กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเงิน - การลงทุน : การเงินส่วนบุคคล

วันที่ 24 มกราคม 2553 01:00

ช้อป..อย่างเหนือชั้น

เดิมพัน อยู่วิทยา

เดิมพัน อยู่วิทยา

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

รักจะชอปปิงต้องเป็นอย่างมีคุณภาพ มีหลักการ มีเหตุมีผล มาดูกันว่า พวกเขาจัดระเบียบตัวเองอย่างไร เพื่อให้การชอปปิงไม่สะดุด

หนุ่มสาวนักช้อปที่เรา Fundamentals คัดเลือกแล้วว่า  พวกเขาคือนักช้อปเหนือชั้น  ที่ล้วนแต่เคยมีประสบการณ์ความผิดพลาดจากการชอปปิงแทบทั้งสิ้น  วันนี้พวกเขาจะมาบอกกับดัก และหลุมพรางที่นักช้อปควรจะเลี่ยง  พร้อมกับจัดระเบียบกระเป๋าสตางค์อย่างไรให้มีเงินชอปปิงอย่างสุขใจสบายกระเป๋า

"เดิมพัน อยู่วิทยา" กรรมการผู้จัดการ บริษัทแพลตตินั่ม คอนซัลติ้ง ชายหนุ่มผู้ที่สารภาพว่าเคยผิดพลาดบาดเจ็บมาจากการชอปปิงมาไม่น้อย  แต่เขาก็ไม่ได้วางมือจากการชอปปิง หากแต่เลือกที่จะปฏิวัติจัดระเบียบตัวเองให้ไลฟ์สไตล์การชอปปิงของเขาเป็นไปอย่างมีคุณภาพมากที่สุด

"ชีวิตมนุษย์เราเกิดมาเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง หาเงินเพื่อรายจ่ายปัจจุบันและอนาคต สมการสำคัญคือ Financial Independence  เราจะดูแลตัวเองได้ต่อเมื่อรายรับของเราบวกด้วยสินทรัพย์ หารด้วยรายจ่าย ต้องมากกว่า 1 แต่การจะมีอิสรภาพทางการเงินได้  สำคัญที่สุดเมื่อรู้ว่ามีรายจ่ายรออยู่เยอะมาก  ฉะนั้น การใช้เงินเพื่อชอปปิงในวันนี้อย่างไม่จัดระเบียบ ถือว่าอันตรายต่อสุขภาพทางการเงิน "

เดิมพันยังยืนยันว่าการชอปปิงไม่ได้เลวร้าย เพราะคนเราสามารถที่จะเลือกช้อปแบบชาญฉลาดและช้อปแบบคุ้มค่าได้   เขาแนะทุกคนที่รักจะมีไลฟ์สไตล์และชอบการชอปปิง ว่าถ้าไม่บริหารจัดการให้ดี  คุณอาจกลายเป็นผู้ที่ไม่มีไลฟ์สไตล์ในอนาคต  เพราะฉะนั้น ถ้ายังอยากมีทั้งปัจจุบันและอนาคตก็ต้องบริหารจัดการให้อยู่หมัด

Oซื้อสินค้าด้อยค่า เน้นของใช้นาน-คลาสสิก

เดิมพันบอกว่า การช้อปอย่างเหนือต้องเริ่มจากการแยกแยะก่อน  ระหว่างสินค้าด้อยค่ากับสินค้าเพิ่มค่า   เช่นว่าจำพวกเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า จะได้วางแผนซื้อถูกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร  แต่ก็มีการชอปปิงข้าวของบางประเภทที่เป็นสินค้าเพิ่มค่า เช่นนาฬิกา

"บางคนผมเข้าใจนะว่าต้องอินเทรนด์จัด ทุกอย่างทุกชิ้นต้องคอลเลคชั่นใหม่ตลอด  หรือถ้าคุณต้องซื้อของใหม่ตลอด  คุณก็ต้องวางแผน  ที่ผมทำคือ ช่วงเซลล์มีสินค้าที่คลาสสิก ดูแล้วสามารถใช้สอยข้ามกาลเวลาได้ ก็เลือกซื้อแบบนั้น  อย่าซื้อแบบสุดโต่ง แฟชั่นจ๋า สิ่งที่ต้องดูคือเลือกคอลเลคชั่นที่ควรจะใช้ได้นาน  ไม่ว่าจะเป็น เข็มขัด เนกไท ที่สามารถใช้ได้ 5-10 ปี  เสื้อกางเกงอาจจะซื้อแค่ตัวสองตัวพอ ไม่ใช่พอมีคอลเลคชั่นใหม่แล้วโละของเก่า    ข้อสำคัญเราต้องพยายามสอดส่องช่วงเซลล์  อาจจะลดไม่เยอะ แต่ถ้าเรารู้จักเลือกของคลาสสิก ก็ใช้ได้นาน และคุ้มค่าเงินที่จ่าย"

เดิมพันยังแนะนำว่า  หลายคนที่ตกหลุมพรางเพราะซื้อของที่แบรนด์หรือโลโก้  อย่าลืมว่าเราไม่ได้บริโภคแบรนด์เขา แต่เราซื้อคุณภาพ  แต่ถ้ายังชื่นชอบใช้ของแบรนด์เนม  เขาแนะว่า หากใครที่มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ก็อาจจะวางแผนซื้อของแบรนด์เนมที่ราคาถูกกว่าซื้อในบ้านเราเยอะทีเดียว

"แต่ก่อนผมจะซื้อจากเอาท์เล็ตในต่างประเทศทีหนึ่งเยอะ  แล้วใส่หมดทีเดียวเลย  แต่ตอนนี้แบ่งเป็น 2-3 ล็อต ทยอยเอาออกมาใช้ จะได้มีของใหม่ใช้ตลอด   แล้วเลือกแบบที่ใช้ได้นาน เช่นเสื้อคอกลม คอปก เสื้อเชิ้ต ล็อตละ 2-3 ตัว เสื้อผ้าแฟชั่นอาจมีบ้างซัก 2-3 ตัว   สำหรับผู้หญิงผมว่าเน้นโทนสีดำ ขาวน้ำเงินและสีพื้น ยังไงก็อยู่รอด จะเปรี้ยวจี๊ดมีบ้างก็ได้ แต่ไม่ต้องเยอะ"

เขาบอกว่าการช้อปแบบคุ้มค่า มีวิธีและเทคนิคหลายอย่าง เช่น ของบางรุ่นต่างกันนิดเดียว ราคาแตกต่างกันมาก เช่นมีลายน้อยกว่าหน่อย หรือ เสื้อมีปกกับไม่มีปก ราคาใกล้กัน แพงกว่ากันนิดหน่อย  ตรงนี้เราเลือกซื้อแบบคุ้มค่าได้   นักช้อปที่เก่ง สิ่งแรกที่คุณควรจะดูก่อนซื้อ คือต้องไม่อายที่จะหยิบป้ายราคามาพลิกดู  เพื่อให้มีข้อมูลเปรียบเทียบในหัว

"ทุกวันนี้หลุมพรางของการชอปปิงคือการซื้อของถูก   ฉะนั้น  อย่าซื้อทุกอย่างที่ราคาถูก คุณต้องซื้อเพราะอยากได้  ไม่ใช่เพราะราคาถูก  ผมเห็นบางทีไม่มีไซส์ ก็ซื้อมา สีไม่ชอบก็เอา ไม่มีแบบที่อยากได้อย่าเอา  หรือบางคนซื้อทุกสีเลย  แย่ที่สุดคือ  ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้  หรือใช้ไม่ทัน  ท่องเข้าไว้ ไม่มีมัน เราก็ไม่ตาย อย่าให้คำว่าราคาถูก มากลายเป็นต้นทุน  แต่เราต้องทำให้ราคาถูกเป็นกำไร   ซื้อในปริมาณที่เหมาะสม  "

Oใช้เทคโนโลยีช่วยค้นของถูก

เดิมพันบอกว่า นักช้อปต้องหัดใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์   ไม่ว่าจะเป็นชอปปิงสินค้าไฮเทคโนโลยี  หรือสินค้าที่ตอบสนองกิจกรรมยามว่างเช่นอุปกรณ์ดำน้ำ กอล์ฟ  ก็ควรจะใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์  

"ยกตัวอย่างอุปกรณ์กอล์ฟที่ผมใช้ทุกวันนี้  ผมใช้เวลาเสิรช์หาในอินเทอร์เน็ต  ปรากฏว่า ผมซื้อได้ถูกลง 70% ซึ่งสินค้าพวกนี้ไฮเทค ไม่ต้องเปลี่ยนตลอด ไม่จำเป็นต้องวิ่งตามเทคโนโลยี  มาดูตัวเองดีกว่าอะไรที่ตอบสนองการใช้งานของเราจริงๆ  แล้วเลือกของที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเอง จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ เช่น โน้ตบุ๊ค ผมต้องประชุมกับลูกค้าบ่อยๆ  ผมก็เลือกที่น้ำหนักเบาจะได้ไม่ต้องแบก ทำให้ผมไม่ต้องเปลี่ยนเลย 4 ปีแล้ว ขณะที่ถ้าคนไม่รู้ต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ต้องตามเทรนด์มาก อย่าเอาแฟชั่นกับเทคโนโลยีมาผสมกัน 100% ไม่อย่างนั้นจะเป็นเหยื่อของการตลาด มีโอกาสซื้อวันนี้ แต่ไม่โอกาสซื้อวันหน้า  หรืออย่างผมดำน้ำ  ผมจะซื้อของดีๆ ทีเดียวจบ  ผมถูกสอนในเรื่องความอยู่นาน  ของที่คลาสสิก"

เขาแนะอีกว่า   อยากให้นักช้อปทุกคนตระหนักว่า ชีวิตหลังเกษียณเรายังต้องใช้เงินอีก  ถ้าเราช้อปจนเงินหมดในวันนี้  พอเกษียณเราอาจไม่มีเงินเหลือไว้ช้อปแล้ว ฉะนั้น อยากช้อปตลอดชีวิตจะต้องเลือก

Oซื้อสินค้าเพิ่มค่าเลือกดีโอกาสขาดทุนน้อย

สำหรับการชอปปิงในสินค้าเพิ่มค่า  อาทิ นาฬิกา หรือเรื่องประดับประเภทต่างๆ เดิมพันบอกว่า  ถ้าหากรู้จักเลือกของดี  ระยะยาวโอกาสขาดทุนก็น้อย

เช่น พวกนาฬิกาหากเลือกซื้อยี่ห้อที่มีชื่อและเป็นรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น  ระยะยาวโอกาสขาดทุนมีน้อย  แต่ถ้าซื้อมือสองต้องศึกษาให้มั่นใจ

"ผมถามกูรูมาเยอะ  มูลค่าอาจจะลดลงไปบ้างซัก 10% แต่ถ้าเลือกรุ่นดีและเด็ดจริงๆ ราคามีโอกาสเพิ่มขึ้นได้  ของพวกนี้เป็นไลฟ์สไตล์กึ่งอินเวสเม้นท์  ดังนั้น เราควรเลือกแบรนด์ที่อินเทรนด์ ข้อสำคัญต้องเป็นยี่ห้อที่ตลาดมีทั้งดีมานด์และซัพพลาย อยู่ในกระแสตลอด เช่น โรเล็กซ์  

ที่จริงพวกพระเครื่องนี่ผมก็ชอบนะ   แต่ยังไม่มีความรู้เยอะมาก  ก็ต้องค่อยๆ ศึกษาเรียนรู้กันไป  พวกพระเครื่องนี่ผมถูกสอนไว้เลยว่า ถูกแพงไม่เป็นไร ขอให้เป็นของแท้ไว้ก่อน  ถ้าไปเจอของเก๊ขึ้นมาแย่เลย"

O"คิดก่อนซื้อ" คีย์เวิร์ดชอปฉลาด

 เดิมพัน พูดถึงคียเวิร์ดของการชอปปิงแบบชาญฉลาด  ว่า หากอยากมีเงินช้อปในวันนี้และอนาคต ต้องเริ่มจาก "คิดก่อนซื้อ"  ถัดมา เมื่อเจอสินค้าที่ติดป้ายเซลล์ อย่าเพิ่งตื่นเต้นดีใจ  ให้ตรวจสอบคุณภาพก่อน  ซื้อของลดราคาต้องรอบคอบ ฉะนั้น แม้ว่าจะลดราคาแต่ก็ต้องตรวจสอบคุณภาพเท่าซื้อของแพง  ถ้าสินค้าไม่สมบูรณ์ ก็อย่าซื้อ 

นอกจากนี้  อย่าด่วนตัดสินใจซื้อ  ถ้าไม่ใช่ของที่คุณถูกใจจริงๆ อย่าประนีประนอมกับตัวเอง 

"ถามตัวเองก่อน  ว่าตู้เสื้อผ้าของคุณมีเสื้อผ้ารองเท้าที่ไม่ได้ใช้เยอะแค่ไหน   เพราะผมว่า ความผิดพลาดเลวร้ายที่สุดของการนักช้อปคือ ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้  ถ้าเปิดมาแล้วเจอของไม่ได้ใช้เต็มเลย เท่ากับการชอปปิงที่ผ่านมาของคุณไม่มีประสิทธิภาพ  ถึงเวลาที่ต้องจัดระบบใหม่ ปรับนิสัย มีทัศนคติที่ดี และมีวินัยที่ดี  

ข้อสำคัญคิดถึงอนาคตให้มากๆ  คิดง่ายๆ ว่าถ้าเราประหยัดเงินชอปปิงได้วันละ 500 บาท  เดือนละ 1.5 หมื่นบาท  ปีหนึ่งได้ตั้งแสนแปด  พอ 20 ปี อาจจะมีเงินเกือบ 3 ล้านบาท ซึ่งถ้าหากคิดจากผลตอบแทนที่ 4% นั่นหมายถึง คุณจะเกษียณแบบสบายๆ ได้เลย ทั้งหลายทั้งปวงผมคิดว่าอย่าให้หลุดคอนเซปต์  รายรับลบด้วยเงินออมที่เหลือค่อยเป็นรายจ่าย"

เดิมพันทิ้งท้ายว่า  นักช้อปมืออาชีพ  ต้องหัดรู้จักนำของที่ไม่ได้ใช้ไปปล่อยขาย  ซึ่งตรงนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า มันไม่ใช่รายได้ แต่มันคือการคัทลอส  บางคนบอกเดี๋ยวเอาของเก่าไปขาย พอมีรายได้ก็เอาไปซื้อใหม่   ทำแบบนั้นจะช้อปต่อไปแบบไม่รู้ตัว

รู้จักหนุ่มนักช้อปไปแล้ว  มาฟังสาวช่างจ่ายกันบ้าง   "อุมาพันธ์ เจริญยิ่ง" ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนการเงินส่วนบุคคล สายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ ธนาคารกสิกรไทย  สารภาพว่าในอดีตเธอก็เหมือนสาวๆ ทุกคนที่ชื่นชอบการชอปปิง เป็นคนที่ชอบซื้อของ ไม่ว่าจะเป็นในห้าง นอกห้าง ตลาดนัดแบกะดิน ซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงช้อปในร้านสะดวกซื้ออย่าง 7eleven ก็ชอบซื้อไปหมด ซื้อทุกอย่างจริงๆ โดยเฉพาะเวลาที่ห้างประกาศลดราคา จะถูกใจเธอเป็นที่สุด

 Oหลากหลุมพรางที่ควรเลี่ยง

มีหลุมพรางหลายอย่างที่อุมาพันธ์เคยพลาดพลั้งจากการชอปปิง  เธอเล่าว่า ง่ายๆ แค่เห็นป้าย SALE เป็นต้องซื้อทุกครั้งที่เห็นป้ายนี้  เพราะทำให้เกิดความรู้สึกที่ว่าคุ้ม ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อ  ยิ่งถ้าเห็นป้ายลดถึง 70% จะรู้สึกว่าคุ้มสุดๆ เธอบอกว่านี่แหละคือหลุมพรางดีๆ นี่เอง 

หลุมพรางอีกอย่างหนึ่งคือ   ซื้อของโดยไม่ลองก่อน เพราะเห่อแฟชั่นตามเพื่อน แต่ตัวใหญ่กว่าเพื่อน และคิดว่าซื้อถูกตัวละไม่กี่ร้อย แต่พอซื้อหลายตัว
ก็หลายตังค์

"แต่ก่อนเป็นคนที่ซื้อได้ทุกวันที่ไปเดินเล่นตอนพักเที่ยงกินข้าว  ปรากฏว่าพอกลับมาบ้าน เสื้อที่ซื้อมาติดแขน ติดขา ใส่ไม่ค่อยได้ แต่ก็ไม่เข็ด

มีอีกอย่างที่เจอประจำคือซื้อของโดยหวังว่าจะใส่ได้ในอนาคต  ถึงแม้ดูแล้วยังไงก็ใส่ไม่ได้ ต้องลดน้ำหนักอีกซักสิบกิโล จึงจะยัดลงไปได้ แต่เป็นคนมองโลกในแง่ดีว่า

เดี๋ยวก็ลดได้ จะได้เป็นขวัญกำลังใจให้ลดน้ำหนัก  แต่ทุกวันนี้ ก็ยังใส่ไม่ได้ รกบ้านอีกต่างหาก"

กับดักอย่างหนึ่งที่เจอประจำคือ  ซื้อของหวังของแถม  อุมาพันธ์ยกตัวอย่างว่า "จริงๆ จะซื้อแป้งแค่ตลับเดียว แต่กลับหมดเงินเป็นหมื่น เนื่องจาก

คนขายก็จะแนะนำไปเรื่อย และแนะนำให้ดูเพิ่มอีกชิ้นสองชิ้น ก็จะได้ของแถมชุดเล็ก  พอหลงเชื่อซื้ออีกชิ้นสองชิ้นคนขายก็จะบอกว่า เติมอีกหน่อยจะได้ของแถมชุดใหญ่ แถมสะสมแต้มได้อีก 2-3 เท่า  ฟังไปมาก็เคลิ้ม และรู้สึกว่าคุ้ม  เลยมีเครื่องสำอางอยู่เต็มตู้เย็น ทั้งที่คนเราก็มีแค่หน้าเดียว สองตา และหนึ่งปากให้แต่งเท่านั้น แต่มีเครื่องสำอางเก็บเยอะมาก  ถ้าไม่ซื้อมาก ก็คงไม่ต้องมีตู้เย็นและเครื่องสำอางตั้งกินไฟอยู่ที่บ้าน"

เธอยังเล่าอีกว่า  บางครั้งความผิดพลาดเกิดขึ้น จากการซื้อของเพราะมีบัตรคูปองลด 50% เวลาจับคูปองส่วนลดได้ มักจะดีใจสุดๆ  ถ้าได้ 50% จากสินค้าราคาปกตินี่เรียกว่า ดีใจมาก ๆ   แต่เอาเข้าจริง คูปองนี้ ใช้ไม่ได้กับสินค้าทุกประเภท แต่เธอสามารถหาสินค้าที่รับคูปองลด 50% ได้ และก็ช้อปจนเต็ม
โควตา  ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อเลย

Oแนะท่องคาถา"ลด ละ เลิก"

