กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเงิน - การลงทุน : การเงินส่วนบุคคล

วันที่ 3 มกราคม 2553 04:00

เก็บก่อนใช้..เหลือเท่าไหร่ค่อยใช้อย่างมีสติ

สุวัฒน์ เทพปรีชาสกุล

สุวัฒน์ เทพปรีชาสกุล

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เป็นชายหนุ่มที่มีแง่คิดและมุมมองเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว ..

สำหรับ "สุวัฒน์ เทพปรีชาสกุล" ผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจบัตรเครดิต แห่งเคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย 

เพราะเมื่อไหร่ที่มีรายได้เข้ามา สุวัฒน์บอกว่า ต้องเริ่มจาก "คิดให้เป็นสเต็ป ควรเก็บ…ก่อนใช้"   เพราะปกติมนุษย์เงินเดือน พอได้เงินเดือนมาช่วงสิ้นเดือน ก่อนเงินจะถึงมือเรา เราได้เสียค่าใช้จ่ายส่วนแรกไปแล้วนั่นก็คือ ภาษี ดังนั้น พอได้เงินส่วนที่เหลือหลังหักภาษีมา ควรกันส่วนเงินที่ตั้งใจในแต่ละเดือนออกเลยเพื่อการออมหรือการลงทุน

จากนั้น  "เหลือเท่าไหร่…แล้วค่อยใช้อย่างมีสติ"  เขาอธิบายว่า หลังจากที่กันเงินออมหรือเงินลงทุนประจำเดือนออกไปแล้ว ควรจะตั้งสติว่าควรจะใช้ชีวิตอย่างไรให้อยู่ได้ครบตลอดทั้งเดือน และควรมีเงินบางส่วน กันไว้ใช้ในยามฉุกเฉินในสิ่งที่เราคาดไม่ถึง ค่าใช้จ่ายที่ควรใช้ควรใช้สติ ควรจะท่องคาถาถามตัวเองว่ารายจ่ายนี้ “จำเป็นหรือไม่”

ถ้าขาดแล้วชีวิตยังดำเนินต่อได้หรือไม่ กลับบ้านแล้วนอนหลับมั้ย  และ ถ้าเป็นไปได้ควรทำโดยทำตารางรายรับ-รายจ่าย ทุกวัน เพราะทุกครั้งที่ลงรายจ่าย สติจะกลับเข้าร่างทันที และในส่วนของค่าใช้จ่ายนั้น ควรเรียงลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่ายว่ารายเดือนควรจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และ รายปีจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง จะได้วางแผนในการแบ่งส่วนของค่าใช้จ่ายให้เพียงพอ

"คิดให้ฉลาด…หาโอกาสการลงทุนที่มากกว่าฝากธนาคาร"  นั่นเป็นสเต็ปถัดมาของสุวัฒน์  เขาบอกว่า  การลงทุนมีอยู่หลากหลายวิธีมากมาย ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันดอกเบี้ยออมทรัพย์ธนาคารอยู่ที่ประมาณ 0.5% ดอกเบี้ยฝากประจำอยู่ที่ประมาณ 1-2% ถ้าเรามีความตั้งใจที่จะเก็บเงินรายเดือนอยู่แล้ว ให้เปลี่ยนจากการฝากประจำรายเดือนทุกเดือน เป็น “การตัดบัญชีซื้อกองทุน LTF รายเดือนแทน” เพราะจะเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนในจำนวนที่มนุษย์เงินเดือนแต่ละคนต้องเสียภาษี  

"เช่น ถ้าลงทุนเดือนละ 10,000 บาท 12 เดือน รวมเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 120,000 บาท ถ้าผลรวมของรายได้ตกอยู่ใน 20% ที่ต้องเสียภาษี นั่นหมายความว่า เราสามารถนำการลงทุนนี้ไปลดหย่อนภาษีเพื่อประหยัดการเสียภาษีได้ถึง 20% ของเงินลงทุน คือเท่ากับเงิน 24,000 บาท จากเงินลงทุน 120,000 บาท ซึ่งถ้านำเงินก้อนนี้ไปฝากธนาคารก็จะได้ผลตอบแทนที่น้อยกว่านี้แน่นอน ตอนนี้ถ้าเป็นการลงทุนระยะสั้นก็มีการซื้อกองทุน LTF และปล่อยบ้านและคอนโดให้เช่า

ส่วนถ้าเป็นการลงทุนและออมระยะยาวก็มีการทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ  หลักๆ แล้วผมว่าเราควรหาวิธีให้เงินทำงานแทนเรา ถ้าวันหนึ่งเราไม่มีแรงที่จะทำงาน เงินที่เราลงทุนไป ยังทำงานแทนเราได้ "

สุวัฒน์บอกว่า  ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ถือเป็นช่วงที่ดีของการลงทุน เพราะการลงทุนในส่วนต่างๆ จะมีต้นทุนของการลงทุนที่ลดลง เช่นราคาต่อหุ้นลดลง มูลค่าต่อหน่วยของกองทุนรวมก็ลดลง ราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลง ฯลฯ ดังนั้น ควรใช้เงินให้ทำงาน พอถึงช่วงเศรษฐกิจพื้นตัว การลงทุนต่างๆ ที่ลงไปจะเพิ่มพูนมูลค่ามากขึ้น

"แต่การลงทุนนั้นก็ควรทำอย่างมีสติ คือควรจัดการกระแสเงินสดของเราให้เพียงพอมีสภาพคล่อง เพียงพอใช้ในชีวิตที่พอเพียง ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ควรใช้เหตุผลนำอารมณ์ มากกว่าใช้อารมณ์นำเหตุผล เชยบ้างก็ได้ ไม่ทันเทรนด์ใหม่บ้างก็ได้ ใช้ใจสร้างความสวย ความหล่อ ความดูดีแทนเสื้อผ้า สิ่งของ และสิ่งฟุ่มเฟือยต่างๆ"

จริงๆแล้วคนเกิดมานั้น “มี 1 จิต 1 กาย” ถ้าเราอยู่กับ 2 สิ่งนี้ได้ เราไม่เอาจิตของคนอื่นมาพาดอยู่บนจิตของเรา เราก็จะมีความสุขบนสิ่งที่เรามี และสิ่งที่เราเป็น เราก็ไม่ต้องใช้เงินเกินตัวจนเป็นหนี้สินเพื่อที่จะมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเราเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของคนอื่น เพราะในที่สุดแล้ว ก็ไม่มีวันที่สิ้นสุดที่จะพอใจในสิ่งที่มี และสิ่งที่เป็น จะต้องวิ่งไขว่คว้า เหนื่อย!!! และสิ่งที่ตามมาก็คือความทุกข์ ทุกข์ที่อยากจะมี ทุกข์ที่อยากจะเป็น

ทางที่ดีควรจะพอเพียง  หมายถึง “เพียงพอ & ความสุข” พอใจในสิ่งที่เป็น พอใจในสิ่งที่มี หมั่นสร้างความสุข ความรัก และรอยยิ้มกับคนที่เรารักจากใจของเราเอง ความสุขที่ยั่งยืนเกิดขึ้นจากใจ ไม่ใช่เกิดจากส่วนประกอบที่มาแต่งเติมชีวิตให้ดูดี

"ทำไมคนรวยล้นฟ้าบางคนถึงไม่มีความสุข และทำไมคนมีน้อยบางคนถึงมีรอยยิ้ม ความสุข และมีความรักมากกว่าคนรวยล้นฟ้า"

เขาบอกว่า วิธีง่ายๆ ที่จะเช็คสุขภาพทางการเงินของตัวเองคือ จะมองในมุมของกระแสเงินสด หรือ เงินสดที่เก็บยังมีพร้อมใช้เมื่อวิกฤติมาถึง โดยให้พิจารณาว่าค่าใช้จ่ายประจำรายเดือนเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ อย่างน้อยเงินสดที่เก็บควรจะมีจำนวนอย่างน้อย 6 เท่าหรือมากกว่าเพื่อสร้างความพร้อมและการตั้งรับที่ดีในช่วงที่วิกฤติมาถึง  

เขาไม่ค่อยแน่ใจว่าปัจจุบันคนไทยมีการวางแผนเงินมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้คนไทยมองเรื่อง “ใช้เงินทำงาน” เพื่อสร้างมูลค่าให้มากขึ้นมากกว่าการมองแค่ “ใช้งานทำเงิน” และมีการใช้จ่ายที่เกินตัว

"คนที่วางแผนการเงินกับคนที่ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยนั้น ถ้าเปรียบคน 2 ประเภทนี้เป็นเหมือนสุขภาพร่างกายของเรา คนที่มีการวางแผนการเงิน คือ คนที่หมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง สร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ และคนที่ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยก็เปรียบเหมือนคนที่อยู่ไปวันๆ กินๆ นอนๆ ใช้ร่างกายอย่างฟุ่มเฟือย เมื่อโรคร้ายมาถึงคน 2 ประเภทนี้ ความพร้อมของสุขภาพที่จะต่อต้านโรคร้ายนี้ก็มีไม่เท่ากัน คนที่ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยพร้อมที่จะล้มได้ทุกๆ วินาที ในขณะนี้คนที่วางแผนการเงินอาจจะไม่สะท้านกับโรคร้ายนี้เลย "

สุวัฒน์บอกว่า เป้าหมายในชีวิตของเขาไม่จำเป็นต้องร่ำรวยล้นฟ้า ขอแค่มีความสุขกับชีวิตและคนที่เรารัก ก็เพียงพอแล้ว

Tags : สุวัฒน์ เทพปรีชาสกุล บัตรกรุงไทย

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5

แต่เราเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้วางแผนการออมเงิน
ใช้เท่าที่จำเป็นเพราะรู้ว่าตัวเองไม่ฟุ้มเฟือย แต่ก็ไม่ถึงกับตระหนี่ อะไรที่จำเป็นครั้งคราวก็โอเค

แต่ถ้าจะซื้อของอะไรก็ต้องคิดว่าเราอยากได้จริงหรือไม่ ซื้อมาแล้วจะอยู่ตรงส่วนไหนของบ้าน ของชีวิตประจำวัน หรือว่าเราอยากได้จริงแค่ไหน ถ้าได้มาแล้วจะวางไว้โดยไม่สนใจหรือเปล่า บางทีก็ตัดสินใจไม่ได้แต่ถ้ากลับบ้านแล้วยังคิดอยากได้อยู่ คิดไปหลายวันไม่ลืม ก็จะกลับไปซื้อ

ทำงานมาหนักก็๖้องมีบ้างแต่ว่าก็ต้องมีลิมิตและ ใช้อย่างมีสติค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4

ขายที่ดินเชียงราย 66 ไร่ อ.แม่สรวย ต.เจดีย์หลวง (ไร่ละ 99,999 บาท)
http://sites.google.com/site/land4salesinmaesuay/

พื้นที่
ขนาด 66.43 ไร่ (66 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา)
ความยาวโดยประมาณ
ทิศเหนือ: กว้าง 146 เมตร
ทิศใต้: กว้าง 230 เมตร
ยาว: 542 เมตร
ลักษณะพื้นที่: พื้นที่ราบ โอบล้อมด้วยขุนเขา
อากาศ: อากาศบริสุทธิ์สดชื่นดีมาก
(เชียงรายขึ้นชื่อว่าอากาศดีที่สุดต้นๆ ของประเทศ หรือ ดีที่สุด)
ประเภทที่ดิน
โฉนด

สาธารณูปโภค
ถนน: ทิศเหนือติดถนนยางมะตอย
ทิศใต้ติดถนนลูกรัง
ไฟฟ้า: มีระบบไฟฟ้าแรงสูงผ่านพื้นที่
น้ำ: ทิศใต้ติดกับอ่างเก็บน้ำสาธารณะ
มีน้ำทั้งปี ไหลมาจากผืนป่าทางทิศตะวันออก

สถานที่ใกล้เคียง
ไปทางทิศตะวันออก 430 เมตร จะเจอวัดแสงแก้วโพธิญาณ (ครูบาอริยชาติ อริจิตฺโต)
http://www.panoramio.com/photo/23058663
http://www.watsangkaewphothiyan.org/
ห่างจาก ถนน เชียงราย – เวียงป่าเป้า 1100 เมตร
ทางเข้า: ห่างจากที่ทำการ อ.แม่สรวย 7 กิโลเมตร

ติดต่อ
โทร: 085 848 9000
Email: amornpich@gmail.com

ความคิดเห็นที่ 3

คนที่อยากออมจะทำโดยไม่มีข้อแม้ ส่วนคนที่ไม่อยากออมจะทำก็ยังจะมีข้อแม้ต่างๆ

ความคิดเห็นที่ 2

เริ่มแรกเลยนะครับ ฝึกการบันทึกรายรับ-รายจ่ายให้เป็นนิสัย ทุกๆ วัน แล้วค่อยนำมารวมยอดคิดเป็นรายเดือน หรือ เป็นอาทิตย์ จะทำให้เรารู้ว่า รายจ่ายอะไรที่สามารถตัด ลด หรือควบรวมกันได้ เช่น ค่าโทรศัพท์ต่อเดือน 2000 บาท ทำไมเยอะจัง ก็มาคิดต่อว่าแต่ละวันเราใช้โทรเรื่องอะไรบ้าง อันไหนมากสุดก็ลดเรื่องนั้นลงซะ

ผมเห็นด้วยเรื่องการ ออมก่อนจ่าย แต่คนที่จะทำได้ต้องมีการทำบันทึกรายรับ-รายจ่ายมาก่อนจึงจะทำได้ดีครับ

คุณชีวิตจริง (ความคิดเห็นที่ 1) หากคิดแบบเดิมแล้วต้องการเปลี่ยนแปลง ก็ไม่มีประโยชน์อะไรครับ

ความคิดเห็นที่ 1

มันไม่บ้าก็โง่แล้ว โดนกดค่าแรง มันไม่เหลือเก็บหรอก พวกคนรวยฝันบนหอคอย

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement