"สุขภาพการเงินไม่ดี ทำให้สุขภาพจิตไม่ดี!!!"
นั่นเป็นมุมมองของ "ภัทรียา เศรษฐบุตร "รองประธานกรรมการ บริษัท โกลเด้นท์ แลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลอปเม้นท์ ผู้หญิงมากความสามารถอีกคนหนึ่งที่ประสบการณ์มากมาย ทั้งเคยเป็นนักวิเคราะห์การลงทุนอยู่ที่ บริษัท เจพี มอร์แกน รวมถึงทำงานอยู่ที่บริษัท กรุงเทพแลนด์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาที่พักอาศัยหรู ร่วมทุนระหว่าง พร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค และ Frasers Property ใน Singapore นอกจากนี้ ยังเคยร่วมงานกับบริษัท เดสซิเนชั่น พร้อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนารีสอร์ท สัญชาติอเมริกันในเอเชีย ร่วมกับ เลแมน บราเดอร์ส และเมอร์ริล ลินช์
เธอว่า คนเราเมื่อไหร่ที่สุขภาพการเงินไม่ดี ก็จะเกิดความกังวล เช่น ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปีที่แล้ว ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ร่วงลงจนไม่มีใครรู้ว่าจะลงไปอีกเท่าไร ทำให้หันมามองตัวเองว่า ในอนาคตการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยหลายๆ ด้านที่นอกเหนือการควบคุมของเราเอง ทำให้เราพิจารณาตัวเองว่าเราสามารถจะรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน โดยเลือกที่จะสบายใจในการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ที่มั่นคงกว่า และสามารถเพิ่มมูลค่าของสินค้าด้วยตัวเองได้
และในฐานะที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ภัทรียาบอกว่า ในการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ ควรจะพิจารณาจากผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์อันยาวนาน และเชี่ยวชาญในสินค้านั้นๆ เช่น ถ้าต้องการซื้อคอนโดมิเนียมควรจะซื้อจากผู้ประกอบการที่มีความถนัดในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ไม่ใช่ผู้ประกอบการที่ไม่เคยทำคอนโดมิเนียมมาก่อน สำหรับบ้านราคาสูงก็เช่นกัน ควรเลือกผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการบ้านระดับสูง เพื่อที่สามารถได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ
เธอยังแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า ในกรณีที่ต้องการปรับแบบหรือต่อเติมบ้านตามความต้องการของคุณ ควรอย่างยิ่งที่จะเลือกผู้ประกอบการที่มีความชำนาญในการปรับแบบตามใจคุณได้ เพื่อสนองตอบต่อการอยู่อาศัยของคุณ และครอบครัว
"ถ้าคุณไปซื้อบ้านที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ และมาต่อเติมเอง หรือ ปรับเปลี่ยนแบบบ้านในภายหลังอาจทำให้เกิดปัญหาในการก่อสร้างตามมา แนะนำให้ซื้อกับผู้ประกอบการที่เน้นด้านนี้ สุดท้ายคุณก็จะสะดวกสบายและพอใจมากที่สุด"
ภัทรียายังเล่าถึงภาพการลงทุนของเธอว่า เนื่องจากครอบครัวมีประสบการณ์พัฒนาที่ดินตั้งแต่สมัยคุณตา จึงทำให้คุ้นเคยกับการลงทุนในด้านอสังหาริมทรัพย์ และรู้สึกมีความถนัดในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มากกว่าการลงทุนประเภทอื่น
ส่วนการลงทุนประเภทอื่น ภัทรียาบอกว่าได้มีการลงทุนในกองทุนประเภท ETF (Exchange Traded Fund) บ้าง ซึ่งการลงทุนประเภทนี้จะเป็นการลงทุนตามดัชนีตลาดของแต่ละประเทศ หรือแต่ละเซคเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันเธอไม่ค่อยลงทุนในหุ้นเป็นตัวๆ เนื่องจากไม่มีเวลาที่จะมาค้นหาและติดตามข้อมูลของบริษัทต่างๆ อย่างไรก็ตาม หากประเมินการลงทุนในทุกด้าน โดยส่วนตัวรู้สึกพอใจที่สุดกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
แบบแผนการของจัดการเงินทองของภัทรียานั้น เธอบอกว่าปัจจุบันเมื่อมีรายได้เข้ามาก็ไม่ได้มีสูตรตายตัวว่าแต่ละเดือนจะต้องออม หรือลงทุนกี่เปอร์เซ็นต์ แต่การบริหารจัดการพอร์ต (Asset Allocation) จะขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจ และสถานการณ์ช่วงเวลานั้นๆ และลงทุนเมื่อมีจังหวะหรือมีโอกาสที่น่าสนใจผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์หรือในอสังหาริมทรัพย์
"ยิ่งเจอวิกฤติเศรษฐกิจอย่างปีก่อน ต้องระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ทำให้ต้องพิจารณาการใช้จ่าย และเก็บออมไว้ในยามฉุกเฉิน ซึ่งแน่นอนว่า การวางแผนการเงินจำเป็นมากในภาวะวิกฤติ เพราะการวางแผนการเงินจริงๆ แล้วเป็นอะไรที่สำคัญ เห็นได้ชัดว่า การนำเงินบางส่วนไปลงทุน สมมุติได้ ดอกเบี้ย 5% ต่อปี ผ่านไป 10 ปีหรือ 30 ปี ได้รับผลตอบแทนที่เห็นชัดเจน และอีกส่วนหนึ่งควรจะออมไว้ใช้ในยามฉุกเฉินด้วย"
ภัทรียาบอกว่าแผนการเงินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของแต่ละคน และบุคลิกของแต่ละคนในการเสี่ยงกับการลงทุน แต่ถ้าเราใช้เงินไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการออม หรือการลงทุน เงินเราก็จะหมดไปเรื่อยๆ และเราก็จะไม่ได้รับผลตอบแทนกลับมาในระยะยาว
โดยภาพรวมภัทรียามองว่าคนไทยมีการวางแผนมากกว่าเดิม อาจจะเป็นเพราะการที่รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินกับกองทุนประหยัดภาษีทั้งกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) นั่นทำให้คนไทยมีการวางแผนการเงินไปในตัว
ทุกวันนี้ การใช้เงินกับผู้คนในปัจจุบันที่มักใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เกินตัวกันเยอะ และบางคนนิยมซื้อของแบรนด์เนมมากเกินกำลังของตัวเองจนเป็นหนี้เป็นสิน ภัทรียามองเรื่องนี้ว่า แต่ละคนมีความต้องการใช้เงินไม่เหมือนกัน การใช้จ่ายต้องไม่ให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน ซึ่งขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของแต่ละคน ทุกคนอยากได้ของสวยๆ งามๆ หรือใครที่อยากจะเป็นเจ้าของสินค้าแบรนด์เนมบ้าง ก็ไม่ได้ผิดอะไร ขึ้นอยู่กับว่าเรามีกำลังซื้อหรือไม่
เธอจบด้วยการให้ความหมายของคำว่าพอเพียง ว่าสำหรับคำๆ นี้แต่ละคนคงมองไม่เหมือนกัน แต่ในมุมมองของเธอ คิดว่าเราไม่ควรใช้เงินเกินกำลังซื้อที่แท้จริงของตัวเอง เท่านี้ก็ถือว่าพอเพียงแล้ว
Tags : ภัทรียา เศรษฐบุตร

ความคิดเห็นที่ 1
อาคเนย์ , 25 พฤศจิกายน 2553 15:37
ผู้หญิงคนนี้แย่มาก..ขอบอกนักข่าวอยากรู้อะไรมาถามได้