อุมาพันธ์ได้ข้อคิดว่า  วิธีเดียวที่จะชอปปิงอย่างชาญฉลาดได้  ต้องเริ่มจาก "ลด" การเดินห้างและแหล่งชอปปิง ไม่จำเป็นต้องซื้ออะไรก็ไม่ไป  เมื่อเราไม่ไปตามแหล่งชอบปิง ก็เป็นการตัดโอกาสในการซื้อลง

"ละ" ตัดใจละจากของสวยงามที่รู้ว่า ซื้อแล้ววันนี้ยังใส่ไม่ได้ หรือซื้อไปก็ยังไม่มีโอกาสได้ใส่ ซื้อไปแล้วไม่เหมาะกับเรา ซื้อไปก็เท่านั้น  เก็บตังค์ซื้อของที่ใส่ได้จริงๆ ใส่แล้วคุ้มดีกว่า

"เลิก" เลิกไปงานมหกรรมกระหน่ำเซล เพราะเราจะได้ของที่เราไม่จำเป็น แต่ซื้อเพราะรู้สึกว่า “คุ้ม”  เลิกเดินทางไปชอบปิง เมื่อไม่ไป ก็ไม่ต้องเสียเงิน ข้อสำคัญต้องเลิกซื้อของเซลมาเก็บสะสม เลิกไปรื้อกระบะตามห้างต่างๆ เพราะยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในตอนนี้   และเลิกความพยายามในการหาของซื้อเพื่อให้ได้ใช้คูปองส่วนลด

 เธอว่า สำคัญที่สุดคือการมีสติ และวินัย ตรวจสอบดูความจำเป็นก่อนซื้อ ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือย หรือเสื่อมค่าง่าย  เลือกของที่ไม่แฟชั่นจ๋าแต่ดูดี และใช้ได้นาน   รวมถึงตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายรวมในแต่ละเดือน และจดบัญชีรายจ่ายโดยเฉพาะบัตรเครดิต  เพื่อควบคุมให้เป็นไปตามงบประมาณที่ตั้งไว้

"ยิ่งเวลาเดินทางต่างประเทศ ควรจะตั้งงบประมาณ และมีจุดหมายที่ชัดเจนว่าจะซื้ออะไรบ้าง และถูกฝากซื้ออะไรบ้าง แต่ยอมรับว่าเรื่องของอารมณ์ ก็จะมีมากกว่าในประเทศ เพราะเวลาไปต่างประเทศชอบคิดว่า ให้รางวัลชีวิตกับตัวเอง เจออะไรที่ชอบก็ซื้อ เดี๋ยวไปข้างหน้าแล้วไม่มีเหมือน หรือไม่ได้กลับมาซื้ออีก จึงทำให้ตัดสินใจซื้อเร็วมาก  แต่ถ้าถามว่า หลักในการช้อปตอนนี้เป็นไง ก็คงต้องตอบว่า ยึดหลักเหมือนกัน คือ ดูความจำเป็น ดูเป้าหมายและงบประมาณในกระเป๋า  ถ้าต่างประเทศก็จะดูเพิ่มอีกในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน และอย่าลืม tax refund "

อุมาพันธ์บอกว่า เรื่องของการตั้งงบประมาณการชอปปิงและใช้จ่ายนั้น    ถ้าเป็นเรื่องของกินของใช้  ก็ควรใช้จ่ายตามที่จำเป็นจริง แต่รวมแล้วไม่ควรเกิน 20% ของรายได้  ส่วนเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมเธอแนะนำว่าไม่ควรตั้งงบประมาณ เพราะตั้งแล้วจะทำให้รู้สึกว่า ยังใช้ได้อีก และทำให้ติดเป็นนิสัยที่จะต้องช้อป เพราะยังมีสตางค์เหลือ ควรฝึกให้เป็นนิสัยว่า ซื้อเมื่อจำเป็นเท่านั้น  และควบคุมค่าใช้จ่ายจริงไม่ให้เกิน 10%เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้มีเงินออมเพิ่ม   

O "จด" อุปกรณ์ช่วยช้อปฉลาด

อุมาพันธ์แนะว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือในการชอปปิงอย่างชาญฉลาดคือการจดนั่นเอง   เธอบอกว่า  จดรายการที่จะซื้อไว้ก่อนว่าเราต้องซื้ออะไรบ้าง แล้วแวะเฉพาะจุดที่จะไปซื้อของ ดูราคาที่ซื้อให้เหมาะกับงบประมาณรายจ่ายรวม    บางห้างมีส่วนลดให้กับสมาชิก หรือมีของแจกฟรี ก็ควรตัดคูปองส่วนลดติดกระเป๋าเอาไปใช้ หรือบางครั้งมีโปรโมชั่นการใช้บัตรเครดิตได้ส่วนลดเพิ่ม on top ก็จะเลือกใช้ให้ได้ส่วนลดเพิ่ม   

นอกจากนี้  เธอแนะให้จดเบอร์สมาชิกร้านต่างๆ ของเพื่อนไว้ เผื่อได้ส่วนลดเพิ่ม  รวมถึงจดบัญชีรายจ่าย  เพื่อคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้เกินวงเงินที่กำหนด

"เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยได้คือ   จัดเก็บของในห้องบ่อยๆ เพื่อดูว่า มีของที่ซื้อแล้วไม่ได้ใช้ซุกซ่อนอยู่หรือไม่  การเรียงเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เป็นหมวดหมู่ และสี จะช่วยทำให้เราเห็นว่า เรามีแบบ และสีต่างๆ มากเพียงใด และจะทำให้เราเห็นด้วยว่า มีมากพอแล้ว เพราะเคยจัดตู้ครั้งหนึ่ง ไปเจอรองเท้าผ้าใบห้าคู่  ทั้งๆ ที่วิ่งห้าเดือนครั้ง  

ถ้าเจอของเหลือเฟือเหลือใช้ อย่าลืมแบ่งไปทำบุญด้วย  ยิ่งช่วงนี้เข้าหน้าหนาวแล้ว ก็อยากเชิญชวนให้ทุกคนกลับไปรื้อ เก็บบ้านให้เรียบร้อย เอาเสื้อผ้าที่ใส่ไม่ได้ไปบริจาค  ได้ทั้งบุญและได้จัดระเบียบของในบ้านด้วย  นอกจากนี้ ยังจะได้สติด้วยเมื่อเห็นของที่เราไม่ได้ใช้"

ทั้งประสบการณ์และแง่คิดของเดิมพันและอุมาพันธ์  เชื่อว่าจะกระตุกให้คนที่กำลังชอปปิงอย่างเพลินมือ  หันมาช้อปอย่างชาญฉลาดและจ่ายเงินอย่างคุ้มค่ามากขึ้น

Tags : เดิมพัน อยู่วิทยา ชอปปิง อุมาพันธ์ เจริญยิ่ง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4

คห 1 ดิฉันว่า มือไม่พาย อย่าเอาเท้ารานําดีกว่า นะ คะ สิ่ง ที่เจ้าของบทความเขียนเป็นเรื่องที่ดิฉัน เห็นด้วยคะ การเลือกสินค้าถูก คลาคสิคดีมาก แต่คิดว่าไม่ต้องใช้ของแบรนด์เนมก็ได้นิคะ

ความคิดเห็นที่ 3

ตรงประเดนมากๆ ใช้เทคโนโลยีช่วยค้นของถูก ต้องที่นี่เลย สุดถูก! ดอทคอม www.soodtook.com อยากซื้อของถูก อยากรู้โปรโมชั่่น ดูโบรชัวร์สินค้าก่อนซื้อ

ความคิดเห็นที่ 2

คิดมากเกินไปหรือเปล่าครับ คห.1 ผมอ่านแล้วถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่รู้ๆกันอยู่แต่ก็น่าจะเตือนสติบางคนได้เหมือนกันนะครับ.

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement