ภาวะตลาดวันนี้ SET น่าจะดีดตัวขึ้นต่อ (แนวต้าน 925 930 จุด) ตามบรรยากาศการลงทุนต่างประเทศที่สดใส
ภาวะตลาดวานนี้ SET เปิดบวกทันทีที่เปิดตลาด สอดคล้องกับเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกในประเทศ นำโดยกลุ่มหลักอย่างธนาคาร พลังงาน และอสังหาริมทรัพย์ แต่การดีดตัวแรง ก็เริ่มเห็นการขายทำกำไรบ้าง จนทำให้ตลาดอ่อนตัวลงมาปิดที่ 919.34 จุด เพิ่มขึ้น 6.15 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.91 หมื่นล้านบาท
ภาวะตลาดวันนี้ SET น่าจะดีดตัวขึ้นต่อ (แนวต้าน 925 – 930 จุด) ตามบรรยากาศการลงทุนต่างประเทศที่สดใส หลังตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐดีเกินกว่าคาด ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจภายในประเทศของเราก็ยังคงแข็งแกร่ง และมีความสมดุลย์มากขึ้น จนทำให้เราเชื่อว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ จะช่วยชดเชยการชะลอตัวของภาคส่งออก ที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจหลักสำคัญ เรายังคงยืนเป้าหมายดัชนีในระยะเวลา 12 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 1,000 จุด เพราะนอกจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งกว่าทุกรอบที่ผ่านมาแล้ว แนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียที่จะเติบโตดีกว่าประเทศเศรษฐกิจหลัก จะยังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ตลาดเอเชีย (สะท้อนจากค่าเงินที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ) ดังนั้น ระยะสั้น SET อาจจะผันผวนบ้างตามแรงขายทำกำไร หลังจากปรับตัวโดดเด่นที่สุดในภูมิภาค (คำนวณจากต้นปี) รวมไปถึงข้อสรุปการแก้ปัญหามาบตาพุดจากศาลปกครองกลาง (แนวรับ 900 จุด) แต่ก็ยังเป็นโอกาสในการสะสมหุ้น เน้นที่เกี่ยวเนื่องการบริโภคในประเทศ อาทิ SCB, BAY, DCC, LPN, VNG รวมไปถึงการเก็งกำไรหุ้นหลักทรัพย์ระยะสั้น (PHATRA, ASP)
เก็บเอามาเล่า
นายกฯ เรียกประชุมหารือเงินบาทแข็งค่าเร็ว เงินลงทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง จนดันให้เงินบาทแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 30 เดือน ที่ 31.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เช้านี้ นายกฯ เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดเล็ก เพื่อหารือปัญหาเรื่องค่าเงินบาท แต่เราไม่คาดว่าจะมีมาตรการรุนแรงออกมาเงินเฟ้อจากแรงดึงด้านอุปสงค์จะปรับขึ้นต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเงินเฟ้อเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 3.3%YoY โดยปรับตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกัน แรงหนุนมาจากดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่ม(+7.5%YoY) ขณะที่หมวดที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 1.0% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 1.2%YoY เราประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปน่าจะยืนแถว 3% ในช่วงเวลาที่เหลือของปี แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จะทำให้เงินเฟ้อจากแรงดันด้านอุปสงค์เพิ่มขึ้นในช่วงถัดไป มีนัยว่า ธปท. อาจดำเนินนโยบายดอกเบี้ยแบบเชิงรุกขึ้น มีโอกาสมากขึ้นที่อาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย R/P 1 วันในการประชุม 2 ครั้งที่เหลือ SCB จบดีลขาย SICCO SCB สรุปขายหุ้น SICCO ที่ถืออยู่ 230.88 ล้านหุ้น หรือ 38.65% ของทุนเรียกชำระแล้ว ให้กับธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย (TRCB) ในราคาหุ้นละ 4 บาท รวมมูลค่า 923.53 ล้านบาท ซึ่งจะบันทึกเป็นกำไรจากการขายเงินลงทุนเต็มจำนวน (ตั้งสำรองเงินลงทุนไปหมดแล้ว) ใน 3Q53 แนะนำ “ซื้อ” SCB
มูลค่าพื้นฐาน 127 บาท ขณะที่ดีลดังกล่าวน่าจะส่งผลลบต่อ SICCO เพราะราคาขายต่ำกว่าราคาในกระดาน
(ก่อนประกาศ) ถึง 32% คิดเป็น PBV เพียงแค่ 0.6 เท่าเท่านั้น อีกทั้งการทำคำเสนอซื้อทั้งหมดของ TRCB ยัง
มีเงื่อนไขอาจยกเลิกคำเสนอซื้อทั้งหมดหากไม่สามารถซื้อหุ้นได้ 75% อีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
ข้อมูลเศรษฐกิจสดใส หนุนตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวแรง ตัวเลขภาคการผลิตที่ดีกว่าคาด และความเชื่อมั่นนักลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น หนุนให้ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวแรงถึง 254.75 จุด ปิดที่ 10,269.74 จุด
สหรัฐ: สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตขยายตัวมากเกินคาด เป็น 56.3 ใน
เดือน ส.ค. จาก 55.5 ในเดือน ก.ค. โดยปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 13 ติดต่อกัน แต่ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน
ลดลง 10,000 ตำแหน่งในเดือน ส.ค. เทียบกับเพิ่มขึ้น 37,000 ตำแหน่ง ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้าน
การก่อสร้างก็ร่วงลงมากกว่าคาดในเดือน ก.ค. แตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปีที่ 8.052 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
(-1.0%) กลับสะท้อนความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
Tags : SET
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น