อมตะ คอร์ปอเรชัน -แนวโน้มดี
ประเด็นการลงทุน: เราเชื่อว่า AMATA น่าจะกลับมาเป็นที่สนใจของนักลงทุนอีกครั้ง เราคิดว่าในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการที่พึ่งพารายได้จากการขายที่ดินมากที่สุดในกลุ่ม น่าจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการฟื้นตัวแข็งแกร่งของยอดขายที่ดิน เราคาดว่ากำไรของบริษัทจะเติบโตก้าวกระโดด 126% ในปี 2553 และ 60% ในปี 2554 มากที่สุดในกลุ่ม เราได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2553 ขึ้นเป็น 11.60 บาทจากเดิมที่ 9.10 บาทคิดตาม PER ที่ 17.2 เท่าและยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ยอดขายที่ดินปรับตัวขึ้นตามคาด: กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมฟื้นตัวเร็วและแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา แต่ความต้องการขยายกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมเพื่อสอดรับการส่งออกที่เพิ่มขึ้นได้ช่วยหนุนให้ AMATA มียอดขายที่ดินเพิ่มขึ้นอีก 117 ไร่ในไตรมาส 2/53 ส่งผลให้ยอดขายที่ดินรวมในครึ่งแรกของปี 2553 อยู่ที่ 252 ไร่ สำหรับแนวโน้มในครึ่งหลังของปี 2553 คาดว่าจะดีกว่าในครึ่งแรกมาก การประกาศการลงทุนของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ เช่น โตโยต้า มิตซูบิชิ และ ฟอร์ด จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เพิ่มกำลังการผลิต หรือย้ายโรงงานผลิตเข้ามายังประเทศไทย
AMATA มีแนวโน้มที่จะขายที่ดินได้มากกว่าที่เราประมาณการ: บริษัทน่าจะเซ็นต์สัญญาขายที่ดินประมาณ 350 ไร่ภายในไตรมาส 3/53 ดังนั้นเป้าหมายยอดขายที่ดินของเราที่ 600 ไร่ในปีนี้นั้นดูเหมือนว่าจะทำได้โดยไม่ยาก และบวกกับแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ดีขึ้น เราจึงปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายที่ดินเป็น 800 ไร่สำหรับปี 2553 และเป็น 1000 ไร่ (จาก 800 ไร่) สำหรับปี 2554 ทั้งนี้ AMATA วางเป้าหมายยอดขายที่ดินที่ 900 ไร่สำหรับปี 2553 ดังนั้นประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2553-54 จึงถูกปรับเพิ่มขึ้น 36% และ 44% เป็น 0.67 และ 1.07 บาทตามลำดับ ทั้งนี้ประมาณการยอดขายที่ดินของเรายังไม่ได้รวมที่ดินขนาด 500 ไร่ที่อาจขายให้ Canadoil ซึ่งอาจรวมเข้ามาในปีหน้าหลังจากที่บริษัทผ่าน HIA
Tags : AMATA
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น