กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเงิน - การลงทุน : มุมภาษี

วันที่ 13 มกราคม 2553 01:00

ภาษีอุปการะคนพิการ (2)

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ขอนำเป็นประเด็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเนื่องจากการอุปการะคนพิการ มาปุจฉา - วิสัชนา ต่อจากสัปดาห์ก่อน ดังนี้

ปุจฉา การหักลดหย่อนค่าอุปการะคนพิการหรือคนทุพพลภาพมีหลักเกณฑ์อย่างไร

วิสัชนา ได้มีการตราพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 37) พ.ศ.2552 โดยเพิ่มค่าลดหย่อนตามมาตรา 47 (1)(ฎ) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือทุพพลภาพ ที่เป็นบิดามารดา สามีหรือภริยาบุตรชอบด้วยกฎหมาย หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ บิดามารดา หรือบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ หรือบุคคลอื่นที่ผู้มีเงินได้เป็นผู้ดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สามารถนำค่าอุปการะเลี้ยงดูบุคคลดังกล่าวมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้คนละ 60,000 บาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข รวมทั้งจำนวนคนพิการและคนทุพพลภาพในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 182) ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2552 

รายการหักลดหย่อนดังกล่าว ให้หักลดหย่อนสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ.2552 ที่จะต้องยื่นรายการในปี พ.ศ.2553 เป็นต้นไป 

ปุจฉา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข รวมทั้งจำนวนคนพิการและคนทุพพลภาพในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ในการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการ หรือคนทุพพลภาพตามมาตรา 47 (1) (ฎ) แห่งประมวลรัษฎากร ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 182) มีอย่างไร

วิสัชนา ให้ผู้มีเงินได้หักลดหย่อน สำหรับบุคคลซึ่งเป็นคนพิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือบุคคลซึ่งเป็นคนทุพพลภาพ และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ คนละ 60,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1. คนพิการหรือคนทุพพลภาพดังกล่าวต้องเป็นบุคคลดังนี้
  (1) บิดามารดา ของผู้มีเงินได้
  (2) บิดามารดาของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้
  (3) สามีหรือภริยา ของผู้มีเงินได้
  (4) บุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้
  (5) บุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้
  (6) บุคคลอื่นนอกจาก (1)(2)(3)(4) และ (5) ที่ผู้มีเงินได้เป็นผู้ดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จำนวน 1 คน

กรณีทุพพลภาพ ต้องเป็นกรณีที่แพทย์ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ตรวจและแสดงความเห็นว่าบุคคลตาม (1)(2)(3)(4) และ (5) มีภาวะจำกัดหรือขาดความ สามารถในการประกอบกิจวัตรหลักอันเป็นปกติเยี่ยงบุคคลทั่วไปอันเนื่องมาจากสาเหตุทางปัญหาสุขภาพหรือความเจ็บป่วยที่เป็นต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 180 วัน หรือทุพพลภาพมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 วัน

2. บุคคลซึ่งเป็นคนพิการหรือคนทุพพลภาพดังกล่าวต้องมีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 30,000 บาท ในปีภาษีที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อน โดยไม่รวมถึงเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร

กรณีบุคคลดังกล่าว เป็นทั้งคนพิการ และเป็นคนทุพพลภาพ ให้ผู้มีเงินได้หักลดหย่อนได้ในฐานะคนพิการเพียงฐานะเดียว
            

3. ผู้มีเงินได้นั้นต้องเป็น “ผู้ดูแลคนพิการ” ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีชื่อเป็นผู้ดูแลคนพิการในบัตรประจำตัวคนพิการ กรณีมีการเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลคนพิการในระหว่างปีภาษีให้ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเป็นผู้ดูแลคนพิการในบัตรประจำตัวคนพิการคนสุดท้ายในปีภาษีนั้นเป็นผู้มีสิทธิหักลดหย่อน

4. ผู้มีเงินได้ต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้มาแสดงเพื่อขอใช้สิทธิหักลดหย่อนคนทุพพลภาพ
  (1) ใบรับรองแพทย์จากแพทย์ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ได้ตรวจและแสดงความเห็นว่าบุคคลตาม 1. มีภาวะจำกัดหรือขาดความสามารถในการประกอบกิจวัตรหลักอันเป็นปกติเยี่ยงบุคคลทั่วไปอันเนื่องมาจากสาเหตุทางปัญหาสุขภาพหรือความเจ็บป่วยที่เป็นต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 180 วัน หรือทุพพลภาพมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 วัน และใบรับรองแพทย์ดังกล่าวต้องเป็นใบรับรองแพทย์ที่ออกในปีภาษีที่ขอใช้สิทธิหักลดหย่อน

กรณีผู้มีเงินได้หลายคนมีใบรับรองแพทย์จากแพทย์ดังกล่าว ให้ผู้มีเงินได้ทุกคน ทำความตกลงเป็นหนังสือ เพื่อยินยอมให้ผู้มีเงินได้คนหนึ่งคนใดเป็นผู้ใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูโดยผู้มีเงินได้ทุกคนดังกล่าวเป็นผู้ลงนามในหนังสือตกลงยินยอมนั้น เพื่อให้ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้ใช้สิทธิหักลดหย่อนคนทุพพลภาพ ใช้เป็นหลักฐานในการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดู

 (2) หนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพ ที่รับรองว่าผู้มีเงินได้เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูบุคคลซึ่งเป็นคนทุพพลภาพ โดยผู้รับรองต้องเป็นสามีภริยาหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมหรือหลาน หรือบิดามารดา หรือพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือพี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน หรือปู่ย่าตายาย หรือลุงป้าน้าอา ของบุคคลซึ่งเป็นคนทุพพลภาพ หรือกำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือบุคคลที่เป็นสมาชิกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในท้องที่ที่บุคคลซึ่งเป็นคนทุพพลภาพอยู่อาศัย โดยหนังสือรับรองดังกล่าว ผู้รับรองต้องรับรองของแต่ละปีภาษีที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนผู้รับรองตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะ และรับรองผู้มีเงินได้ ได้ไม่เกิน 1 คน สำหรับการเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพคนหนึ่งคนใด 

5. การหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพตามประกาศนี้ให้หักได้ตลอดปีภาษี ไม่ว่ากรณีที่จะหักได้นั้นจะมีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่ 

6. กรณีผู้มีเงินได้มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยให้หักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพได้เฉพาะคนพิการหรือคนทุพพลภาพที่เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

 

Tags : ภาษีอุปการะคนพิการ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10

อยากทราบว่าถ้าเลี้ยงดูพี่ชายซึ่งพิการทางจิตไม่สามารถประกอบอาชีพได้หลายปีแล้วแต่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนผู้พิการมีแต่ใบรับรองจากโรงพยาบาลศรีธัญญาสามารถใช้สิทธิ์หักลดหย่อนได้หรือไม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 9

อยากทราบว่าถ้ามารดาเกิดวันที่ 1ม.ค.2495สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีประจำปี 2555ได้หรือยัง

ความคิดเห็นที่ 8

ผมอยากทราบว่า ผมได้ทำการจดทะเบียนกับแฟน แต่แฟนไม่มีรายได้ ( และแฟนได้จดทะเบียน อุปการะคนพิการอยู่ ผมสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ไหมครับ และ สำหรับตัวผมเองก็ได้จดทะเบียนอุปการะคนพิการเหมือนกัน แต่คนละคนกัน สามารถนำมาลดหย่อนได้ 2 คนเลยไหมครับ ) คำถามนี้ขอคำตอบ ครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 7

บุคคลที่ตามองไม่เห็นข้างหนึ่ง(ตาขวาบอดเพราะต้อหินตามกกหมายถือว่าเป็นคนพิการหรือไม่

ความคิดเห็นที่ 6

อยากรบกวนท่านผู้รู้ค่ะ สรุปแล้วในปีภาษี 2554 ที่กำลังจะหมดไปนี้ ดิฉันดูแลคนพิการ (น้องสาว) แต่ว่าบัตรไม่ได้ระบุผู้ดูแล อยากทราบว่าเอกสารที่ต้องใช้แนบ ภงด.91 ภายในมีนาคม 2555 ที่ใกล้จะถึงนี้ ต้องมีอะไรบ้าง เช่น

1. สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
3. ฯลฯ


ตอนนี้สับสนมากค่ะ ใบรับรองแพทย์ก็ต้องขอทุกปีเหรอค่ะ ถ้าใช่ ทำไมไม่สามารถใช้บัตรประจำตัวคนพิการได้ค่ะ เพราะระบุชัดเจนว่าเขาเป็นคนพิการ (ซึ่ง CASE ของดิฉันเป็นพิการหัวข้อ 4 ทางด้านจิตใจ ค่ะ)

รบกวนตอบทาง EMAI ที่แนบให้จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งค่ะ

ขอขอบคุณล่วงหน้ามายังณ.ที่นี้ด้วยนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5

กรณีเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลคนพิการในสมุดประจำตัวคนพิการ มีขั้นตอนดำเนินการอย่างไรบ้างครับ รบกวนผู้รู้ช่วยตอบทีครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 4

1. ผมยังไม่ค่อยเข้าใจในภาษากฎหมายครับช่วยอธิบายเป็นภาษาชาวบ้านหน่อยครับ
2. ผู้พิการที่ได้ทำงานในสถานประกอบการต่างๆ และได้ยื่นสำเนาบัตรผู้พิการให้แก่บริษัท ตรงนี้อยากถามว่า บริษัทจะใช้บัตรผู้พิการของเราไปหักลดหย่อนภาษีได้ร้อยละเท่าไหร่
3.จากข้อ 2 ถ้าลดหย่อนได้ ในส่วนที่หักลดหย่อนต้องไม่เกินปีละ 60000 บาท ใช่หรือไม่

รบกวนตอบคำถามด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3

กรณีในบัตรประจำตัวคนพิการไม่ได้ระบุให้ใครเป็นผู้ดูแล สามารถนำมาลดหย่อนได้หรือเปล่าคะ

ความคิดเห็นที่ 2

ต้องโทษอธิบดีกรมสรรพากร กฏหมายประกาศใช้ 6 พย. 52 , มาประกาศหลักเกณฑ์ 22 ธค. 52 ชาวบ้านที่ไหนจะเตรียมทัน ทำเหมือนไม่อยากให้ชาวบ้านได้ใช้สิทธิ์
ปีแรกน่าจะยืดหยุ่นกว่านี้บ้างนะ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องรายละเอียดในบัตรผู้พิการอีกนะ รายละเอียดข้างบนนั้น จนท.สรรพากร ยังรู้ไม่หมดเลย เพราะไปนั่งทะเลาะกันมาแล้ว เบื่อสรรพากร อยากได้แต่เงินภาษีชาวบ้าน ไม่คิดถึงหัวอกชาวบ้าน

ความคิดเห็นที่ 1

กฎหมายออก 22ธค52 แล้วให้ขอใบรับรองหมอภายในปีนั้นก็เหลือแค่ 9วันสิ้นปี กว่าจะรู้เรื่องก็ปาไปเดือนกุมภาแล้ว แมวที่ไหนจะขอทันอะ จะช่วยก็เอาให้จริงๆหน่อยเน้อรัฐบาล

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement