ตลาดสหรัฐปรับลง แค่ Take Profits หลัง New High แต่แนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้น น่าซื้อไปขายสัปดาห์หน้า
- การที่สหรัฐตัดสินใจให้โครงการลดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (TARP) คงอยู่ต่อไปอีก 5 ปี เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับตลาดหุ้นสหรัฐได้อีกระดับหนึ่ง เนื่องจากในปัจจุบันยังคงมีบริษัท และสถาบันการเงิน 455 แห่ง เช่น AIG และ GM ยังไม่สามารถชำระหนี้คืนให้ TARP ได้ ขณะที่ในวันนี้ปัจจัยบวกที่รออยู่คือในส่วนของการประกาศตัวเลข GDP Growth สหรัฐใน 4Q54 ที่ Consensus คาดว่าจะอยู่ที่ 3% เพิ่มขึ้นจาก 1.8% ใน 3Q54 และสูงที่สุดตั้งแต่ 2Q53 ซึ่งจะเป็นการยืนยันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐได้เป็นอย่างดี ดังนั้นในเชิงเทคนิคเราประเมินว่าถ้าดัชนีดาวโจนส์ และ S&P500 ยังคงไม่ปิดตัวต่ำกว่า 12,650 และ 1,290 จุดในสัปดาห์หน้า ตลาดหุ้นสหรัฐจะยังคงเป็นปัจจัยหนุนสำคัญของตลาดหุ้นโลก และไทยต่อไป
- ในส่วนของตลาดหุ้นไทยที่วานนี้กลับมา Outperform ตามที่เราคาดไว้ หลังปรับตัวขึ้น +1.19% เทียบ +0.36% ของ MSCI Asia ex Japan และ +0.50% ของ MSCI World ซึ่งเราคาดว่า Momentum Effect ดังกล่าวจะยังคงมีอยู่ต่อไปได้อีกอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาการแกว่งตัวขึ้นของ SET ตั้งแต่ต้นปี 55 ที่ +4.2% ยังคง Laggard มากเมื่อเทียบกับ +8.8% ของ MSCI Asia ex Japan และ +5.1% ของ MSCI World ขณะที่ในด้านของระดับราคาปัจจุบันตลาดหุ้นไทยซื้อขายอยู่ที่ระดับ Leading P/E ราว 10.3 เท่าเท่านั้น ซึ่งถือว่ายังไม่แพงเมื่อเทียบกับ 11.1 เท่าของ MSCI Asia ex Japan และ 10.6 เท่าของ MSCI World ดังนั้นกรณี SET ยังไม่ปิดต่ำกว่า 1,050 จุด เรายังคงเป้าหมายการแกว่งขึ้นในระยะไม่เกิน 2 สัปดาห์ไว้ที่ 1,080 จุด และ 1,150 จุดในระยะ 3 เดือน
Tags : บล.เกียรตินาคิน