กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเงิน - การลงทุน : วิเคราะห์หุ้น

วันที่ 23 ธันวาคม 2552 02:00

แรงหนุนจากมาบตาพุด และ Window Dressing

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

คาดว่าตลาดหุ้นวันนี้ ยังคงมีแนวโน้มแกว่งขึ้นต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับปัจจัยจากต่างประเทศ และความคืบหน้าของกรณีมาบตาพุด

สภาพตลาดวันวาน : ภาคเช้าการเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นต่างประเทศ และแรงซื้อต่อเนื่องของสถาบันในประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากเงินลงทุนใหม่จากกองทุน LTF และ RMF ช่วยหนุนให้มีแรงซื้อหุ้นกลุ่มหลักเข้ามาตั้งแต่เริ่มเปิดซื้อขาย ทำให้ดัชนีเปิดเพิ่มขึ้นเกือบ 5 จุด จากนั้นก็เคลื่อนไหวแคบๆ ในกรอบ 719-722 จุด ตลอด 1 ชั่วโมงแรก โดยในช่วงต้นชั่วโมงที่ 2 มีแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มหลัก โดยเฉพาะ BANPU ออกมาบ้าง ทำให้ดัชนีอ่อนตัวลงเล็กน้อย โดยลดลงมาต่ำสุดที่ระดับ 718.69 จุด ก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นมายืนเหนือระดับ 720 จุด ตลอดชั่วโมงสุดท้าย และปิดภาคเช้าที่ 720.83 จุด เพิ่มขึ้น 5.66 จุด (+0.79%) โดยมีปริมาณซื้อขายค่อนข้างน้อยเพียง 5.8 พันล้านบาท

ภาคบ่าย  :  การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าและตลาดหุ้นต่างประเทศ ประกอบกับการที่ ครม. เห็นชอบให้โครงการในพื้นที่มาบตาพุดที่ถูกระงับ 19 โครงการ ยื่นต่อศาลฯ เพื่อขอทบทวนคำสั่งดังกล่าว โดยจะให้เอกชนยื่นเสนอเป็นรายโครงการ หนุนให้มีแรงซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร รวมถึง SCC เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดัชนีผ่านแนวต้านบริเวณ 722 จุดขึ้นไปได้ และในช่วง 1 ชั่วโมงสุดท้าย แรงซื้อหุ้นกลุ่มหลักได้หนุนให้ดัชนีแกว่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 725 จุด และปิดตลาดที่ 724.40 จุด เพิ่มขึ้น 9.23 จุด (+1.29%) โดยมีปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.3 หมื่นล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาซื้อสุทธิ

แนวโน้มตลาด :  ขึ้นอยู่กับผลกระทบจากปัจจัยสำคัญ ต่อไปนี้
 1. ทิศทางของตลาดหุ้นต่างประเทศ :  ภายหลังการปรับฐานของตลาดหุ้นหลักๆ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลจากการแข็งค่าอย่างรวดเร็วของค่าเงินดอลลาร์สัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นแกนนำอย่างตลาดหุ้นสหรัฐ เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลจากการทำ Window Dressing ก่อนสิ้นปี ส่วนหนึ่งเป็นแรงหนุนของปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐที่ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัย รวมทั้งการออกกฎหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือการจ้างงานเพิ่มเติมในปี 2553 อย่างไรก็ดี คาดว่าในระยะสั้น ดัชนีดาวโจนส์จะยังคงแกว่งตัวภายในกรอบ 10,300-10,500 จุด อีกสักระยะ จนกว่าจะมีปัจจัยชี้นำใหม่ๆ มาผลักดันให้ทะลุจากกรอบด้านใดด้านหนึ่งออกไป และจะเป็นการชี้นำทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกอีกรอบ

2. ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า : การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์ ของเงินดอลลาร์ มีส่วนสร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าและสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ อย่างไรก็ดีการส่งสัญญาณคงเป้าหมายการผลิตของกลุ่มโอเปค จะช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าได้บ้าง ในขณะที่อุปสงค์น้ำมันจะยังไม่กระเตื้องขึ้นได้อย่างรวดเร็วนักตราบเท่าที่อัตราการว่างงานสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง และการจ้างงานยังไม่ฟื้นตัวจริงจัง โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้ามีแนวโน้มแกว่งขึ้นในระยะสั้น จากปัจจัยหนุนเรื่องปริมาณสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่คาดว่าจะยังคงลดลงต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยหนุนราคาหุ้นกลุ่มพลังงานต่อไป

3. ปัจจัยภายในประเทศ : ในขณะที่ประเด็นการเมืองยังคงผ่อนคลายลง เนื่องจากไม่มีการชุมนุมหรือการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อกดดันรัฐบาลในช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่วนประเด็นเศรษฐกิจความคืบหน้าของกรณีมาบตาพุด ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ยื่นต่อศาลปกครองเพื่อขอผ่อนผัน 19 โครงการที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ทำให้นักลงทุนรู้สึกคลายความกังวลลงได้บ้าง โดยบางโครงการใน 19 โครงการค่อนข้างมีนัยสำคัญต่อธุรกรรมด้านพลังงานและปิโตรเคมีในปี 2553 และ 2554 อาทิ โครงการโรงแยกก๊าซที่ 6 และโครงการปรับปรุงโรงโอเลฟินส์ของกลุ่ม PTT และโครงการผลิตเมธิล เมตาคลีเลต และโครงการขยายกำลังการผลิตโพลีเอทธิลีน ของกลุ่ม SCC

จากปัจจัยข้างต้น คาดว่าตลาดหุ้นวันนี้ ยังคงมีแนวโน้มแกว่งขึ้นต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับปัจจัยจากต่างประเทศ และความคืบหน้าของกรณีมาบตาพุด แรงซื้อของเงินลงทุนจาก LTF และ RMF รวมทั้งการทำ Window Dressing ช่วงสิ้นปี คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวภายในกรอบแนวรับ 718-720 จุด กับแนวต้าน 730-733 จุด

นักลงทุนระยะสั้น  -  ขายทำกำไรบ้าง ที่บริเวณแนวต้าน รอซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มหลักช่วงราคาอ่อนตัว
นักลงทุนระยะยาว  - ถือต่อ และทยอยซื้อลงทุนหุ้นกลุ่มหลักที่แนวรับ

 

 

ที่มา:บล.ยูโอบีเคย์เฮียนฯ

Tags : Window Dressing

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement