คนชอบถามว่าราคาทองคำในปัจจุบันยังน่าลงทุนหรือไม่ ผมว่าหากเราคาดหวังผลตอบแทนประมาณ10%ต่อปี ปีนี้และปีหน้าก็ยังถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุน
เพราะเคยผิดพลาดเรื่องการทำธุรกิจมาก่อน ยิ่งพอมาเจอวิกฤติทางเศรษฐกิจ ทำให้ขาดทุนจากการลงทุนเป็นจำนวนมาก เงินออมที่สะสมมาทั้งหมด ก็หมดไปกับการลงทุนครั้งนั้น "อภิชาติ ลักษณะสิริศักดิ์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส บอกว่านั่น เป็นบทเรียนราคาแพง ที่ว่าการลงทุนในแต่ละครั้ง ต้องเผื่อการถอยให้ตัวเอง คือ ไม่ลงทุนใช้เงินออมจนหมด และคิดเผื่อความเสี่ยงที่เราไม่สามารถควบคุมได้ และพยายามลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยลง
แต่เหนืออื่นใด การวางแผนการเงินและวางแผนการลงทุนที่ดี จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้ อภิชาติเล่าถึงแผนการเงินของเขาว่า ทุกวันนี้เมื่อมีรายได้เข้ามาเขาจะจัดสรรตามสัดส่วนดังนี้คือ 40% สำหรับลงทุน 40% สำหรับใช้จ่ายภายในครอบครัว และ 20% สำหรับการออม
ในส่วนของการลงทุนนั้น อภิชาติบอกว่าจะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากเพียงเล็กน้อย เช่น การลงทุนในตราสารอนุพันธ์ แต่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยลง เช่น การลงทุนในทองคำแท่ง
ซึ่งการลงทุนในทองนั้น จะเน้นลงทุนในทองคำแท่งเป็นหลัก โดยเพิ่งจะเริ่มลงทุนในทองคำ 2 ปีที่ผ่านมา แต่ในโกลด์ฟิวเจอร์ส ไม่ได้ลงทุน เนื่องจากทำงานในธุรกิจนี้ จึงไม่อยากลงทุน กลัวว่าจะมีมุมมองในราคาโกลด์ฟิวเจอร์สที่เข้าข้างการลงทุนตนเอง สำหรับผู้ที่จะลงทุนในทองคำ หากว่าไม่ชอบความเสี่ยงมาก ก็แนะนำให้ลงทุนในทองคำแท่ง หากชอบความเสี่ยงที่มากขึ้น แต่ผลตอบแทนที่สูงขึ้น ก็ลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์ส แต่จะต้องมีความพร้อมในการลงทุน โดยจะต้องมีเงินลงทุนที่เหมาะสม มีความรู้ความเข้าใจในกลไกการลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์ส มีความรู้เรื่องการวิเคราะห์ราคาทองคำ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค การบริหารภาวะจิตใจในการลงทุน
"หากแยกย่อยไปลงรายละเอียด ก็จะมีการออมในรูปแบบของการทำประกันชีวิต และประกันสุขภาพ ส่วนการลงทุน ก็มีการลงทุนในทองคำแท่ง อสังหาริมทรัพย์เพื่อการปล่อยเช่า ที่ผ่านมา ก็ค่อนข้างพอใจในผลตอบแทนการลงทุนในทองคำมากที่สุด แต่ชื่นชอบในการลงทุนทางด้านตราสารอนุพันธ์ ลงทุนในตราสารอนุพันธ์มา 7 ปีแล้ว "
เขาบอกว่า สาเหตุที่ชื่นชอบเพราะว่าสามารถลงทุนได้ทั้งขาขึ้นและขาลงของราคาสินทรัพย์ที่อ้างอิง บวกกับการใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนน้อย แม้ว่าจะมีความเสี่ยงสูง แต่หากว่ามีวินัยในการลงทุน ก็จะปิดความเสี่ยงได้มากพอสมควร
"โดยในภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้ การใช้จ่ายภายในครอบครัวต้องระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งปกติผมจะมีวิธีเช็คสุขภาพทางการเงินของตัวเอง ด้วยการถามตัวเองว่ามีภาระหนี้สินหรือไม่ หากว่ามีก็ถือว่ามีสุขภาพที่ไม่ดีมากๆ แต่หากว่าไม่มีหนี้สินแต่ไม่มีเงินออม ก็ถือว่ายังไม่มีสุขภาพที่แข็งแรง ถ้าหากว่าจะให้มีสุขภาพที่ดี ต้องมีเงินออมไว้ใช้จ่ายอย่างน้อย 30 เดือน ของค่าใช้จ่ายตัวเอง และครอบครัว ผมว่าคนเราควรใช้ชีวิตพอเพียง ในที่นี้หมายถึงไม่มีความเดือนร้อนเรื่องเงินทอง มีปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นครบในการใช้ชีวิต เช่น ที่อยู่อาศัย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น และมีเงินออมเหลือมากพอที่จะใช้จ่ายในชีวิตของตัวเอง และครอบครัว"
อภิชาติบอกว่าทุกวันนี้ เขาสังเกตเห็นว่า การใช้เงินของคนรุ่นใหม่ ที่บางคนเพิ่งจบการศึกษาและทำงานได้ไม่ถึง 5 ปี แต่กลับใช้เงินค่อนข้างฟุ่มเฟือยและมักซื้อสินค้าแบรนด์เนม ตัวอย่างเช่น นาฬิกา เพื่อใช้บอกเวลา ไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง มีการออกแบบที่สวยงาม และใช้ดูเวลาได้ก็พอแล้ว นอกจากนี้ชีวิตการทำงานอาจจะไม่แน่นอน วันหนึ่งอาจจะตกงาน หรืออาจจะขาดทุนมากมายจากการลงทุน ตัวเองหรือครอบครัวอาจจะเจ็บป่วยหนัก ต้องใช้เงินค่ารักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก จึงขอให้นึกถึงการออมเอาไว้บ้าง อย่างน้อย 20 - 30% ของรายได้ในแต่ละเดือน ตัวอย่าง การออมที่ดี เช่น การลงทุนในกองทุน LTF หรือ RMF เพื่อการประหยัดภาษี และการออมในรูปแบบของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น
เขาบอกว่าคนที่มีการวางแผนทางการเงินที่ดี เมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เช่น ตกงาน ก็ยังมีเงินออมไว้ใช้จ่ายอย่างไม่เดือนร้อน ส่วนคนที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย เมื่อมีปัญหาทางการเงิน ก็จะมีความเดือนร้อนเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่ก็จะหาทางออกโดยการยืมเงินญาติๆ หรือไม่ก็เลือกทำธุรกิจที่มีความเสี่ยงมากขึ้น สุดท้ายก็มักจะไม่ได้ดี
"แต่ทุกวันนี้ คนไทยส่วนใหญ่ยังมีการวางแผนทางการเงินน้อยอยู่มาก ส่วนใหญ่จะรอแต่อนาคตว่าจะดีขึ้นมาเอง ตัวอย่างเช่น ภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศจะไม่ค่อยมีการวางแผนการเพาะปลูก และการกำหนดราคาขายสินค้าส่งผลให้การเพาะปลูกในบางครั้งจะมีผลขาดทุน ดังนั้น รัฐบาลควรจะเข้ามาส่งเสริมให้มีการวางแผนทางการเงินที่ดีให้กับเกษตรกร เช่น การให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกำหนดราคาขาย
และในฐานะที่อยู่ในแวดวงทองคำ อภิชาตเลยทิ้งท้ายด้วยการให้มุมมองเรื่องการลงทุนในทองคำว่า แนวโน้มราคาทองคำยังคงเป็นขาขึ้นอยู่ ในปีนี้และปีหน้า ราคาทองคำ Spot น่าจะเห็นตัวเลข 1,400 ดอลลาร์/ออนซ์ภายในปีนี้ โดยมีปัจจัยหลัก มาจากความต้องการของ Retail Investor โดยเฉพาะประเทศจีนและอินเดียที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี และเป็นประเทศที่ประชาชนนิยมสะสมทองคำ และความน่าเชื่อถือของสกุลเงินดอลลาร์ที่ลดลง ตามภาวะหนี้สินของรัฐบาลที่มีจำนวนมาก ทำให้ทองคำยังมีฐานะของตนเองเป็นสกุลเงิน เช่นกัน ก็มีความโดดเด่นขึ้นมา โดยจะเห็นได้ว่าธนาคารกลางของประเทศอินเดียและจีน ก็เริ่มสะสมทองคำมากขึ้นในสัดส่วนของเงินทุนสำรองของประเทศ
"คนชอบถามว่าราคาทองคำในปัจจุบันยังน่าลงทุนหรือไม่ ผมว่าหากเราคาดหวังผลตอบแทนประมาณ 10% ต่อปี ในปีนี้และปีหน้า ก็ยังถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุน" อภิชาติทิ้งท้าย
Tags : ทอง • ตราสารอนุพันธ์ • อภิชาติ ลักษณะสิริศักดิ์


ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น