"ถ้าอยากรวย ต้องประหยัด!!!" และ "ออมก่อน รวยก่อน!!!" สมการการจัดการเงินทองของ "ดร.สุวิทย์ ธนียวัน"
อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่วันนี้ เขาพูดได้อย่างเต็มปากว่าความร่ำรวยที่เกิดขึ้น มาจากนิสัยประหยัด และการใช้ชีวิตสมถะของเขา
"บ้านเราจนมาก่อน มาจากเมืองจีน ไม่มีอะไรเลย วันไหนที่เรารู้สึกลำบากหรือแย่กับปัญหาที่เกิดขึ้น พอย้อนกลับไปมองชีวิตลำบากแบบเดิมๆ แล้วรู้สึกว่าเราปัญหานิดหน่อยเอง ผมอยู่กับความประหยัดมาตลอดชีวิต ตอนอายุ 22 ได้ทุนไปอเมริกา ไม่เคยเดินทางต่างประเทศเลย แค่นั่งเครื่องบินไปก็กลัว ตอนอยู่อเมริกา 7-8 ปี กลับมามีเงินเก็บ เพราะผมออมก่อนได้เปรียบกว่าคนออมช้า"
นั่นเพราะระหว่างที่เรียน ดร.สุวิทย์บอกว่า เขาเรียนไปทำงานไป ทำแม้กระทั่งส่งพิซซ่าตามบ้าน ใช้ชีวิตอยู่แบบประหยัดตลอด ค่าเล่าเรียนฟรี มีเงินเดือนนักเรียนทุน ตอนจบเงินเดือน 800 เหรียญ มีลูกที่นั่น 2 คน ก็ยังใช้ชีวิตแบบสมถะมาตลอด พอกลับมาเมืองไทยก็เริ่มทำงาน แม้จะเงินเดือนไม่เยอะ แต่ก็สะสมเงินเก็บได้ตลอด เพราะเป็นคนใช้น้อย และไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย
"บ้านผมถูกปลูกฝังให้รู้จักเก็บหอมรอมริบทุกคน บางคนบอกว่าผมขี้เหนียว ไม่เที่ยวเตร่ แต่ผมคิดว่าถ้าเราไม่รู้จักเก็บ เราก็ไม่มีเงิน ผมจึงรู้สึกว่า ถ้าเราไม่มีไม่ได้ร่ำรวยมาก่อน ก็ต้องอดออมและประหยัด ตอนผมกลับมาจากเมืองนอกมีเงินกลับประมาณ 1-2 ล้าน จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สะสมเงินทองมาเรื่อย จริงๆ ตอนนี้ผมเกษียณได้เลย คำนวณแล้วบนสมมติฐานที่มีชีวิตอยู่ถึง 85 จากเงินก้อนที่เก็บ ผมและภรรยาอยู่สบายๆ แน่ แต่ถ้าถึง 100 อาจจะลำบาก ถึงแม้ผมจะสะสมเงินพอแล้ว แต่ก็ใช้ชีวิตแบบไม่ประมาทนะ"
ดร.สุวิทย์บอกว่า ชีวิตที่มีเงินทองอย่างทุกวันนี้ เกิดจากการออมแล้วต่อยอดด้วยการลงทุน เขาเล่าว่าจังหวะที่กลับมาจากต่างประเทศมีเงินก้อนหนึ่ง ซึ่งช่วงนั้นตลาดหุ้นกำลังน่าลงทุนพอดี จึงตัดสินใจนำเงินส่วนหนึ่งไปลงทุน ก็มีขาดทุนบ้างกำไรบ้าง แต่ยึดคติเลือกหุ้นที่ไม่เสี่ยงมาก จากนั้น การลงทุนในตลาดหุ้นบวกกับเงินเก็บเล็กผสมน้อยอยู่ตลอดเวลา ก็ทำให้เงินทองของเขาค่อยๆ เพิ่มขึ้น จากนั้นจึงออมด้วยการทำประกันชีวิต
"ตอนนั้นก็เริ่มทยอยทำประกัน จนถึงวันที่ครบกำหนดประกัน ก็มานั่งนึกว่า ทำไมเราทำประกันไว้แค่ 4-5 ฉบับเอง น้อยจังเลย แต่นั่นทำให้ผมรู้ว่าอย่างน้อยการมีกรมธรรม์ 3-4 ใบ ก็พอจะทำให้มีเงินบ้าง"
เขายังเล่าว่าชีวิตของเขาคลุกคลีมากับการเรียนเศรษฐศาสตร์ พอเริ่มทำงานก็ทำด้านนี้ และสอนหนังสือมาตลอดชีวิต แต่ก็มีความหลากหลายอยู่ในตัว เพราะบางช่วงก็ไปเป็นที่ปรึกษาด้านมาร์เก็ตติ้ง และทำงานด้านไฟแนนซ์บ้าง
"ผมว่าแต่ละงานให้ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน ชีวิตเราก็เคลื่อนไปเรื่อยๆ ผมพอใจชีวิตในแบบที่ไม่ต้องวุ่นวายกับใคร หลังจากได้ลองงานที่หลากหลายขึ้น ผมพบว่ามาร์เก็ตติ้งสอนให้คนนิ่งไม่ได้ ต้องคิดตลอด ต้องชอบและรักจริงๆ ส่วนงานด้านไฟแนนซ์ทำให้เราเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน แต่เป็นนักวิชาการมากไปหน่อย ส่วนงานสอนหนังสือ ผมคิดว่าตราบใดที่ยังแข็งแรงอยู่ไม่ว่าจะอายุขนาดไหน ก็จะทำไปเรื่อยๆ มีช่วงหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสทำงานกับนายห้างเทียม โชควัฒนา ท่านเป็นบุคคลที่มีคำสอนมากมาย ท่านใช้ชีวิตสมถะ ชอบสอน สอนด้วยคำคม เพราะคนรุ่นนั้นเขาพูดคำคมกันเยอะ"
ดร.สุวิทย์บอกว่า คนเราวางแผนใช้ชีวิตให้มีความสุขและอยู่ห่างจากความเสี่ยงได้ ข้อแนะนำทั่วไปของเขาคือ ต้องรีบวางแผนเกษียณ และอย่าประมาทกับการใช้ชีวิต ปัจจุบันคนอายุยืนขึ้น ถ้าเราไม่วางแผนสะสมเงินออมเอาไว้ อนาคตถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยจะลำบากอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าไปเจอปัญหาเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่แพงมาก ก็จะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่
"อายุยิ่งยืน ยิ่งต้องวางแผน จะใช้ชีวิตอย่างไร้แก่นสารไม่ได้ อายุ 34-35 ต้องเริ่มวางแผนแล้ว เลิกสนุกได้แล้ว ทำอะไรต้องรีบทำ คนเรามีเวลาจริงๆ 20 ปีสำหรับทำงาน เริ่มมีแก่นสารตอน 35 จะไปทำอะไรตอนอายุ 50 ไม่ทันแล้ว"
เขาว่า มนุษย์เรามีความเสี่ยงอยู่รอบตัว ฉะนั้นจะประมาทกับการใช้ชีวิตไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงด้านการเงิน ที่ปัญหาของผู้คนทุกวันนี้คือเก็บออมไม่ได้ คนที่ไม่มีเงินออมก็จะบอกว่าไม่มีอยู่เรื่อยๆ เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มี ก็เริ่มต้นทำให้ตัวเองมีเงินออม
"หลายคนที่บ่นว่าออมไม่ได้ ผมว่าง่ายๆ ก็หัดทรมานตัวเองหน่อย กินให้น้อยลง เก็บหอมรอมริบ พยายามไม่อยากมีอะไร สร้างนิสัยประหยัด ตรงนี้จะเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิตและสร้างเงินออมได้ในที่สุด เมืองไทยของเรายังดีนะที่มีการออมประมาณ 30% ของจีดีพี ถ้าเทียบกับการออมของคนอเมริกาที่น้อยมาก เวลาเศรษฐกิจไม่ดี คนก็ตกงานกันหมด"
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้านอาชีพและด้านการศึกษา ความเสี่ยงด้านการใช้ชีวิต ความเสี่ยงด้านอนาคตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงด้านการลงทุนอีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งในยุคที่อัตราดอกเบี้ยต่ำมาก ทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะเราไม่สามารถพึ่งผลตอบแทนจากดอกเบี้ยได้อีก ดังนั้น จึงต้องป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน ด้วยการไปลงทุนในตราสารทางการเงินช่องทางอื่นๆ แทน
ขณะเดียวกันความเสี่ยงจากความผันแปรทางเศรษฐกิจ ก็เป็นความเสี่ยงที่ต้องระวัง เช่นอัตราเงินเฟ้อที่ถ้าสูงมากก็จะทำให้ค่าของเงินในกระเป๋าของเราลดลง ปัญหาคือ ทุกวันนี้ผู้คนไม่ได้จัดการป้องกันความเสี่ยงให้ตัวเองเท่าไร นั่นทำให้ถูกความเสี่ยงจู่โจมอยู่ตลอด
Tags : ดร.สุวิทย์ ธนียวัน

ความคิดเห็นที่ 18
fahnrch , 30 มกราคม 2555 01:27
รับสมัครพนักงานเพิ่มเติม (บริษัทมีที่ตั้งชัดเจนและถูกกฏหมาย)
- ชาย/หญิง ที่มีเวลาและสนใจในการทำงาน
- อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
- สามารถใช้คอมพิวเตอร์ Internet พื้นฐานได้
- ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา
PART-TIME 5,000 - 8,000 บาท/เดือน
FULL-TIME 8,000 บาท/เดือน ขึ้นไป
สนใจทำงาน กรอกข้อมูลเลยจ้า คลิ๊ก!! http://goo.gl/ZwR3w
ติดต่อสอบถามรายละเอียด tel. 081-695-5726 pin : 2731BCE6 (ไม่ใช่สแปม)
ความคิดเห็นที่ 17
cm , 23 มกราคม 2555 20:17
ฝากหน่อยนะค๊ะ !! สำหรับคนที่สนใจ
อยากเป็นวัยรุ่นแบบ Frist Class
ทำงานผ่านเน็ต อาทิตย์ละ 2000-5000 บาท/สัปดาห์
งานพิเศษง่ายๆผ่านระบบอินเตอร์เน็ตรายได้หลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อเดือน
ต้องการที่จะรับสมัครคนที่สนใจทำงานกับระบบThe First
Powerที่สามารถทำให้คนธรรมดามีรายได้หลักแสนบาทได้
ด้วยการทำงานงานผ่านระบบInternet WebsiteในธุรกิจNetwork (PART-TIME /
FULL-TIME)
มีระบบเช็ครายได้ online realtime ตลอด24ชั่วโมงสามารถตรวจสอบได้
ต้องบอกด้วยว่า"บริษัทของเรามีครบทั้ง 7 สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ"
- คุณสมบัติของผู้ที่สนใจ !!
- ชาย/หญิง ที่มีเวลาและสนใจหางานทำ
- สามารถใช้คอมพิวเตอร์ Internet พื้นฐานได้
-ไม่จำกัดอายุ
- ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์
- ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา
Part-time 10,000 - 15,000 บาท / เดือน
Full-time 20,000 บาทขึ้นไป / เดือน
สนใจดูรายละเอียด
http://goo.gl/2AWAt
ความคิดเห็นที่ 16
bonphuket@gmail.com , 30 ธันวาคม 2554 02:25
มาร่วมธุรกิจกับ Truemove กันใหม๊ มาดูข้อดีกัน
-ไม่ต้องมานั่งรับประกันสินค้าเหมือนธุรกิจเครือข่ายอื่นคับ อ่ะ เช่น เจ้าแม่เครือข่ายยักใหญ่ อย่างค่ายA.. ที่มีศูณวิจัยเป็นของตัวเองมีทีมแพทย์ นักวิจัย เป็นของตัวเอง โอเค สินค้าดีผมยอมรับผมเคยใช้ก็ดีจริง แต่อย่าลืมว่าการเจาะกลุ่มลูกค้าค่อนข้างยากเพราะ 1. สินค้าแพง เจาะกลุ่มใหนได้บ้างคับ คนมีตังค์ หรือคนที่ ชอบจริงๆ ใช่ป่ะ(บางคนไม่เห็นด้วย แต่ส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้นจริงๆ) 2.คนเราทุกคนลักษณะทางกายภาพไม่เหมือนกันจริงป่ะ เช่น ร่างกาย การกิน การเป็นอยู่ การดำรงค์ชีวิต ดังนั้นต่อให้มีการวิจัยมาดีแค่ใหนก็ไม่ใด้หมายความว่าคนแต่ละคนใช้แล้วจะได้ผลเหมือนกัน อย่างผมทำงานใน OFFICE ไม่ค่อยใด้โดนแดดผมใช้คลีมทาหน้า หน้าใสมากเลย ผมเลยไปขายให้เพื่อนข้างบ้านแต่เพื่อนยังเรียนอยู่ถามว่าผลที่ใด้เหมือนกันใหม๊คับ ไม่เหมือนอยู่แล้วเพราะเพื่อนต้องโดนแดดมากกว่าผม จริงป่ะ ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้กลุ่มลูกค้าถูกจำกัด การขยายเครือข่ายจึงค่อนข้างยาก เคยมีการวิจัยลูกค้า เค่าบอกว่า คนไปกินอาหาร ร้านนึง อาหารอร่อย บริการดีมาก คนนั้นจะบอกต่อเพื่อน 3 คน ตรงกันข้าม ถ้าอาหารไม่อร่อย แถมบริการยังไม่ดีอีก เขาจะบอกต่อเพื่อนอีก 10 คน(คุณเป็นแบบนั้นป่าว 555)
-เรื่องของสายงานก็สำคัญ บริษัทที่ดังๆ เปิดมากี่ปีคับ 5 10 หรือ 20 ปี ถามว่าคนที่เขาประสพความสำเร็จเขาทำไง ส่วนมากอยู่ต้นสายทั้งเพ ลูกสายเยอะเลยได้ตังเยอะ ถามว่าณ.วันนี้คุยคิดจะเริ่มทำคุณอยู่ที่เท่าไหร่ของสาย แล้วคุณจะหาเครือข่ายยังไง เขาเปิดมา 20 ปี ไปหาใครเขาก็ทำหมดแล้ว โอกาสโตน้อยมาก แต่ของเราพึ่งเปิดได้ 3เดือน คุณทำวันนี้ คุณอยู่ต้นสายแน่นอน โอกาสโตเยอะมาก
-ทุกวันนี้คุณเติมเงินเดื่อนละเท่าใหร่ ใด้กลับ เท่าใหร่ เติม 1000 ใด้กลับ 1000 จริงป่ะ แต่ของเรา เติม 1000 จ่ายแค่ 950 ถามว่ากำไรยังคับ ผมว่ากำไรแล้วนะคับ 50 บาท การทำธุรกิจผมมองว่า อย่าพึ่งนึกถึงกำไรคับ นึกแค่ว่าทำยังไงจะไม่ขาดทุนจริงป่ะ กำไรค่อยว่ากัน ถ้าได้ก็ดีไป ถ้าไม่ใด้เราก็ไม่ใด้ขาดทุนนิ ใช่ใหม๊ ใหนๆก็ใช้ค่าโทรประมาณนี้อยู่แล้วลองทำก็ไม่ใด้เสียหายนิ จริงป่ะ
สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://bon.realsmartnetwork.com หรือโทร 0820698810 (บอล)
**คิดดูให้ดีนะคับ รีบตัดสินใจ คิดแต่ไม่ทำ โอกาสนั้นก็เป็นแค่ .. ความคิดดด **
ความคิดเห็นที่ 15
boom , 26 สิงหาคม 2554 01:21
บริษัท The First Power System
ต้องการที่จะรับสมัครพนักงานเพิ่มเติม
>>>>>http://firstpowerteamgood.igetweb.com
ทำงานผ่านระบบ Internet Website ในธุรกิจNetwork (PART-TIME / FULL-TIME)
- คุณสมบัติของผู้ที่สนใจ !!
- ชาย/หญิง ที่มีเวลาและสนใจหางานทำ
- สามารถใช้คอมพิวเตอร์ Internet พื้นฐานได้
- อายุตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป
- ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์
- ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา
PART-TIME 8,000 - 20,000 บาท / เดือน
FULL-TIME 20,000 บาทขึ้นไป / เดือน
สนใจดูรายละเอียดที่
>>>>>http://firstpowerteamgood.igetweb.com
>>>>>http://firstpowerteamgood.igetweb.com
>>>>>http://firstpowerteamgood.igetweb.com
ความคิดเห็นที่ 14
นายช่าง , 12 กุมภาพันธ์ 2554 15:16
รู้ไหมว่าการหาเงินออนไลน์ที่ได้ตังจริง ๆ เขาทำกันยังไง ( ต้องการเงินจริงๆตั้งใจอ่านนะครับ )
สังคมแห่งการแบ่งปันไม่มีการสิ้นสุดเพราะมันคือการให้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้รับจะรับหรือไม่ มากน้อยเพียงใด ผมลองมาหลายอันแล้ว แต่อันนี้ไม่ได้อะไรจริงๆ อย่างน้อยก็ 500 บาท ทำง่ายที่สุดล่ะตั้งแต่ที่เคยทำมา และอีกอย่างคุณคิดว่าเงินจะได้มาง่ายๆ จากการส่งเมลล์ หรือคลิกโฆษณา หรือ MLM หรือบางเว็บถ้าสมัครจะได้รับ100$ทันที ซึ่งโดยไม่ลงทุนซักบาท มันเป็นการหลอกลวงครับ ผมขอเกริ่นซักนิดนึงบางคนอาจแคลงใจเพราะยังอยากจะทำอยู่ บางอันเป็นภาษาอังกฤษยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ไม่รู้ว่าอันที่คลิกไปคลิกมามันถูกรึเปล่า การหาเงินในเน็ต คือ การช่วยเขาโฆษณาสินค้าแล้วเรารับส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็น แล้วแต่ว่าเราขยันโฆษณามากน้อยแค่ไหน พูดมากเดี๋ยวผู้อ่านงงอีก เอาเป็นว่าผมทำอันนี้อยู่คล้ายแฟรนชายส์เซเว่น แต่เป็นแฟรนชายส์เสื้อผ้าเกาหลีและสินค้าออนไลน์ ทำเงินผ่านเน็ตบนหน้าจอคอม 100% ใช้เวลาว่างทำเมื่อไหร่ก็ได้ รับประกันว่าได้เงินจริง จ่ายเป็นรายวัน รายเดือนแล้วแต่เราจะเลือก เสียบบัตรแล้วเบิกเลย บริษัทของคนไทย ทำง่ายจ่ายสะดวก ถูกกฎหมาย มีตัวตนจริง แล้วเราเป็นเจ้าของแฟรนชายส์ด้วย(จะมีเว็บส่วนตัวโดยคุณจะเป็นผู้จัดการร้านค้าออนไลน์ของคุณทันที) ตัดสินใจช้าระวังพลาดไปหลายก้าวนะครับ อยากรู้ว่าทำยังไงลองศึกษาดูให้ละเอียดนะครับ ยินดีให้คำปรึกษาครับ (ผู้จัดการร้าน 8249)
เว็บแนะนำ/อ้างอิง http://www.cloth2rich.com/index.asp?cid=8249
ไม่มีคำว่าสาย สำหรับการเริ่มต้นที่ดี สู้ๆครับ
ความคิดเห็นที่ 13
ชิษณุพงศ์ , 22 กุมภาพันธ์ 2553 16:53
รวยไม่ยาก
ลองทำแบบทดสอบทางการเงินดูสิ
www.12clickworldwide.com/advance
ความคิดเห็นที่ 12
วิว วิว , 13 มกราคม 2553 14:11
บางครั้งก็อยากจะ Shopping เพื่อลดความเครียด เพราะออมอย่างเดียวก็เครียดตาย
ทุกอย่างอยู่ที่ความพอดี อย่างกมาก และอย่าสุรุ่ยสุร่ายมากก็พอ %%%%%
ความคิดเห็นที่ 11
น้องออม , 17 ธันวาคม 2552 15:38
เนื่องจากต้องไปเรียนห่างบ้านตั้งแต่เด็ก ทำให้ติดนิสัยชอบจดรายการใช้จ่ายมาตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งก็ช่วยได้เหมือนกัน เพราะอย่างน้อยเรารู้ว่าเราใช้จ่ายไปกับอะไรเยอะเกินจำเป็นหรือเปล่า...
เห็นน้องๆที่ทำงานแล้วก็เห็นใจเหมือนกัน เทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ รีบซื้อกัน เพราะกลัวไม่ in-trend แถมยังชักชวนให้เราไปซื้อด้วย แต่จริงๆเค้าอาจจะมีเงินเหลือเก็บก็ได้ เค้าถึงกล้าซื้อ เงินของเค้า ความสุขของเค้า เราพูดมากไม่ได้
ความคิดเห็นที่ 10
เอก , 4 ธันวาคม 2552 10:34
หลังจากผมได้อ่านบทความดีๆของท่านแล้ว ผมได้ทำ list รายจ่ายต่างๆ ในแต่ละวัน วึ่งถ้าวันไหนผมใช้เงินเกิน ผมจะพยายามตัดค่าใช้จ่ายในวันรุ่งขึ้น เพราะว่าไม่อยากให้กระทบกับเงินออมที่ผมตั้งใจจะเก็บไว้ตอนเกษียณ
ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อคิดที่ดี และมีประโยชน์
ความคิดเห็นที่ 9
เบญจ tum kai , 3 ธันวาคม 2552 09:10
ถึงแม้ว่าจะทราบถึงประโยชน์ของการออม แต่ในอดีตที่ผ่านมาก็ใช้เงินแบบสุรุ่ย สุร่าย แต่หลังจากอ่านบทความของท่านแล้ว จะปฏิบัติตามค่ะ ขอให้ทราบสละเวลามาให้ความรู้แบบนี้อีกนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
jane , 3 ธันวาคม 2552 09:04
เป็นบทความที่ดีมากเลยค่ะ ช่วยเตือนสติในการดำรงชีวิต เหมาะกับทุกสถานการณ์
อยากให้อาจารย์ พูดให้ความรู้แบบนี้บ่อยๆ
ความคิดเห็นที่ 7
ชาติชาย , 2 ธันวาคม 2552 16:42
เสียดายจังเลยที่ผมออมเงินช้าไป แต่จากนี้ไปจะพยายามใช้จ่ายอย่างประหยัด และหยุดใช้บัตรเครดิตซื้อของโดยไม่จำเป็นอีกแล้ว ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ
ความคิดเห็นที่ 6
ชไมรพร ประเสริฐกุล , 2 ธันวาคม 2552 16:14
ตอนนี้ตกงานอยู่ เพราะว่าถูก lay off แต่ก็ยังโชคดีที่มีเงินออม เลยชิลล์ๆ และก็เห็นด้วยอย่างยิ่งกับความคิดของท่านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
สุชาดา กรพรหท , 2 ธันวาคม 2552 16:10
เป็นบทความที่มีประโยชน์มากเลยค่ะ
เห็นด้วยกับความคิดของท่านค่ะ
หวังว่าโอกาสหน้าคงจะมีโอกาสได้อ่านบทความที่มีประโยชน์ของท่านอีกนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
จิตติมา วรรณวิจิตร , 2 ธันวาคม 2552 16:06
ขอบคุณมากๆค่ะ ที่ให้ข้อคิดดีๆ ซึ่งมีประโยชน์มากเลยค่ะ จากนี้ไปดิฉันจะ ลด ละ เลิก ในการซื้อเสื้อผ้า เพราะว่าอ่านจากบทความของท่านแล้ว ดิฉันร้สึกสงสารตัวเองที่ไม่ประหยัด ซื้อเสื้อผ้ามาเต็มตู้ แล้วก็ไม่ใส่
เงินทั้งนั้น ทุกข์จริงๆ จะเริ่มออมเงินตั้งแต่วินาทีนี้เลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
dekD , 1 ธันวาคม 2552 18:49
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เที่ยวได้แต่ต้องแบ่งเก็บด้วย ทุกคนมีภาระส่วนตัว ตอนเศรษฐกิจไม่ดี ตกงาน จะเป็นตอนที่เราเห็นคุณค่าของการออมมากที่สุด
ความคิดเห็นที่ 2
สมหมาย , 1 ธันวาคม 2552 17:22
ปัจุบันผมอายุ 52 ปี จบ ป.ตรี เคยทำงานกับบจก.ใหญ่(มหาชนแห่งหนึ่งมั่นคง)เก็บเงินตั้งแต่อายุ 22ปี 10% ของรายได้ แต่ที่เหลือกินเที่ยวกับเพื่อน พ่อ แม่ท้วงติงไม่ค่อยเชื่อเพื่อนฝูงมากมาย วิกฤติปี 40 ถูกปลดออกจากงานเพื่อนที่สนิทกันมันไม่เคยแม้แต่โทรมาหา ปัจุบันมีโรคประจำตัว หมดเงินแต่ยังทำงานอยู่พอเลี้ยงตัวไปวัน ๆ
อยากให้สติเพื่อน พ้อง น้องๆทั้งหลาย ทำงานได้ต้องเก็บเงินไว้บ้าง อย่าเชื่อเพื่อนมากโดยเฉพาะประกันชีวิต ต้องทำเอาไว้มันช่วยเราได้ เวลาเจ็บป่วย เหล้า บุหรี่อย่าไปแตะต้อง ผมเก็บเงินมาทั้งชีวิต ต้องมาหมดเพราะกินเหล้า สูบบุหรี่ ทุกวันนี้ค่ายาวันละ 160 บาท ให้ลูกไปโรงเรียน 40 บาท
เหล้า บุหรี คนกิน * คนขายมันรวยคนเดียว อ้อพลอยให้หมอรวยไปกับเขาด้วย
ความคิดเห็นที่ 1
kti8551 , 29 พฤศจิกายน 2552 22:34
ขอขอบคุณที่กรุณาสละเวลาเขียนหนังสือที่มีคุณค่าให้คนอ่าน ดีครับการออมก็ไม่เห็นว่าจะทรมาณตนเอง แค่คอยดูแลเตือนตนเองอย่าประมาท ขอบคุณมากครับ