ขอนำประเด็นปัญหาเครดิตภาษี ตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกรมสรรพากรได้แนวทางปฏิบัติตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 119/2545
ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2545 มาเป็นปุจฉา - วิสัชนา ดังนี้
ปุจฉา กรณีใดบ้างที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไร แต่ไม่ได้รับเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
วิสัชนา กรณีดังต่อไปนี้ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไร โดยไม่ได้รับเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
1. สำหรับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไร ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้
(1) กรณีได้รับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน โดยจ่ายจากกำไรของโครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน และได้รับในช่วงเวลาที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนนั้น
(2) เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่ได้จากกองทุนรวมตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร
(3) เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล อาทิ โรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือกิจการฝึกอบรมภายในแก่พนักงานของตนและพนักงานของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน บริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ประกอบกิจการขนส่งสินค้าโดยเรือเดินทะเล
2. สำหรับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร
(1) เงินส่วนแบ่งของกำไรที่ได้จากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ซึ่งกฎหมายกำหนดยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 42 (14) แห่งประมวลรัษฎากร
(2) เงินส่วนแบ่งของกำไรที่ได้จากกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ปุจฉา กรณีได้รับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน โดยได้รับเงินปันผลที่จ่ายจากกำไรสุทธิของกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่มีการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวภายหลังพ้นระยะเวลาที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ผู้ได้รับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งขอกำไรดังกล่าวมีภาระภาษีอย่างไร และมีสิทธิได้รับเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่
วิสัชนา กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้รับเงินปันผล ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร จากบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และเป็นเงินปันผลที่จ่ายจากกำไรสุทธิของกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล อาจแยกพิจารณาได้ดังนี้
1. กรณีกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนได้จ่ายเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรในช่วงเวลาที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ผู้ได้รับเงินปันผลจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด และไม่มีสิทธิได้รับเครดิตภาษีสำหรับเงินได้ดังกล่าว
2. กรณีกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนได้จ่ายเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรภายหลังพ้นระยะเวลาที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว ผู้จ่ายเงินปันผลต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้ ตามมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัษฎากรโดยจะต้องระบุในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ออกให้แก่ผู้มีเงินได้ว่า “ไม่ได้รับเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ” ด้วย ทั้งนี้ ผู้ได้รับเงินปันผลไม่ได้รับเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด
ปุจฉา การจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิที่เกิดจากการรับรู้รายได้ตามเกณฑ์ส่วนได้ส่วนเสีย (Equity Method) มีผลกระทบต่อการได้รับเครดิตภาษีอย่างไร
วิสัชนา เงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นได้รับจากบริษัทที่รับรู้รายได้ตามเกณฑ์ส่วนได้ส่วนเสีย จะไม่มีสิทธิได้รับเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และเมื่อบริษัทผู้จ่ายปันผลได้รับเงินปันผลจากบริษัทร่วมหรือบริษัทในเครือของตน ก็ไม่มีสิทธินำมาจ่ายเงินปันผลอีก จึงทำให้ผู้ถือหุ้นเสียสิทธิประโยชน์ข้อนี้ไป แต่ข้อดีคือ ผู้ถือหุ้นได้สิทธิรับเงินปันผลก่อน
ปุจฉา กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้รับเงินส่วนแบ่งของกำไร จากกิจการร่วมค้าที่ประกอบกิจการในประเทศไทย ผู้ได้รับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรจะได้รับเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่
วิสัชนา กรณีผู้มีเงินได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยหรือมีภูมิลำเนาในประเทศไทย และเป็นผู้ได้รับเงินส่วนแบ่งของกำไรจากกิจการร่วมค้าที่ประกอบกิจการในประเทศไทย และได้ผ่านการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิในอัตรา 30% ของกำไรสุทธิ ผู้มีเงินได้ดังกล่าว ก็ย่อมได้รับเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ด้วย เนื่องจากกิจการร่วมค้าที่ประกอบกิจการในประเทศไทย ถือเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร และมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิเช่นเดียวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยทั่วไป เงินส่วนแบ่งของกำไรจึงถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ
Tags : ปัญหาเครดิตภาษี