะเป็นการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(น) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 3 (4) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างไร  

วิสัชนา กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนบริจาคสินค้าหรือทรัพย์สินโดยได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม นั้น เป็นไปตามมาตรา 81 (1)(น) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 นั้น ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าหรือทรัพย์สินที่นำออกบริจาคไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด (เท่ากับไม่มีภาษีขาย) แต่ในการกรอกรายการในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องนำรายการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวไปแสดงในช่องรายการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
 

เกี่ยวกับภาษีซื้อสำหรับสินค้าหรือทรัพย์สินที่นำออกบริจาคดังกล่าว ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนำไปถือรวมเป็นรายจ่ายค่าเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ หรือรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา แล้วแต่กรณี โดยให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ

 

ปุจฉา ในกรณีการบริจาคสินค้าหรือทรัพย์สินที่ไม่นับรวมเป็นฐานภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (19) และ (20) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2535 มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างไร 

วิสัชนา กรณีการบริจาคสินค้าหรือทรัพย์สินให้แก่ส่วนราชการที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี นั้น ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าหรือทรัพย์สินที่นำออกบริจาคไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยไม่ต้องแสดงรายการใดๆ เกี่ยวกับสินค้าหรือทรัพย์สินที่นำออกบริจาคแต่อย่างใด แต่ให้มีสิทธินำภาษีซื้อสำหรับสินค้าหรือทรัพย์สินที่นำออกบริจาคนั้น ไปถือเป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้
 

สำหรับมูลค่าของสินค้าหรือทรัพย์สินที่นำออกบริจาคถือเป็นรายจ่ายค่าเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ หรือรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา แล้วแต่กรณี โดยให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

 

Tags : มุมมองภาษี

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement

advertisement