กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเงิน - การลงทุน : มุมภาษี

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 03:00

การยกเว้นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร (2)

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ขอนำประเด็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร และการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ดังกล่าวมาปุจฉา - วิสัชนา ดังนี้

ปุจฉา มีหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับเครดิตภาษีสำหรับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรอย่างไร

วิสัชนา เครดิตภาษีสำหรับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรเป็นไปตามมาตรา 47 ทวิ
 1. บทบัญญัติเกี่ยวกับเครดิตภาษีเป็นไปเพื่อขจัดความซ้ำซ้อนเชิงเศรษฐกิจที่รัฐจัดเก็บภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นสองระดับ คือ ในระดับที่เป็นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แล้วยังจัดเก็บจากเงินได้จากทรัพย์สิน ในส่วนที่เป็นผลได้จากทุน หรือเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอีกระดับหนึ่ง

2. กรณีผู้มีเงินได้ที่เป็นผู้ถือหุ้น หรือผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย หรือมีภูมิลำเนาในประเทศไทย และได้รับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไร จากบริษัทหรือหุ้นส่วน    นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ให้ถือว่า ผู้มีเงินได้ได้รับเครดิตภาษีหรือได้ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้แล้ว ในอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสีย หารด้วยผลต่างของหนึ่งร้อยลบด้วยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลดังกล่าวของเงินได้ โดยผู้มีเงินได้ต้องนำเครดิตภาษีที่ได้รับไปรวมคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมินแล้วคำนวณภาษีเงินได้ตามปกติได้เป็นเงินภาษีเท่าใด ให้นำเครดิตภาษีมาหักออก ถ้ายังขาดให้ชำระเพิ่มสำหรับจำนวนที่ขาดแต่ถ้าเกินให้มีสิทธิขอคืนตามจำนวนที่เหลือนั้น

ปุจฉา เงินได้ตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร มีรายการเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่อย่างไร

วิสัชนา เงินได้ตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร มีรายการเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังต่อไปนี้
 1.  เงินปันผล หรือเงินส่วนแบ่งของกำไร แล้วแต่กรณีจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่เป็นการคำนวณจากเงินได้จากการขายโลหะดีบุก ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2531  สำหรับโลหะดีบุกที่ซื้อมาระหว่างวันที่ 23 กันยายน 2529  ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2530 และรายจ่ายในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการซื้อและขายโลหะดีบุกดังกล่าว (กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2 (25))

2.  เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไร จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จากกิจการโรงเรียนเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือกิจการสถาบันอุดม ศึกษาเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ทั้งนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวจะต้องมิได้ประกอบกิจการอื่น นอกจากกิจการโรงเรียนเอกชนกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรือกิจการสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2 (37)) 

3. เงินได้พึงประเมินเท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ ทั้งนี้ จะต้องมีจำนวนไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับปีภาษี 2551 เป็นต้นไป เช่นเดียวกับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) - (3)  ข้างต้น (กฎกระทรวง (ฉบับที่ 126) ข้อ 2(55))

4. เงินปันผลที่ได้จากการถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการธุรกิจเงินร่วมลงทุน และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 5 อัฏฐารส แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500 (กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2 (58)(ก))

 5. เงินได้พึงประเมินเท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาวตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ได้มีการจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2550 ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับปีภาษี 2551 เป็นต้นไป เช่นเดียวกับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) - (3) ข้างต้น (กฎกระทรวง (ฉบับที่ 126) ข้อ 2 (66))

6. เงินได้พึงประเมินที่ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ในปีภาษีได้รับ เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 190,000 บาทในปีภาษีนั้น เช่นเดียวกับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) - (3) ข้างต้น (กฎกระทรวง (ฉบับที่ 126) ข้อ 2 (72))

7.  เงินปันผลจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ตลอดระยะเวลาที่ผู้ได้รับการส่งเสริมได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น (พระราชส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 มาตรา 34)

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

 

Tags : เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement