ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 282 (พ.ศ. 2554) มีเนื้อความเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างไร
เนื่องจากประเทศไทยประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้ง ในหลายปีที่ผ่านมามักจะมีการออกกฎหมายยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือภายหลังจากที่เหตุการณ์นั้นได้เกิดขึ้น ซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่นอน ไม่เชื่อมั่นหรือศรัทธาในระบบการช่วยเหลือว่าต้องเสียภาษีเงินได้หรือไม่ ดังนั้น เพื่อก่อให้เกิดความเชื่อมั่นทั้งแก่ผู้บริจาคช่วยเหลือและผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ และเพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้มีเงินได้ซึ่งได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ รัฐบาลจึงได้กำหนดให้เงินได้ตามมาตรา 40 (5)(6)(7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติซึ่งได้ลงทะเบียนไว้กับศูนย์หรือหน่วยงานให้ความช่วยเหลือของทางราชการได้รับ เฉพาะส่วนที่เท่ากับจำนวนค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติดังกล่าวเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยการออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 282 (พ.ศ. 2554) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 1 กันยายน 2554 จึงขอนำมาเป็นประเด็นปุจฉา - วิสัชนา ดังนี้
ปุจฉา ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 282 (พ.ศ. 2554) มีเนื้อความเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างไร
วิสัชนา ตามกฎกระทรวงดังกล่าว กำหนดให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (82) ของข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร
“(82) เงินได้ตามมาตรา 40 (5)(6)(7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่น ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป ซึ่งได้ลงทะเบียนไว้กับศูนย์หรือหน่วยงานให้ความช่วยเหลือของทางราชการได้รับเฉพาะส่วนที่เท่ากับจำนวนค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธิบดีประกาศกำหนด”
ปุจฉา ก่อนหน้าที่รัฐบาลได้เคยออกกฎกระทรวงในลักษณะอย่างเดียวกันไว้อย่างไร
วิสัชนา รัฐบาลได้เคยออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 280 (พ.ศ. 2554) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 9 มีนาคม 2554 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2513 และมาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 และมาตรา 41 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
“ข้อ 1 กำหนดให้เงินได้ตามมาตรา 40 (5) (6) (7) (8) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ผู้ประสบอุทกภัยระหว่างวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งได้ลงทะเบียนไว้กับศูนย์หรือหน่วยงานให้ความช่วยเหลือของทางราชการได้รับ เฉพาะส่วนที่เท่าจำนวนความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัยดังกล่าว เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ 2 กฎกระทรวงนี้ ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ. 2553 ที่ต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. 2554”
ปุจฉา ตามกฎกระทรวงทั้งสองฉบับได้วางข้อกำหนดเพิ่มเติมว่าการยกเว้นภาษีเงินได้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด ในอดีตที่ผ่านมาได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขไว้อย่างไรบ้าง
วิสัชนา อาศัยอำนาจตามความในข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 280 (พ.ศ. 2554) ดังกล่าว อธิบดีกรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 196) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ของผู้ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยดังนี้
ผู้ประสบอุทกภัยระหว่างวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา บุคคลที่ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี กองมรดกของผู้ตายที่ยังไม่ได้แบ่ง คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล และห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียน
2. ต้องเป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5)(6)(7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร จากกิจการที่ทำในพื้นที่ประสบอุทกภัย
3. ต้องมีการลงทะเบียนไว้กับศูนย์หรือหน่วยงานให้ความช่วยเหลือของทางราชการ
ซึ่งเชื่อมั่นว่าหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าวเป็นมาตรฐานที่จะนำมาใช้กับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครั้งใหม่นี้ด้วยครับ
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ
Tags : สุเทพ พงษ์พิทักษ์ • มุมมองภาษี