"คนเกาหลีวางแผนการเงินเยอะกว่าคนไทย วางแผนไปทุกเรื่อง วางแผนมากไปก็เลยเครียด ถ้ามองในแง่ความสุข ผมว่าคนไทยมีความสุขมากกว่า
อาจจะเป็นเพราะคิดเรื่องวางแผนน้อยกว่า อันไหนดีกว่ากันบอกไม่ได้ เพราะทุกอย่างมีสองด้านเสมอ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะหาความพอดีตรงไหน" ชัง ยัง วุน หรือชื่อไทยว่า "คุณช้าง" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีเจมีเดีย (ไทยแลนด์) กล่าว
เขาเล่าว่าคนเกาหลีโดยเฉลี่ยเกษียณเฉลี่ยตอนอายุ 55 ซึ่งโดยมากไม่ลำบาก เพราะนอกจากคนเกาหลีจะใส่ใจเรื่องวางแผนการเงินเพื่อเตรียมตัวก่อนเกษียณแล้ว ที่เกาหลียังมีระบบที่รัฐบาลบังคับให้ผู้มีรายได้ออมเงินสะสมทุกเดือน เงินเดือนสูงก็สะสมเยอะ เดือนละประมาณ 10% เมื่อถึงวัยเกษียณคนส่วนใหญ่จึงมีคุณภาพชีวิตดี
"ผมมาอยู่ที่นี่ 5-6 ปี ก็เห็นว่า คนเกาหลีกับคนไทยใช้เงินต่างกัน คนไทยโดยมากใช้เงินแบบไม่วางแผน หลังจากเงินเดือนออกใช้ไปถึงประมาณวันที่ 10 เงินก็หมดแล้ว ผมสังเกตว่าเวลาไปห้างช่วงหลังจากวันที่ 10 ไปจนถึงวันที่ 25 ในห้างจะมีคนเดินน้อยมาก แต่พอวันที่ 25 -30 รถเต็มถนนเลย คนก็เดินเต็มห้าง นี่คือผลของการใช้เงินที่ไม่วางแผน ส่วนคนเกาหลีก็เป็นประเภทวางแผนการเงินทั้งเดือน ต้นเดือนใช้เงินเท่าไหร่ กลางเดือนและปลายเดือนก็ใช้เท่านั้น เพราะคนเกาหลีวางแผนระยะยาว เขาถึงมีเงินใช้ทั้งเดือน "
เขาพูดเพื่อชี้ให้เห็นว่า การวางแผนการเงินนั้นสำคัญมาก ซึ่งโดยส่วนตัวของเขาแล้ว เชื่อในเรื่องของการวางแผนอย่างมาก คุณช้างบอกว่าคนเราควรวางแผน สำหรับเขาถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก
"ผมวางแผนทุกเรื่อง แต่เน้นวางแผนเรื่องงานมากกว่า เพราะเชื่อว่าถ้างานสำเร็จ เงินจะตามมาเอง ส่วนเรื่องอื่นก็วางแผน เช่นถ้าเวลาจะซื้อของกินของใช้ ผมจะวางแผนอยู่แล้ว เวลาจะซื้ออะไรผมจะเปรียบเทียบทางราคาและคุณภาพทางอินเทอร์เน็ตก่อน หรือไม่ก็สอบถามเพื่อนๆ เก็บข้อมูลก่อนแล้วตัดสินใจซื้อ ข้อสำคัญซื้อแล้วต้องมีประสิทธิภาพ ต้องคุ้มค่า ดูการใช้งาน ผมไม่ได้ดูที่ราคาหรือยี่ห้ออย่างเดียว แต่ดูว่าใช้งานได้กี่ปี ทนทานมั้ย คุณภาพดีหรือเปล่า เลือกที่มีประสิทธิภาพสูงและระยะการใช้งานเยอะกว่า หรือประเภทที่ใช้ได้นานไม่เบื่อ บางทีราคาถูกว่าแต่คุณภาพไม่ดี ใช่ไม่นานก็ชำรุด แบบนี้ผมไม่เอา"
แม้แต่เรื่องเดินทางท่องเที่ยวและชีวิตส่วนอื่นๆ เขาก็วางแผนเช่นกัน โดยจะเน้นดูจากภาพรวมทั้งหมด ไม่ได้ดูแค่ประหยัดเงินอย่างเดียว ต้องมองภาพกว้าง เรื่องการเงินนั้นเขาว่าถ้ามองแคบๆ ไม่มีประโยชน์
"เวลาผมทานข้าวก็ต้องวางแผนด้วยนะ ว่าจะไปเส้นทางไหน ใช้เวลากี่ชั่วโมง ทานอะไรบ้าง ไปถึงไม่ต้องดูเมนู เพราะดูเมนูมาแล้ว สั่งได้เลย ทานของคาวแล้วสั่งของหวานอะไรบ้าง เสร็จแล้วไปที่ไหนต่อบ้าง วางแผนทุกเรื่อง ผมทำให้ทุกเรื่องชัดเจน เพราะถ้าไม่วางแผนเยอะเราจะเสียเวลา ทุกอย่างจึงต้องวางแผน ผมอาจจะเหมือนคนเกาหลีส่วนใหญ่ที่วางแผนทุกอย่าง วางแผนเกษียณ วางแผนการเงิน วางแผนการลงทุน "
โดยภาพรวมของชัง ยัง วุน เขาจึงเน้นไปที่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินเงินทองที่ได้จากการมุ่งมั่นทำธุรกิจ มากกว่าที่มานั่งนึกถึงเรื่องประหยัดโน่นประหยัดนี่
"ถ้าเรามีเวลาเอาไปคิดเรื่องประหยัด ผมว่าเอาเวลาไปคิดทำงานดีกว่า หาเงินได้เยอะขึ้นก็ไม่ต้องมานั่งคิดถึงเรื่องประหยัด แต่ไม่ใช่ว่าแพงแค่ไหนก็จ่ายได้ ทุกอย่างต้องอยู่ในความเหมาะสม สำหรับผม ความสะดวกสำคัญกว่าราคา ถ้าราคาแตกต่างกันนิดหน่อยก็รับได้ ขอให้มีคุณภาพ"
เขาพูดถึงการลงทุนและธุรกิจในปัจจุบันว่า เมื่อมาใช้ชีวิตและทำธุรกิจในไทย จึงตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียม ซึ่งก็ถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง แต่ตอนนี้จะลงทุนอย่างอื่นก็ลำบาก เพราะเศรษฐกิจยังไม่แน่นอน แต่ก็ดูอยู่ว่าจะลงทุนอะไรได้บ้าง เช่นจากปัจจุบันเราทำธุรกิจขายเครื่องเล่นคาราโอเกะที่เป็นสินค้าชนิดใหม่ของตลาดที่นี่ เลยไม่ต้องแข่งกับคนอื่น เครื่องแบบนี้ในเกาหลีขายมาก่อน เราก่อตั้งมา 26 ปีแล้ว เราเป็นอันดับหนึ่งในเกาหลี และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งหากจะขยายธุรกิจ คงต้องเป็นธุรกิจต่อเนื่องกับธุรกิจปัจจุบัน อาจจะเป็นห้องคาราโอเกะที่เป็นพิเศษ
"ต้องเป็นคาราโอเกะในอนาคต ที่ในไทยยังไม่มี ผมดูแล้วในตลาดยังมีช่องว่างให้เติมธุรกิจต่อไปได้ มีทางเลือกให้ลูกค้ามากขึ้น เช่นไม่ต้องเหมาเป็นชั่วโมงก็ได้ เน้นบริการเพลงใหม่ทุกเดือน เพลงเยอะคุณภาพเสียงดีกว่า ผมว่าถ้าผมทำน่าจะมีโอกาสสำเร็จเยอะกว่าคนอื่น เพราะเป็นธุรกิจที่ผมคุ้นเคย ผมว่าคนเราถ้าจะทำอะไรต้องรู้จัก และมีจุดแข็งในธุรกิจนั้น ถ้าผมทำธุรกิจอื่นอาจจะไม่สำเร็จ แต่ด้านนี้เป็นจุดแข็งของเรา อนาคตผมอาจจะเป็นอันดับหนึ่งของไทยก็ได้ เพราะเรารู้จักธุรกิจนี้ดีกว่าใคร แต่ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่แน่นอน เลยยังไม่ได้ลงทุนอะไร ตอนนี้กลัวว่าลงมือแล้วอาจจะทำไม่ได้ "
ชัง ยัง วุนยังเล่าถึงการลงทุนในเกาหลีของเขาว่า เขามีออฟฟิศให้เช่า ซื้อบ้าน และมีเงินเก็บสะสมไว้บ้าง
"เรื่องเล่นหุ้นและกองทุนรวมผมไม่ถนัด และไม่ชอบ เพราะผมไม่คิดว่าเป็นโอกาส ในชีวิตของผมยังไม่เคยซื้อลอตเตอรี่เลย เพราะผมไม่มีเวลา เอาเวลาไปทุ่มกับเรื่องธุรกิจ"
เมื่อพูดถึงเรื่องอนาคต ชัง ยัง วุน บอกว่าเขาเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับวันนี้ ไม่มีพรุ่งนี้ เขาบอกว่าคนเราถ้าเต็มที่กับวันนี้ ทำวันนี้ให้สำเร็จ ก็ไม่กังวลกับอนาคต เพราะกังวลมากก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่ถ้าวันนี้เราทำเต็มที่ อนาคตจะดีเอง ไม่ต้องเป็นห่วง
"ผมกะจะทำงานถึง 60 ตอนนี้ก็เก็บเงินเผื่อไว้ เพราะหลังจาก 60 เป็นช่วงที่ต้องใช้เงินเพื่อตัวเองและเพื่อสังคมด้วย อาจจะสร้างโรงเรียนอนุบาลสำหรับคนไม่มีเงิน นอกจากนั้นก็เก็บเงินเผื่อไว้เที่ยว เพราะผมชอบเดินทางท่องเที่ยว คนเราถ้าทำงานเต็มที่เรื่องเงินก็จะตามมา ตอนนี้ เดือนหนึ่งก็เก็บเงินออมได้ถึง 70% เพราะไม่ค่อยได้ใช้อะไร ไม่ค่อยมีเวลาใช้ ตอนนี้วันธรรมดาทำงาน วันเสาร์อาทิตย์เรียนหนังสือ เสื้อผ้าก็ซื้อทีเดียวเลย ผมซื้อเอง วางแผนก่อน ทุกครั้งที่จะไปชอปปิ้งผมจะมีลิสต์อยู่ในหัวแล้วว่าวันนี้จะซื้ออะไรบ้าง เข้าไปซื้อแล้วกลับ ไม่ใช่เดินไปเรื่อย"
ชัง ยัง วุน บอกว่า มนุษย์มักไม่พอใจสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ เงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ บางคนมีเยอะก็ใช้เยอะ ดังนั้น สำหรับเขาการมีเงินเยอะไม่ใช่มีความสุขเสมอไป
Tags : ชัง ยัง วุน • การเงิน • ลงทุน • เกาหลี

ความคิดเห็นที่ 4
nadid , 30 กรกฎาคม 2553 12:21
เห็นด้วยค่ะ เป็นความคิดที่ดีและคนไทยก็ควรจะคิดแบบคุณ ช้าง ยัง วุน ก็จะมีความสุขกับการทำงาน และ การใช้ชีวิตในทุกๆวัน :)
ความคิดเห็นที่ 3
jenny , 18 มีนาคม 2553 01:28
อยากทราบว่าคุณซังยังวุน แต่งงานกับคนไทยหรือคนเกาหลีค่ะ แล้วแต่งานที่เมืองไทยหรือเปล่าค่ะ ช่วยตอบที ชอบความคิดเห็นของคุณซังยังวุนค่ะ พูดได้ดีมากเลย
ความคิดเห็นที่ 2
, 16 กันยายน 2552 12:59
หนี้น่ะคนไทยมี แต่นี่แหล่ะที่คนไทยไม่มี
ความคิดเห็นที่ 1
นู๋แหม่ม , 16 กันยายน 2552 11:45
สนับสนุนแนวคิดนี้ด้วยอีกคนค่ะ เยี่ยมๆ