กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน : วิเคราะห์หุ้น

วันที่ 27 เมษายน 2553 01:00

HMPRO:ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เราคาดว่า HMPRO จะมียอดขายต่อตร.ม.เติบโตประมาณ 3.5% ในปี 2553 และ 4.0% ในปี 2554 จาก 2% ในปี 2552

การประกาศแผนก่อสร้างโครงการในปีนี้ของผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยชั้นนำ 7 บริษัท (AP, LH, LPN, PS, QH, SPALI และ SIRI) ทำให้เราเชื่อว่า บริษัทโฮมโปรดักส์เซ็นเตอร์ (HMPRO) จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากยอดขายสาขาเดิมของบริษัท โดยเฉพาะในส่วนของที่อยู่อาศัยใหม่จะมีปัจจัยผลักดันตลอดสองปีข้างหน้าจาก 1) มูลค่าโครงการรวมที่สูงถึง 1.84 แสนล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นถึง 80%

2) โครงการมากกว่า 95% ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และชานเมืองซึ่ง HMPRO มีความได้เปรียบด้วยเครือข่ายสาขาที่แข็งแกร่งถึง 18 แห่ง และ 3) โครงการใหม่ในปี 2553 จะเน้นการก่อสร้างที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว (SDH) และทาวน์เฮ้าส์ (TH) ซึ่งเป้าหมายการเพิ่มมูลค่าโครงการ SDH ถึง 100% และ TH 61% ในปีนี้เทียบกับอัตราการเติบโตที่ทรงตัวและ 6% ในปี 2552 ตามลำดับทำให้ HMPRO มีโอกาสขายสินค้าได้มากกว่าโครงการประเภทคอนโดมิเนียม

อย่างไรก็ตามเราคาดว่าสัดส่วนยอดขายระหว่างที่อยู่อาศัยเก่าและที่อยู่อาศัยใหม่จะไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้วมากนักหรืออยู่ที่ 30:70 เพราะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซ่อมแซมบ้านเก่าด้วยการซื้อวัสดุตกแต่งและซ่อมแซมด้วยตัวเองมากขึ้น ประกอบกับเราเชื่อว่าที่อยู่อาศัยเก่าที่มีอายุเกิน 10-20 ปีน่าจะถึงเวลาทำการซ่อมแซมแล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ การที่ HMPRO มีการให้บริการที่รวดเร็วและเน้นบริการหลังการขายมากขึ้นในปีนี้ เช่นการทาสีและติดตั้งอุปกรณ์เชื่อว่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีในการเพิ่มยอดขายในกลุ่มลูกค้าบ้านเก่า รวมทั้งช่วยให้บริษัทสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดจากตลาดแบบดั้งเดิมได้มากขึ้น

เราคาดว่า HMPRO จะมียอดขายต่อตร.ม.เติบโตประมาณ 3.5% ในปี 2553 และ 4.0% ในปี 2554 จาก 2% ในปี 2552 โดยยอดขายต่อตร.ม.ที่เพิ่มขึ้นบวกกับสมมติฐานของเราที่คาดว่าบริษัทจะเปิดสาขาใหม่ 4 แห่งและ 3 แห่งในปี 2553-2554 ตามลำดับ ทำให้เราประมาณการอัตราการเติบโตของยอดขายอยู่ที่ 8.3% ในปี 2553 และ 13.6% ในปี 2554 ขณะที่ เป้าหมายการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยใหม่จำนวนมากจะกลายเป็น upside ต่อประมาณการยอดขาย
 เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ HMPRO จะยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องจาก 29.4% ในปี 2552 เป็น 29.6% ในปี 2553-2555 โดยปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้อัตรากำไรขั้นต้นของ HMPRO เพิ่มขึ้นคือ 1) อำนาจต่อรองกับ supplier ที่เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าของ supplier มากขึ้นบวกกับสัดส่วนของสินค้า house-brand ที่เพิ่มขึ้นและ 2) อัตรากำไรขั้นต้นของสินค้า house-brand ที่สูงกว่าสินค้าของ supplier ทั้งนี้สัดส่วนของสินค้า house-brand เพิ่มขึ้นจาก 3.1% ในสิ้นปี 2548 มาอยู่ในระดับ 13.6% ณ สิ้นปี 2552 และ HMPRO คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 16% ณ สิ้นปีนี้

เราเชื่อว่ายอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ HMPRO มีกำไรเติบโต 13.0%, 13.8% และ 11.5% ในปี 2553-2555 ตามลำดับ ซึ่งแนวโน้มการเติบโตของผลกำไรที่ดี คาดจะทำให้บริษัทมีศักยภาพทำกำไรสูงขึ้นและมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน โดย HMPRO คาดจะมี ROE เพิ่มขึ้นจาก 22.3% ในปี 2552 เป็น 23.3%, 23.9% และ 24.1% ในปี 2553-2555 ตามลำดับ  อีกด้านหนึ่งเราคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหรือจาก 0.25 เท่าในสิ้นปี 2552 เป็น 0.36 เท่าในสิ้นปี 2553 เพราะหนี้สินที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ลงทุนในการเปิดสาขาใหม่อีก 4 แห่งในปีนี้ แต่หนี้สินที่เพิ่มขึ้นไม่ทำให้เรากังวลต่อฐานะทางการเงินของ HMPRO นอกจากนี้ ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นในระยะ 3 ปีจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 0.27 เท่าในปี 2554 และ 0.09 เท่าในปี 2555

ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย
 ปัจจุบัน HMPRO ซื้อขายอยู่ที่ PER 16.7 เท่าในปี 2553 ซึ่งไม่ถูกนักเมื่อเทียบกับกรอบ PER ที่ 2-16 เท่าในปี 2547-2552 อย่างไรก็ตาม การที่ HMPRO มี ROE เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีหนี้สินลดลงและกระแสเงินสดสม่ำเสมอมากขึ้น เราจึงมองว่า HMPRO สมควรซื้อขายอยู่ที่ PER สูงกว่าในอดีต โดย PER ของ HMPRO ที่ 16.7 เท่ายังคงต่ำกว่า PER ของผู้ประกอบการในต่างประเทศที่ 21.9 เท่าในปี 2553 ขณะที่มี ROE และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลดีกว่า

ทั้งนี้เนื่องจากเราคำนวณราคาเป้าหมายอิงวิธี DDM เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราการจ่ายปันผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจาก 50% เป็น 70% เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราการจ่ายปันผลในปี 2551 และ 2552 รวมทั้ง ROE ที่จะเพิ่มขึ้นและหนี้สินที่จะลดลงในอนาคต ส่งผลให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก 5.15 บาทเป็น 7.15 บาท นอกจากนี้เรายังคงคำแนะนำ Buy หุ้น HMPRO เนื่องจากบริษัทมีอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่ 12.8% CAGR ฐานะทางการเงินดีขึ้นรวมทั้งมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับปานกลางที่ 4.2% ในปี 2553 และแม้ว่าเรายังไม่เปลี่ยนแปลงประมาณการกำไร แต่มูลค่าโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ที่เติบโตสูงเชื่อว่าจะกลายเป็น upside ต่อประมาณการกำไรใน 2 ปีข้างหน้านี้

เราคาดว่า HMPRO จะรายงานกำไรสุทธิ 288 ล้านบาทใน 1Q53 เพิ่มขึ้น 18.9%YoY แต่ลดลง 26.6% QoQ ซึ่งการที่ผลกำไรเติบโตเมื่อเทียบกับ 1Q53 จะมาจาก 1) ยอดขายสาขาเดิมที่เติบโตประมาณ 5.0% YoY ใน 1Q53 เพราะยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากสาขาเดิมและงาน HMPRO Expo 2) การเปิดสาขาใหม่ในจังหวัดนครปฐมและ 3) อัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว

ทั้งนี้ยอดขายจากงาน HMPRO Expo ที่จัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2553 ได้รับผลกระทบจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองเล็กน้อย แต่การจัดงานต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 วันช่วยให้บริษัททำยอดขายจากงาน HMPRO Expo ได้ตามเป้าที่ประมาณ 660 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และมีสัดส่วนประมาณ 55% ของยอดขายที่รับรู้ใน 1Q53 ขณะเดียวกัน สาเหตุที่ทำให้ผลกำไรของ HMPRO ลดลงจาก 4Q52 คาดจะมาจากปัจจัยฤดูกาล

ที่มา...บล.กสิกรไทย

 

Tags : HMPRO

Adsense

advertisement

advertisement

advertisement