จากการที่รัฐบาลมีได้เคยมีนโยบายบรรเทาภาระภาษีให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ซึ่งได้แก่
ท้องที่ใน 4 จังหวัดภาคใต้ คือ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสตูล กับอีก 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา คือ อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอเทพา จึงได้มีการตราพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 466) พ.ศ. 2550 เพื่อลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ผู้มีเงินได้ที่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (7) และ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลกรณีการขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ และลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับกิจการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้า หรือหากำไรที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ทั้งนี้ เฉพาะกิจกรรมที่ได้กระทำในระหว่างปี 2550-2552 ซึ่งได้หมดเวลาลงแล้ว
แต่ในขณะนี้ ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 482) พ.ศ. 2552 เพื่อขยายเวลาการลดอัตราภาษีดังกล่าวออกไปอีก 3 ปี คือ ระหว่างปี 2553-2555 จึงขอนำมาเป็นประเด็น ปุจฉา-วิสัชนา ดังนี้
ปุจฉา มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร
วิสัชนา ให้ผู้มีเงินได้ที่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (7) และ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้ จะเลือกเสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 0.1 ของเงินได้พึงประเมินโดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีตามมาตรา 48 (1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากรก็ได้ ทั้งนี้ สำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ถึง พ.ศ. 2555 เฉพาะที่ได้จากการผลิตสินค้า หรือการขายสินค้า ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ หรือการให้บริการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ (มาตรา 4)
คำว่า "การขาย" ดังกล่าว หมายความว่า การจำหน่าย จ่าย หรือโอนสินค้า โดยมีหรือไม่มีประโยชน์หรือค่าตอบแทน สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า สัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อมีการส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ และการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการขายสินค้าที่ผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิตสินค้า และมีการส่งออกสินค้า โดยทางน้ำหรือทางอากาศ
กรณีการให้บริการดังกล่าว หากผู้ให้บริการมีสถานประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ การใช้บริการต้องเกิดขึ้นในราชอาณาจักร แต่ถ้าผู้ให้บริการมีสถานประกอบกิจการทั้งในและนอกเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ การให้บริการและการใช้บริการนั้นต้องเกิดขึ้นในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเท่านั้น
ปุจฉา มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างไร
วิสัชนา ให้ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิสำหรับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไป หรือร้อยละ 15 ร้อยละ 25 และร้อยละ 30 สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอยระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท คงจัดเก็บในอัตราร้อยละ 3.0 ของกำไรสุทธิ ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ และมีรายได้ที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินค้า หรือการขายสินค้าในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ หรือการให้บริการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชี 2553 ที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 2553 ถึงรอบระยะเวลาบัญชี 2555 ที่สิ้นสุดภายในหรือหลังวันที่ 31 ธ.ค. 2555 ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรจะได้ประกาศกำหนดต่อไป (มาตรา 5)
ปุจฉา มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายอย่างไร
วิสัชนา ให้ลดอัตราภาษีเงินได้ในการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (5) แห่งประมวลรัษฎากร และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละ 0.1 ของเงินได้ สำหรับเงินได้พึงประเมินได้รับจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ซึ่งเมื่อคำนวณภาษีตามมาตรา 50 (5) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว อยู่ในบังคับต้องหักเป็นเงินภาษีสูงกว่าร้อยละ 0.1 ของเงินได้พึงประเมินนั้น ทั้งนี้ สำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2553 ถึง 2555 (มาตรา 6)
สำหรับผู้มีเงินได้ที่รับเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังกล่าวแล้ว เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินดังกล่าวมารวมคำนวณ เพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 48 (1) (2) และ (4) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้คืนหรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้นไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (มาตรา 7)
ปุจฉา มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะอย่างไร
วิสัชนา ให้ลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/6 (3) แห่งประมวลรัษฎากร และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละ 0.1 สำหรับรายรับจากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้า หรือหากำไรตามมาตรา 91/2 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ เฉพาะการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจที่ได้กระทำในระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2553 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2555 (มาตรา 8)
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ims , 30 มกราคม 2554 11:12
การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้เลือก เสียร้อยละ 3 ของกำไรสุทธิ ตาม พรฎ.466 ถามว่า 1.สถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ หมายถึง ที่ตั้งตามทะเบียนนิติบุคคล และทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เท่านั้นใช่หรือไม่
2.ที่ตั้งตามทะเบียนนิติและVATอยู่จังหวัดอื่น แต่ไปทำงานรับเหมาก่อสร้างในเขตพัฒนาดังกล่าว(ไม่ได้จดมีสาขา) ได้รับสิทธิลดอัตราฯหรือไม่
3. กิจการร่วมค้าได้รับสิทธิตาม พรฎ.466 หรือไม่