กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเงิน - การลงทุน : การเงินส่วนบุคคล

วันที่ 21 มกราคม 2553 01:00

สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล..สะสมความมั่งคั่งแบบเฉลี่ยต้นทุน

สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล

สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

คนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่ผันตัวเองจากนักวิเคราะห์หุ้นมาสู่ “นักวิเคราะห์กองทุนรวม” คนที่ 2 ของเมืองไทยคนล่าสุด “สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล”..

นักวิเคราะห์กองทุนรวม บมจ.หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) ในหน้าที่รับผิดชอบเขาต้องวิเคราะห์เจาะลึกกองทุนรวมเพื่อนำมาแนะนำให้กับผู้ลงทุน เมื่อต้องดูแลการลงทุนของตัวเองเขามีแนวคิดในการบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไร

สานุพงศ์ เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า ตัวเองเริ่มทำงานมาได้ 4 ปีแล้วยังอยู่ในช่วงของการ “สะสมความมั่งคั่ง” ขึ้นมาเรื่อยๆ คงยังไม่มีเงินขนาดใหญ่พอที่จะไปลงทุนครั้งเดียวทั้งก้อน โดยใน 2 ปีแรกอาจจะไม่ได้ลงทุนอะไรที่หวือหวาแต่จะลงทุนในพวกเงินฝากประจำหรือตราสารหนี้ไป แต่ตอนนี้เริ่มที่จะขยับขึ้นไปจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) ของตัวเองว่าควรจะจัดสรรอย่างไร

เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายในระยะยาวเรื่องเกษียณของตัวเองโดยตอนนี้พยายามจะสร้างส่วนของ การลงทุนหลัก “Core Investment” ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ในระยะยาวของตัวเองและใช้การลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน (Dollar Cast Average : DCA) เข้ามาช่วย เพราะกำลังอยู่ในช่วงระยะเริ่มต้นในการสะสมความมั่งคั่งยังมีการทยอยสะสมเงินลงทุนไปทีละนิดๆ ไปเรื่อยๆ ลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพราะตัวเองมีงานที่ต้องทำ แนวคิดของการลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุนนี้ อาจจะสู้การจับจังหวะการลงทุน (Timing Market) ไม่ได้ แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องเงินลงทุนประกอบกับตัวเองต้องทำงาน อาจจะไม่มีเวลาไปจับจังหวะการลงทุนมากนัก


นักวิเคราะห์อาจจะรู้ตลาดเยอะแต่ไม่มีเวลาให้ตัวเอง การลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุนจึงเหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาตามตลาด แล้วการลงทุนเฉลี่ยไปเรื่อยๆ ในระยะยาวจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า อาจจะมีบางปีที่ขาดทุน บางปีที่กำไร อย่างตอนนี้ผลตอบแทนอาจจะติดลบอยู่แต่มั่นใจว่าในระยะยาวก็จะกลับมาเรื่อยๆ ตลาดลงก็ซื้อไปเรื่อยๆ เราก็ได้ของมากขึ้น ส่วนตอนที่ตลาดขึ้นเราก็ซื้อของได้น้อยลง เทียบแล้วเราจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดทั่วไป แต่การลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุนต้องดูผลลัพธ์ในระยะยาวมากกว่าที่จะไปดูในระยะสั้น 1-2 ปี ต้องดูกันเป็น 10-20 ปี แล้วค่อยมาดูว่าผลตอบแทนต่อปีเท่าไร

เทียบกับเงินเฟ้อสู้กันได้มั้ย แล้วการลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุนนั้นยังช่วยตัดเรื่องอารมณ์ตลาดออกไปด้วย บางทีก็ทำใจลำบากในเวลาตลาดหุ้นลงหนักแต่ก็ต้องมีวินัยกับตัวเองด้วย ถึงแม้ว่าตัวเองจะอยู่ในตลาดทุนและสามารถจะจับจังหวะตลาดเพื่อลงทุน (Timing Market) ได้ แต่ก็เลือกใช้การลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุนแทน”

ปัจจุบันพอร์ตการลงทุนส่วนใหญ่ของเขาลงทุนในต่างประเทศผ่านกองทุนรวมต่างๆ เพราะว่าดูภาพเศรษฐกิจและความวุ่นวายในเมืองไทยมีความเสี่ยงสูงก็พักไว้ก่อนไปลงทุนในต่างประเทศไว้ก่อน โดยเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ประมาณ 50% และอีกส่วนเป็นหุ้นทั่วโลก โดยจะใส่เงินเข้าไปลงทุนอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนผ่านการลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุนเพื่อสะสมความมั่งคั่ง และมีการกันเงินบางส่วนไว้ลงทุนระยะตามภาวะตลาดโดยจะใส่เงินเข้าไปลงทุนตามจุดต่างๆ ที่คิดว่าดี เช่น ตลาดเกิดใหม่โลกหรือทองคำ เป็นต้น

สานุพงศ์ ยังบอกอีกว่า เวลาเลือกกองทุนก็ใช้ข้อมูลที่ตัวเองดูอยู่ประกอบการตัดสินใจด้วยเช่นกัน แต่กองทุนที่แนะนำให้ลูกค้านั้นจะเป็นการวิเคราะห์แบบกว้างๆ และเป็นกลางๆ ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่เหมาะกับตัวเองที่จะต้องไปลงทุนตามที่วิเคราะห์ไว้ตรงนั้น ตรงนี้จึงต้องมาปรับให้เข้ากับสไตล์การลงทุนของตัวเองด้วย ปัจจุบันลงทุนผ่านกองทุนรวมทั้งหมดโดยเลือกลงทุนกับ บลจ.ประมาณ 3 แห่งด้วยกัน เพราะซื้อกองเดียวอาจจะไม่กระจายความเสี่ยงพอก็ซื้อหลายๆ กอง

แต่เป็นการกระจายในแง่ของผู้จัดการกองทุน กระจายในสไตล์การลงทุนของ บลจ.แต่ละแห่งที่อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันมากกว่า แต่สำหรับนักลงทุนทั่วไปถ้าจะเลือกกองทุนเพื่อลงทุนแนะนำว่าอย่างแรกต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าตัวเองต้องการอะไร แล้วตัวเองรับความเสี่ยงได้มากน้อยขนาดไหน บางคนอาจจะต้องการกองทุนที่ Aggressive มากๆ ให้ผลตอบแทนมากๆ แต่ต้องการความเสี่ยงน้อยๆ แบบนี้ก็ไม่มีกองทุนไหนมาแนะนำให้เช่นกัน

“ สำหรับนักลงทุนเองคงต้องหากองทุนที่เหมาะกับตัวเองให้เจอ จริงๆ เราเลือกกองทุนที่นโยบายของกองทุนว่ามันเหมาะกับตัวเราหรือเปล่า เหมาะกับความเสี่ยงของเรามั้ย มากกว่าที่จะไปดูผลตอบแทนว่ามันจะได้เท่าไร ตรงนี้น่าจะกลับมาดูที่เรื่องของความเสี่ยงจะดีกว่า”

เป้าหมายในระยะยาวของสานุพงศ์ คือ การมีเงินใช้หลังเกษียณอย่างเพียงพอในช่วงที่ไม่มีรายได้แล้ว ให้เงินทำงานหาเงินให้ในยามที่ไม่มีแรงทำงานแล้ว พยายามอยู่ให้ได้ด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งคนอื่น คาดหวังผลตอบแทนต่อปีไว้ให้ชนะเงินเฟ้อในระยะยาวและถ้าได้ผลตอบแทนมากกว่าเงินเฟ้อด้วยก็ถือเป็นเรื่องที่ดี

Tags : สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์ กองทุนรวม

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement