ขอนำประเด็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร และการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ดังกล่าวมาปุจฉา - วิสัชนา ดังนี้
ปุจฉา ขอให้ช่วยจำแนกเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งบัญญัติว่า "เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กองทุนรวม หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้น สำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม (ได้แก่ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อมแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม) เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับที่ต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียม เฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
เพื่อประโยชน์ในการคำนวณเงินได้ตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่บุตรชอบด้วยกฎหมายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นผู้มีเงินได้ และความเป็นสามีภริยาของบิดาและมารดาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ถือว่า เงินได้ของบุตรดังกล่าวเป็นเงินได้ของบิดา แต่ถ้าความเป็นสามีภริยาของบิดาและมารดามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ถือว่าเงินได้ของบุตรดังกล่าวเป็นเงินได้ของบิดาหรือมารดาผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือของบิดาในกรณีบิดามารดาใช้อำนาจปกครองร่วมกัน
ความในวรรคสองให้ใช้บังคับกับบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ด้วยโดยอนุโลม" ให้ชัดเจนด้วย
วิสัชนา จากบทบัญญัติดังกล่าวอาจจำแนกเงินได้ที่เป็นเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ได้ดังต่อไปนี้
1. เงินได้ตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร อาจจำแนกตามผู้จ่ายเงินได้และผู้มีเงินได้ดังนี้
(1) กรณีบริษัทจำกัด ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ เป็นผู้จ่ายเงินได้ให้แก่ผู้ถือหุ้น เรียกเงินได้ที่จ่ายว่า “เงินปันผล”
(2) กรณีห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ เป็นผู้จ่ายเงินได้ให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วน เรียกเงินได้ที่จ่ายว่า “เงินส่วนแบ่งของกำไร”
(3) กรณีกิจการร่วมค้าที่ประกอบกิจการในประเทศไทย เป็นผู้จ่ายเงินได้ให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วน เรียกเงินได้ที่จ่ายว่า “เงินส่วนแบ่งของกำไร”
(4) กรณีกองทุนรวมที่ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล ซึ่งจัดตั้งโดยบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้น สำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เป็นผู้จ่ายเงินได้ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน เรียกเงินได้ที่จ่ายว่า “เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไร”
(5) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการขุดค้นน้ำมันปิโตรเลียมดิบหรือก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเป็นผู้จ่ายเงินได้ เรียกเงินได้ที่จ่ายว่า “เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไร” และในกรณีที่เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรดังกล่าวอยู่ในบังคับที่ต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ให้นำมาถือเป็นเงินได้พึงประเมินเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
2. ในการคำนวณเงินได้ที่เป็นเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไร แล้วแต่กรณีตาม 1. ในกรณีที่บุตรชอบด้วยกฎหมายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นผู้มีเงินได้ และความเป็นสามีภริยาของบิดาและมารดาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ถือว่า เงินได้ของบุตรดังกล่าวเป็นเงินได้ของบิดา แต่ถ้าความเป็นสามีภริยาของบิดาและมารดามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ถือว่าเงินได้ของบุตรดังกล่าวเป็นเงินได้ของบิดาหรือมารดาผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือของบิดาในกรณีบิดามารดาใช้อำนาจปกครองร่วมกัน
หลักเกณฑ์ดังกล่าวให้ใช้บังคับกับบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ด้วยโดยอนุโลม
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ
ความคิดเห็นที่ 1
kewdstc , 14 มีนาคม 2554 02:02
uvNqpS diorwzicxehb, [url=http://yititfiruouu.com/]yititfiruouu[/url], [link=http://hmsikamxzyrc.com/]hmsikamxzyrc[/link], http://orkzfpicygxo.com/