กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน : วิเคราะห์หุ้น

วันที่ 26 ตุลาคม 2552 02:00

เนชั่นบรอดแคสติ้ง " High growth stock"

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

โบรกเกอร์ชูหุ้นน้องใหม่ NBC เป็น High growth stock โดดเด่นด้วยการทำธุรกิจมีเดียที่ครบวงจร พร้อมให้มูลค่าที่เหมาะสมปี 53ที่ 3.90 บาท

บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NBC ผู้ผลิตข่าวสารเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ (Content Provider) ทั้งสื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ และยังขยายธุรกิจสู่สื่อรูปแบบใหม่ ที่กำลังจะเปิดจองซื้อในวันที่ 2-4 พ.ย.2552 และนำหุ้นเข้ามาซื้อขายในตลาดเอ็มเอไอ ในวันที่ 11 พ.ย.นี้  เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตัวแรกที่ทำธุรกิจนิวมีเดียครบวงจรและเป็นหุ้น High growth stock ที่มีแนวโน้มขยายตัวสูง ในมุมมองของโบรกเกอร์ต่างๆ

ธุรกิจหลักของ NBC แบ่งเป็น 3 ธุรกิจคือ ธุรกิจโทรทัศน์ ธุรกิจวิทยุ และธุรกิจสื่อรูปแบบใหม่ โดย ธุรกิจโทรทัศน์ NBC ร่วมผลิตรายการกับสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี ทั้งช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 9 และช่อง 11 ขณะเดียวกันยังมีสถานีข่าวของตัวเองคือ Nation Chanel นอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโทรทัศน์คือ การนำทรัพยากรด้านข่าวมาทำให้เกิดประโยชน์เพิ่มเติม เช่นการผลิตและจำหน่ายวีซีดี และดีวีดี รวมถึงจัดอบรมสัมมนา

ธุรกิจวิทยุ NBC มีรายการวิทยุคือ FM 90.5MHz  ซึ่งเป็นสถานีข่าวและ FM 102.0 MHz  เป็นสถานีสาระความรู้สำหรับคนทำงาน รวมทั้งมีรายงานข่าวต้นชั่วโมงออกอากาศทางสถานีวิทยุ F.M 90.5 MHz คลื่น F.M 102 MHz  คลื่น A.M 1170 KHz  และสถานีวิทยุชุมชนจำนวน 27 สถานี กระจายเสียงครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับ ธุรกิจสื่อรูปแบบใหม่ ประกอบด้วย เว็บไซต์ ซึ่งให้บริการข้อมูลข่าวสารผ่านเว็บไซต์ของตัวเอง และให้บริการเป็นตัวแทนในการขายโฆษณาให้แก่เว็บไซต์ของเนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป และเว็บไซต์ภายนอก นอกจากนี้ยังให้บริการข้อมูลข่าวสารหรือรายงานภาพและเสียงของเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในรูปแบบ SMS และ MMS ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกับหนังสือพิมพ์ในกลุ่มเนชั่น

อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการอำนวยการ NBC กล่าวว่า การระดมทุนในครั้งนี้ก็เพื่อขยายธุรกิจ โดยเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นประมาณ 145 ล้านบาท จะนำไปใช้ในการพัฒนาอุปกรณ์ เทคโนโลยีการสื่อสารต่างๆ รองรับการเผยแพร่ผ่านสื่ออื่นๆ เช่นระบบเว็บไซต์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุน 60-70 ล้านบาท โครงการลงทุนดังกล่าวเพื่อรองรับการเติบโตของเคเบิลทีวี และดาวเทียม ที่มีจำนวนตัวเลขผู้ชมเคเบิลทีวีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มธุรกิจของ NBC ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรม เนื่องจากธุรกิจสื่อรูปแบบใหม่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เมื่อจำนวนผู้ชมสูง ทำให้ผู้วางแผนสื่ออย่างเอเยนซี เจ้าของสินค้าเลือกโฆษณาสินค้าผ่านช่องทางเหล่านี้แทน บริษัทซึ่งเป็นผู้ผลิตเนื้อหาผ่านสื่อใหม่ จึงมีโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 

รายได้รวมในครึ่งแรกปีนี้ NBC มีรายได้รวม 213.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 163.38 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้ที่มาจากโทรทัศน์ 77.7% สื่อรูปแบบใหม่ 4.6% และอื่นๆ 1.6%

ขณะที่กำไรสุทธิ งวด 6 เดือนแรกของปี 2552 มีกำไรสุทธิ 17 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาทอย่างไรก็ตามมั่นใจว่าผลประกอบการทั้งปีจะมาก กว่าปีที่แล้วที่มีรายได้รวม 355 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 26.91 ล้านบาท เพราะในครึ่งปีหลัง เป็นช่วงที่เศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัว อีกทั้งยังรับรู้รายได้จากรายการต่างๆ เต็มอัตรามากขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกที่บางรายการเพิ่งเริ่มดำเนินการ

“ในปีหน้าคาดว่าสัดส่วนรายได้ที่มาจากธุรกิจนิวมีเดียจะเพิ่มขึ้น เพราะระบบเน็ตเวิร์คที่มีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็น 3G และ WiMax จะเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ และเราเป็นผู้ผลิตคอนเทนท์ ถ้าเน็ตเวิร์คมาเมื่อไหร่ ก็พร้อมจะทำคอนเทนท์ส่งผ่านสื่อเหล่านั้นได้เลย โดยเฉพาะผ่านมือถือซึ่งผู้ประกอบการมือถือต้องการคอนเทนท์เสริมอีกมาก”
ผู้นำการสื่อสารครบวงจร 

บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า NBC มีความโดดเด่นในการเป็นผู้นำในกลุ่มที่ให้บริการข่าวสารที่ครบวงจร ซึ่งถือเป็นสถานีข่าว 24 ชั่วโมง ช่องแรกของประเทศไทย ประกอบกับทิศทางของสื่อโฆษณาในอนาคตจะพุ่งเป้ามายังเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมมากขึ้น ขณะที่กระแสความนิยมก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่ารายได้จากช่องแชนแนล จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้การเข้ามาของเทคโนโลยี 3 จี ในอนาคตอันใกล้จะเป็นการเปิดเส้นทางการเติบโตครั้งใหญ่ของ NBC โดยเฉพาะในกลุ่มนิวมีเดีย เนื่องจากระบบ 3 จีจะเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการรับส่งข้อมูลของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้สูงกว่าในปัจจุบัน  

ราคาเหมาะสมปี 53 อยู่ที่ 3.90 บาท
 บล.ซีไอเอ็มบี ยังได้ประมาณการกำไรสุทธิในปี 2552 ว่าจะเติบโต 79% และปี 2553 ว่าจะเติบโต 37.4% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปี ขณะที่รายได้รวมในปี 2552 คาดว่าจะเติบโต 27.8% และปี 2553 เติบโต 15.1% อย่างไรก็ตามการที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ นั้นเป็นผลมาจากการเติบโตในธุรกิจนิวมีเดีย ที่มีอัตรากำไรที่สูงขึ้น

ขณะที่ฐานะการเงินนั้น ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2552 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพียง 0.54 เท่า จุดเด่นของ NBC เป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้สินระยะยาว มีแค่เงินกู้ระยะสั้น 45 ล้านบาท และคาดว่าหลังไอพีโออัตราหนี้สินต่อทุนจะลดลงเหลือเพียง 0.11 เท่า
 ทั้งนี้ประเมินว่าราคาหุ้นที่เหมาะสมในสิ้นปี 2553 อยู่ที่ราคาหุ้นละ 3.90 บาท โดยอิงระดับพีอีเรโช จากกำไรสุทธิปี 2553 ที่ 10 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยของพีอีในตลาดเอ็มเอไอ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ระดับ 12 เท่า และคาดว่าเอ็นบีซีจะจ่ายปันผลได้ 0.11 บาทต่อหุ้นจากกำไรสุทธิของปี 2552 ที่คาดว่าจะมีกำไร 0.28 บาท และในปีถัดไปคาดว่าจะจ่ายปันผลเพิ่มเป็น 0.16 บาทต่อหุ้น

สำหรับความเสี่ยงของบริษัทดังกล่าว บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุว่า จากประเด็นด้าน พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และ พ.ร.บ.การประกอบกิจการฯ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวอาจเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ ธุรกิจวิทยุและธุรกิจโทรทัศน์ รายใหม่เพิ่มมากขึ้น  

ฟินันเซียไซรัสคาดปีนี้กำไรโต 50%
 ด้าน บล.ฟินันเซียไซรัส จำกัด ประเมินมูลค่าหุ้นตามปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่หุ้นละ 3.46 บาท โดยใช้วิธี P/E ที่ 11.5 เท่า ซึ่งมีส่วนลด 20% จาก P/E เฉลี่ยของหุ้นกลุ่มมีเดียที่ 14.4 เท่า และคาดว่าจะมีการจ่ายปันผลปี 2552 หุ้นละ 0.13 บาท

บทวิเคราะห์ระบุว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา NBC มีการเติบโตต่อเนื่อง และพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรตั้งแต่ปี 2550 โดยยอดขายเติบโตจาก 247 ล้านบาทในปี 2549 และเพิ่มเป็น 327 ล้านบาทในปี 2551 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้นส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจทีวี จากรายได้การร่วมผลิตรายการ การส่งพิธีกรไปร่วมกับโทรทัศน์ฟรีทีวีมากขึ้น เช่น รายการข่าวข้นคนข่าวเช้า ทางช่อง 9 รายการจมูกมด ทางช่อง 7 และรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 รวมทั้งการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย ทำให้ Gross margin ดีขึ้น โดยในปี 2550 Gross margin อยู่ที่ 21.20% และในปี 2551 ขยับเพิ่มเป็น 23.9%

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในปี 2552 บล.ฟินันเซียไซรัส คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 40 ล้านบาทหรือคิดเป็นการเติบโต 50% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2551 ขณะที่รายได้รวมคาดว่าจะเติบโต 31% หรือคิดเป็นมูลค่า 449 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากสื่อทีวี 324 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากธุรกิจ นิวมีเดีย มี Gross margin สูงก้าวกระโดดกว่า 4 เท่าตัว

นอกจากนี้ บล.ฟินันเซียไซรัส ยังได้มีการประเมินภาพรวมธุรกิจโฆษณาว่า มีแนวโน้มดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น รวมทั้งการใช้จ่ายโฆษณาของหน่วยงานภาครัฐ โดยคาดว่าอุตสาหกรรมโฆษณาได้ผ่านจุดต่ำสุดในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา จากผลกระทบทั้งการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในและต่างประเทศ รวมทั้งความวุ่นวายทางการเมือง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของประชาชนและค่าใช้จ่ายโฆษณาในช่วง 8 เดือนแรกปี 2552 หดตัว 3.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามสื่อโฆษณาทางทีวีชะลอตัวเพียง 0.2%

ทั้งนี้จากความพยายามของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจจะค่อยฟื้นตัวตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2552 ประกอบกับเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้น ส่งผลให้ความมั่นใจของผู้บริโภคและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มดีขึ้น จะเห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.2552 ดีขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3               

 

                                        

 

Tags : เนชั่นบรอดแคสติ้ง NBC

advertisement

advertisement

advertisement