แนะซื้อพื้นฐานดี
• บริษัทประกาศซื้อหุ้นในสัดส่วน 74.18% ในบริษัท ซี.พี.โภคภัณฑ์ (CPP) ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองที่ประเทศจีน อีกทั้งยังถือหุ้น 70.82% ในบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ เวียดนาม (CPV) ซึ่งทำธุรกิจอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์อาหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนาม CPF ใช้เงินไปทั้งสิ้น 66.3 พันล้านบาท หรือ 2,174 ล้านดอลลาร์
สำหรับราคาที่ซื้อนั้นอิงตามการซื้อหุ้นในจำนวน 18.8 พันล้านหุ้นของ CPP ที่ราคา 0.9 เหรียญฮ่องกงต่อหุ้น และเป็น P/E ที่ 11.83 เท่า P/BV ที่ 3.94 เท่า และ EV/EBITDA ที่ 7.8 เท่า (เทียบกับ 12 เดือนที่ผ่านมา) และหากเทียบกับมูลค่าหุ้น CPF ที่ P/E ที่ 12.4 เท่า P/BV ที่ 3.1 เท่า และ EV/EBITDA ที่ 9.1 เท่าสำหรับปี 2554 และถือว่ายังถูกเทียบกับหลักทรัพย์อื่นในภูมิภาคแถบนี้ สำหรับเม็ดเงินที่ไปใช้ซื้อ CPP ในสัดส่วน 31.4% (20.8 พันล้านบาท) มาจากการออกหุ้นเพิ่มทุน 694 ล้านหุ้น และในสัดส่วนที่เหลือ 68.6% (45.5 พันล้านบาท) ส่วนใหญ่จะมาจากการก่อหนี้ และบางส่วนเป็นเงินสด
• ข้อดีของการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คือ CPF จะกลายเป็นอันดับหนึ่งในเอเชียในธุรกิจประเภทปศุสัตว์และธุรกิจสัตว์น้ำซึ่งดำเนินธุรกิจใน 12 ประเทศ เราคาดว่ารายได้ใน 55 จะมีสัดส่วนมาจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 50% เทียบกับปี 2554 ที่ 26% หากมีสมมติฐานว่ารายได้ของ CPP เติบโต 15% ต่อปี (รวม CPV ด้วย) ก็จะทำให้รายได้ CPF ในปี 2555 เติบโต 46% เป็น 322.3 พันล้านบาท (หากการควบรวมกิจการเริ่มต้น มี.ค.55) แม้ว่าค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจะสูงขึ้น (1.8 พันล้านบาทต่อปี) และ DILUTION EFFECT ที่เกิดขึ้น 9.4%
เราคาดว่ากำไรสุทธิต่อหุ้นปี 2555 ก็ยังเติบโต 17% เป็น 2.9 บาท และกำไรสุทธิต่อหุ้นปี 2556 เติบโตเพิ่มเป็น 20% เป็น 3.48 บาทเมื่อมีการควบรวมกับ CPP เต็มปี และได้รับผลบวกจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของ CPP
• คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐานกำหนดไว้ให้สูงขึ้นเป็น 42 บาท อันเป็นผลพวงจากการปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2555 และปี 2556 ในอัตรา 17% และ 21% ตามลำดับ หลังเข้าซื้อ CPP และประเมินมูลค่าหุ้นด้วย P/E ปี 55 ที่ 14.5 เท่า (+0.5 SD ที่ P/E เฉลี่ยย้อนหลัง 7 ปี)
ที่มา : บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส
Tags : CPF