กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเงิน - การลงทุน : การเงินส่วนบุคคล

วันที่ 15 มกราคม 2555 10:00

สุดยอดกองทุนปี 54

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

รอบปี 2554 ที่ผ่านมา กองทุนไหนบริหารฝีมือดีที่สุด ทั้งกองทุนหุ้น ตราสารหนี้ ผสม ไปจนถึงกองทุนแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟ คลิกเข้าไปดู

ปี 2554 ที่ผ่านพ้นไปนั้น ถือเป็นอีกปีที่เต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงในการลงทุนทั้งในและนอกประเทศ ตลาดการลงทุนทั่วโลกมีความผันผวนค่อนข้างสูงปีหนึ่งเลยทีเดียว
 อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมของธุรกิจกองทุนรวมของไทยในปี 2554 ที่ผ่านมา กองทุนรวมประเภทต่างๆ ที่มีนโยบายลงทุนในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังคงสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในเกณฑ์ค่อนข้างดี
 ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยรวม ในปี 2554 บวกไปเล็กน้อย 3.69% “กองทุนหุ้น” ที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทนสูงถึง 17.79%
  เช่นเดียวกับ “กองทุนผสม” ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 14.43% ในส่วนของ “กองทุนตราสารหนี้” เองก็ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุดตั้งแต่ 2.56 - 3.10%
 Fundamentals สัปดาห์นี้ จะเปิดสุดยอด Top-5 ของกองทุนรวมแต่ละประเภทในปี 2554 มาฝากกัน
……………………..
 @กองหุ้นขนาดใหญ่ได้ 16.90%
 ในปี 2554 ที่ผ่านมา ผลตอบแทนของ “ดัชนีตลาดหุ้นไทยรวม (SET TR)” บวกไปเล็กน้อย 3.69% ในขณะที่ “กองทุนหุ้น” ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย ติดลบ 0.43% โดยกองหุ้นที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 16.90% ในขณะที่กองที่แย่ที่สุดให้ผลตอบแทน ติดลบ 14.47% หรือต่างกันอยู่ 31.37%
สำหรับ “กองทุนหุ้นขนาดใหญ่” ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก ในปี 2554 ที่ผ่านมานั้น นำมาโดยอันดับ 1. “กองทุนเปิดบัวหลวงธนคม (BTK)” ของ บลจ.บัวหลวง ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 16.90% 2. “กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP)” ของ บลจ.บัวหลวง ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 14.95%
 3. “กองทุนเปิดบัวหลวงทศพล (BTP)” ของ บลจ.บัวหลวง ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 14.64% 4. “กองทุนเปิดบัวแก้ว 2 (BKA2)” ของ บลจ.บัวหลวง ได้ 5 ดาว ให้ผลตอบแทน 14.48% และ 5. “กองทุนเปิดทรัพย์บัวหลวง (B-SUB)” ของ บลจ.บัวหลวง ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 14.46%
 @ กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก 8.57%
  ส่วนกลุ่ม “กองทุนหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ที่มีผลงานดีสุดในปี 2554 ที่ผ่านมา นั้น ได้แก่ อันดับ 1. “กองทุนเปิด อเบอร์ดีนโกรท (ABG)” ของ บลจ.อเบอร์ดีน ได้ 3 ดาว ให้ผลตอบแทน 8.57% 2. “กองทุนเปิดอเบอร์ดีนสยามลีดเดอร์ส (ABSL)” ของ บลจ.อเบอร์ดีน ได้ 3 ดาว ให้ผลตอบแทน 8.54%
 3. “กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นแวลู (KFVALUE)” ของ บลจ.กรุงศรี ได้ 3 ดาว ให้ผลตอบแทน 8.30% 4. “กองทุนเปิดอเบอร์ดีนไทย เอคควิตี้ ดีวิเด็น (ABTED)” ของ บลจ.อเบอร์ดีน ได้ 3 ดาว ให้ผลตอบแทน 8.25% และ 5. “กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV)” ของ บลจ.กรุงศรี ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 8.16%
 @ กองทุนผสมผลงานดีสุด 7.80%
 ในปี 2554 กองทุนผสมให้ผลตอบแทนเฉลี่ย ติดลบ 1.28% โดยกองที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7.80% ส่วนกองที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทน ติดลบ 15.78% หรือต่างกัน 23.58%
โดยกองทุนผสมที่มีผลงานดีที่สุด 5 อันดับแรก ในปี 2554 นำมาโดยอันดับ 1. “กองทุนเปิด อเบอร์ดีนเฟล็กซิเบิ้ลแคปปิตอล (ABFC)” ของ บลจ.อเบอร์ดีน ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 7.80% 2. “กองทุนเปิด อเบอร์ดีนแวลู (ABV)” ของ บลจ.อเบอร์ดีน ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 7.78%
 3. “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อิสลามิก ฟันด์ (MIF)” ของ บลจ.เอ็มเอฟซี ได้ 3 ดาว ให้ผลตอบแทน 5.98% 4. “กองทุนเปิด เฟล็กซิเบิ้ล คอร์ปอเรท (FCF)” ของ บลจ.วรรณ ให้ผลตอบแทน 3.32% และ 5. “กองทุนเปิดยูโอบี สมาร์ท มิเลนเนียม โกรว์ธ (UOBSMG)” ของ บลจ.ยูโอบี (ไทย) ได้ 3 ดาว ให้ผลตอบแทน 2.89%
 @ กองตราสารหนี้ระยะสั้น 2.91%
  สำหรับกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.27% โดยกองที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน 2.91% และกองที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทน 0.90% หรือต่างกันอยู่ 2.01% โดยกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีผลงานดีที่สุด 5 อันดับแรก ในปี 2554 ได้แก่ อันดับ 1. “กองทุนเปิดไอเอ็นจีไทย ตราสารหนี้ (ING TFIF)” ของ บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 2.91% 2. “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี สมาร์ท ฟิกซ์อินคัม (SMART)” ของ บลจ.เอ็มเอฟซี ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 2.88%
 3. “กองทุนเปิดแอสเซทพลัสตราสารหนี้ปันผล 2 (ASP-DI2)” ของ บลจ.แอสเซท พลัส ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 2.78% 4. “กองทุนเปิดทีแฟมชอร์ท เทอม ฟิกซ์ อินคัม (TFSF)” ของ บลจ.กสิกรไทย ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 2.73% และ 5. “กองทุนเปิดเคเค ตราสารหนี้มั่นคง (KK FMUNKONG)” ของ บลจ.เกียรตินาคิน ได้ 3 ดาว ให้ผลตอบแทน 2.60%
 @ กองตราสารหนี้กลาง-ยาวบวกไป 3.10%
 ในส่วนของกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.72% โดยกองที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.10% ในขณะที่กองที่แย่สุดนั้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.39% หรือต่างกัน 0.71% โดยกองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาวที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรกของปี 2554 นำมาโดยอันดับ 1. “กองทุนเปิดรวงข้าวตราสารหนี้ (RKFC)” ของ บลจ.กสิกรไทย ได้ 3 ดาว ให้ผลตอบแทน 3.10% 2. “กองทุนเปิดฟินันซ่า ตราสารหนี้ (FAM FI)” ของ บลจ.ฟินันซ่า ได้ 5 ดาว ให้ผลตอบแทน 3.09%
 3. “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ พลัส  (SCBFP)” ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ให้ผลตอบแทน 2.86% 4. “กองทุนเปิดทีแฟมคอร์เปอเรท บอนด์ (TFCB)” ของ บลจ.กสิกรไทย ได้ 1 ดาว ให้ผลตอบแทน 2.81% และ 5. “กองทุนเปิดเค แพลน 1 (K-PLAN1)” ของ บลจ.กสิกรไทย ให้ผลตอบแทน 2.80%
 @ กองตราสารตลาดเงิน 2.56%
 ส่วนกองทุนตราสารตลาดเงินให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.35% โดยกองที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.56% ในขณะที่กองที่แย่ที่สุดให้ผลตอบแทน 2.08% หรือต่างกัน 0.48% โดยกองทุนตราสารตลาดเงินที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก ในปี 2554 ได้แก่ อันดับ 1. “กองทุนเปิดฟินันซ่าเพิ่มพูนทรัพย์ (FAM VF)” ของ บลจ.ฟินันซ่า ให้ผลตอบแทน 2.56% 2. “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารรัฐตลาดเงิน (SCBTMF)” ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ให้ผลตอบแทน 2.52%
 3. “กองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย เทรเชอรี  (ING TTRY)” ของ บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 2.50% 4. “กองทุนเปิดฟิลลิปบริหารเงิน (PCASH)” ของ บลจ.ฟิลลิป ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 2.49% และ 5. “กองทุนเปิดธนชาตบริหารเงิน  (T-CASH)” ของ บลจ.ธนชาต ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 2.48%
@ กองทุน LTF ดีสุด 17.79%
ด้านกองทุน LTF ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย ติดลบ 1.08% โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 17.79% ในขณะที่กองที่แย่ที่สุดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย ติดลบ 13.89% หรือต่างกันประมาณ 31.68%
 โดยกองทุน LTF ที่มีผลงานดีสุด ในปี 2554 ได้แก่ อันดับ 1. “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อิสลามิก หุ้นระยะยาว (MIF-LTF)” ของ บลจ.เอ็มเอฟซี ได้ 5 ดาว ให้ผลตอบแทน 17.79% 2. “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว (B-LTF)” ของ บลจ.บัวหลวง ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 14.94%
 3. “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว 75/25 (BLTF75)” ของ บลจ.บัวหลวง ได้ 2 ดาว ให้ผลตอบแทน 12.78% 4. “กองทุนเปิดฟิลลิป หุ้นระยะยาว (P-LTF)” ของ บลจ.ฟิลลิป ได้ 2 ดาว ให้ผลตอบแทน 10.69% และ 5. “กองทุนเปิด อเบอร์ดีนหุ้นระยะยาว (ABLTF)” ของ บลจ.อเบอร์ดีน ได้ 3 ดาว ให้ผลตอบแทน 8.95%
 @ RMF-หุ้นได้ 15.18%
 สำหรับกองทุน RMF-หุ้น ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย ติดลบ 1.30% โดยกองทุนที่มีผลงานดีที่สุดให้ผลตอบแทน 15.18% และกองที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย ติดลบ 26.54% หรือต่างกันประมาณ 41.72%
 โดยกองทุน RMF-หุ้น ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก ในปี 2554 นำมาโดยอันดับ 1. “กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (BERMF)” ของ บลจ.บัวหลวง  ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 15.18% 2. “กองทุนเปิดอเบอร์ดีน สมาร์ท แคปปิตอล เพื่อการเลี้ยงชีพ (ABSC-RMF)” ของ บลจ.อเบอร์ดีน ได้ 3 ดาว ให้ผลตอบแทน 9.11%
 3. “กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผลเพื่อการเลี้ยงชีพ (KFDIVRMF)” ของ บลจ.กรุงศรี ได้ 3 ดาว ให้ผลตอบแทน 7.97% 4. “กองทุนเปิด JUMBO 25 เพื่อการเลี้ยงชีพ (JB25RMF)” ของ บลจ.ทหารไทย ได้ 3 ดาว ให้ผลตอบแทน 6.03% และ 5. “กองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเลี้ยงชีพ (IN-RMF)” ของ บลจ.บัวหลวง ได้ 1 ดาว ให้ผลตอบแทน 5.39%
 @RMF-ผสมสูงสุด 14.43%
 ด้านกองทุน RMF-ผสม ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย ติดลบ 0.01% โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดนั้นให้ผลตอบแทน 14.43% ส่วนกองที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย ติดลบ 8.33% หรือต่างกันประมาณ 22.76%
 โดยกองทุน RMF- ผสม ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรกในปี 2554 ได้แก่ อันดับ 1. “กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)” ของ บลจ.บัวหลวง ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 14.43% 2. “กองทุนเปิดฟิลลิปผสมเพื่อการเลี้ยงชีพ (PMIXRMF)” ของ บลจ.ฟิลลิป ได้ 1 ดาว ให้ผลตอบแทน 10.99%
 3. “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF)” ของ บลจ.บัวหลวง ได้ 2 ดาว ให้ผลตอบแทน 6.59% 4. “กองทุนเปิดเคเค บาลานซ์เพื่อการเลี้ยงชีพ (KK BLRMF)” ของ บลจ.เกียรตินาคิน ได้ 5 ดาว ให้ผลตอบแทน 4.78% และ 5. “กองทุนเปิดฟินันซ่าเพิ่มพูนทรัพย์ ฟอร์เรน เบลนด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (FAM FBVRMF)” ของ บลจ.ฟินันซ่า ให้ผลตอบแทน 2.32%
 @RMF-ตราสารหนี้ดีสุด 2.74%
 ในส่วนกองทุน RMF-ตราสารหนี้ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.04% โดยกองที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.74% ในขณะที่กองที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทน ติดลบ 0.70% หรือต่างกันอยู่ 3.44%
 โดยกองทุน RMF-ตราสารหนี้ ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก ในปี 2554 ได้แก่ อันดับ 1. “กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย พันธบัตรเพื่อการเลี้ยงชีพ (INGGBRMF)” ของ บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ได้ 4 ดาว ให้ผลตอบแทน 2.74% 2. “กองทุนเปิดทหารไทย ธนไพศาล เพื่อการเลี้ยงชีพ (TMBBFRMF)” ของ บลจ.ทหารไทย ให้ผลตอบแทน 2.57%
 3. “กองทุนเปิดเคเค อินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ (KKINRMF)” ของ บลจ.เกียรตินาคิน ได้ 2 ดาว ให้ผลตอบแทน 2.47% 4. “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRM2)” ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ได้ 2 ดาว ให้ผลตอบแทน 2.42% และ 5. “กองทุนเปิดเคเค ตลาดเงินเพื่อการเลี้ยงชีพ (KK MMRMF)” ของ บลจ.เกียรตินาคิน ให้ผลตอบแทน 2.36%
@RMF อื่นโชว์ผลตอบแทน 24.13%
สำหรับกองทุน RMF-อื่นๆ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.29% โดยกองที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 24.13% ในขณะที่กองที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 0.94% ต่างกันประมาณ 23.19%
 โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก ในปี 2554 ได้แก่ 1. “กองทุนเปิดกรุงศรีโกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFGOLDRMF)” ของ บลจ.กรุงศรี ให้ผลตอบแทน 24.13% 2. “กองทุนเปิดวรรณโกลด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (GOLD-RMF)” ของ บลจ.วรรณ ให้ผลตอบแทน 19.58%
 3. “กองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BGOLDRMF)” ของ บลจ.บัวหลวง ให้ผลตอบแทน 12.80% 4. “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีอินเตอร์เนชั่นแนล โกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (I-GOLDRMF)” ของ บลจ.เอ็มเอฟซี ให้ผลตอบแทน 10.99% และ 5. “กองทุนเปิดเค โกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (K-GOLD RMF)” ของ บลจ.กสิกรไทย ให้ผลตอบแทน 8.97%
 ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของผลการดำเนินงานของ “กองทุนรวม” ประเภทต่างๆ ในปี 2554 ที่ผ่านมา แม้ว่าผลการดำเนินงานในอดีต จะไม่ได้การันตีถึงผลงานในอนาคต แต่ “กองทุนรวม” ก็ยังถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือการลงทุนที่สามารถนำคุณไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เพื่อโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมได้เป็นอย่างดี

Tags : กองทุน

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position SYNERGY-E

advertisement

advertisement