ขอนำประเด็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 3 และการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ดังกล่าวมาปุจฉา - วิสัชนา ดังนี้
ปุจฉา ขอให้ช่วยจำแนกเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 3 ตามบทบัญญัติมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งบัญญัติว่า “ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปี หรือเงินได้มี ลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล” ให้ชัดเจนด้วย
วิสัชนา จากบทบัญญัติดังกล่าวอาจแยกพิจารณาได้ดังนี้
1. ผู้มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 3 แบ่งเป็น
(1) ผู้มีเงินได้ที่เป็นค่าแห่งกู๊ดวิลล์ อาทิ นักกีฬาอาชีพเมื่อมีการย้ายสังกัด ผู้มีความสามารถเฉพาะด้าน เช่น ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนที่ลงแรงหรือลงความรู้ความสามารถแทนเงินหรือทรัพย์สิน
(2) ผู้มีเงินได้ที่เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ อาทิ นักเขียน นักประพันธ์ ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ตกทอดมาโดยทางมรดกหรือจากการให้โดยเสน่หา
(3) ผู้มีเงินได้ที่เป็นค่าแห่งสิทธิ์อย่างอื่น อาทิ ผู้เป็นเจ้าทางภาระจำยอม
(4) ผู้มีเงินได้ที่เป็นเงินปี อาทิ พระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป
(5) ผู้มีเงินได้ที่เป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล อาทิ ผู้รับมรดกซึ่งได้รับเงินได้เป็นรายปีจากพินัยกรรม หรือผู้รับเงินได้ค่าเลี้ยงดูเป็นรายปีเนื่องจากการหย่า ไม่ว่าจะโดยการตกลงหรือคำพิพากษาของศาล
2. โดยทั่วไปค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น เช่น เงินได้จากการโอนสิทธิการเช่า ลิขสิทธิ์ ประทานบัตรเหมืองแร่ ถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 3 แต่ถ้าการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ดังกล่าวผู้มีเงินได้มีต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายมาก (เงินได้ประเภทที่ 3 เฉพาะค่าแห่งลิขสิทธิ์ ยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 60,000 บาท สำหรับเงินได้ประเภทที่ 3 อย่างอื่นไม่ยอมให้หักค่าใช้จ่ายใดๆ) ในทางปฏิบัติอนุโลมให้ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งจะทำให้ผู้มีเงินได้สามารถหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้ เช่น
(1) บริษัทฯ เซ้งสิทธิการเช่าร้านค้าในศูนย์การค้าจากนาย ก. โดยบริษัทฯ ต้องจ่ายค่าตอบแทนในการเซ้งสิทธิการเช่าแล้วแลกเปลี่ยนสัญญา โดยบริษัทฯ เป็นผู้เช่าจากศูนย์การค้าแทน เช่นนี้เงินได้จากการโอนสิทธิการเช่าถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/4769 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2536)
(2) นาย ข. ได้รับค่าตอบแทนจากการจดทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินของตน จากบุคคลอื่นเป็นเงิน 500,000 บาท เช่นนี้ถือว่านาย ข. ได้รับเงินได้ตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ค่าแห่งสิทธิอย่างอื่น
ปุจฉา รายการเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณ เพื่อเสียภาษีเงินได้มีอย่างไรบ้าง
วิสัชนา เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 3 มีรายการยกเว้นเงินได้ดังนี้
1. เงินปี ที่ได้รับเนื่องจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา หรือได้จากการรับมรดก หรือได้รับตามพินัยกรรม (มาตรา 42 (10) แห่งประมวลรัษฎากร)
2. เงินค่าใช้จ่ายในพระองค์ที่ได้รับจากทางราชการ และเงินปีที่ทางราชการจ่ายให้ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน (กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2 (27) ใช้บังคับสำหรับเงินได้ตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นไป)
3. เงินได้พึงประเมินเท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ ทั้งนี้ จะต้องมีจำนวนไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับปีภาษี 2551 เป็นต้นไป เช่นเดียวกับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) - (3) ข้างต้น (กฎกระทรวง (ฉบับที่ 126) ข้อ 2(55))
4. เงินได้พึงประเมินเท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาวตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ได้มีการจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2550 ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับปีภาษี 2551 เป็นต้นไป เช่นเดียวกับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) - (3) ข้างต้น (กฎกระทรวง (ฉบับที่ 126) ข้อ 2 (66))
5. เงินได้พึงประเมินที่ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ในปีภาษีได้รับ เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 190,000 บาทในปีภาษีนั้น เช่นเดียวกับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) - (3) ข้างต้น (กฎกระทรวง (ฉบับที่ 126) ข้อ 2 (72))
6. ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่นที่ได้รับจากผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้มีกำหนดเวลา 3 - 8 ปีนับแต่วันที่ผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด (มาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520)
Tags : เงินได้พึงประเมิน
ความคิดเห็นที่ 1
เกษสุดา บูรณพันศักดิ์ , 9 มิถุนายน 2554 20:02
ดิฉันข้อเรียนปรึกษาดังต่อไปนี้
สามีดิฉันเปิดบริษัทรับจ้างทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรม (เรียกว่าเขียนโปรแกรม) ซึ่งในนามจ่ายภาษีตามมาตรา 40 (8) แต่
1. สามีดิฉันเป็นเจ้าของบริษัท และได้รับเงินค่าเขียนโปรแกรมจากบริษัท สามีดิฉันความเสียภาษีตามมาตรา 40 (2) หรือ (3) ค่ะ
2. ระหว่าง (2) กับ (3) ต่างกันอย่างไร และอย่างไรดีกว่ากัน
3. แต่ทางสรรพากร ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันทางกรมได้มีมติว่า การทำงานแบบสามีดิฉัน (ผู้เขียนโปรแกรม) ต้องจ่ายภาษีตามมาตรา (3) เท่านั้น จริงหรือไม่ค่ะ
4. รายได้ของสามีดิฉันทั้งหมดถือว่าเป็นค่าลิขสิทธิ์หรือไม่ หรือสามารถมีส่วนหนึ่งเป็นเงินค่าจ้างได้หรือไม่ค่ะ
5. ขอความกรุณาช่วยอธิบายให้กระจ่างด้วยนะคะ เนื่องจากกรณีของสามีดิฉันคิดว่าจะเป็นกรณีเดียวในจังหวัด เนื่องจากผู้เขียนโปรแกรมไม่ค่อยมีอยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งไม่มีผู้ใดในสรรพากรให้ข้อมูลที่แท้จริงได้ ที่กล่าวดังนี้เพราะว่า ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า ผู้รับจ้างเขียนโปรแกรมไม่ถือว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นอกเสียจากว่าได้มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นกับผู้ว่าจ้างเขียนโปรแกรม
ขอขอบพระคุณอย่างสูงมา ณ ที่นี้