ถึงแม้จะมีหน้าที่การงานที่มั่นคง และตำแหน่งในระดับสูง แต่ "ดามพ์ นานา" ก็ไม่เคยประมาทในการใช้ชีวิต และยังวางแผนการเงินอย่างระมัดระวัง
ดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส ออกตัวว่า "เก็บเงินไม่เก่งเลย แต่พยายามจัดระเบียบการออมให้ตัวเองมากกว่า"
เขาบอกว่า การวางแผนการเงินของเขานั้น จะเปลี่ยนไปตามช่วงอายุ เช่น ตอนโสดก็อีกแบบ พอมีครอบครัวก็เปลี่ยนไปอีกแบบ และมีลูกก็ต้องมาจัดระเบียบการออมการลงทุนให้สอดรับกับเงื่อนไขของชีวิตในช่วงนั้นๆ
"ผมดูวัตถุประสงค์เป็นหลัก ว่าเราอยู่ในช่วงไหนของชีวิต เช่น ตอนนี้เราอาจทำงานมาสักพัก มีลูก 2 คน อยู่ในช่วงกลางของชีวิต อีกสัก 10-20 ปีอาจจะต้องเกษียณแล้ว ก็ต้องระมัดระวังและรอบคอบกับการใช้เงินให้มากขึ้น"
ดามพ์เล่าถึงแบบแผนการจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ของเขาว่า ตอนนี้เมื่อมีเงินเดือนเข้ามาหลังหักค่าใช้จ่ายรายเดือน ก็จะจัดสรรเป็นเงิน 4 ก้อน ก้อนแรกเป็นเงินสำรองที่กันไว้เผื่อเรื่องฉุกเฉิน เช่นกรณีตกงาน เจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งตรงนี้ส่วนใหญ่คนจะตั้งไว้ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน แต่เขาจะเตรียมไว้ประมาณ 1 ปีเลย ก้อนที่ 2 เป็นเงินที่กันไว้เพื่อการศึกษาของลูกทั้ง 2 คน โดยวางแผนให้เขาเรียนอย่างน้อยปริญญาโท เงินส่วนนี้ก็จะใช้วิธีหักจากเงินเดือนเข้าฝากประจำเหมือนกัน
เงินก้อนที่ 3 คือเงินที่ลงทุนในกองทุนประหยัดภาษี ซึ่งปัจจุบันดามพ์ลงทุนเฉพาะในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ซึ่งก็ใช้สิทธิเต็มวงเงินมาโดยตลอด และเงินก้อนสุดท้าย คือ เงินที่เก็บทุกเดือนๆ ละ 5% ของเงินเดือน เพื่อให้รางวัลกับตัวเองและครอบครัวด้วยการไปเดินทางท่องเที่ยว
"ยิ่งเศรษฐกิจแย่แบบนี้ เราไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็ต้องวางแผนการเงินดีๆ อย่างตอนนี้กำลังดูอยู่ว่าจะทำประกัน แต่ทำตามแบบที่ถูกหลักของศานาอิสลาม เพราะผมนับถือศาสนาอิสลาม โดยหลักๆ เรื่องการเงินของผม จะเริ่มจากออมก่อน แล้วมาดูว่าจะลงทุนอะไร ผมเองเป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง จะทำอะไรหวือหวาไม่ได้ ถ้าที่บ้านมีกิจการใหญ่โต คงไม่ออมหรือวางแผนเยอะขนาดนี้"
หากแยกประเภทของสินทรัพย์ที่ลงทุน ดามพ์บอกว่า ตอนนี้ก็เน้นไปที่การลงทุนในหุ้นเป็นหลัก ซึ่งการลงทุนในตลาดหุ้นของเขานั้น ก็ต้องคอยดูจังหวะ แต่ด้วยความที่เน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี ทั้งกลุ่มแบงก์และพลังงาน และลงทุนระยะยาว จึงลงทุนแบบสบายใจในระดับหนึ่ง
"ผมลงทุนเองตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก็เป็นคนที่ชอบลงทุนในหุ้น แต่ก่อนอาจจะหวือหวาได้ตามวัย แต่ถึงตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว จึงเน้นซื้อหุ้นอะไรที่ถึงเวลาแล้วได้เงินปันผลดีกว่า ซื้อหุ้นนิ่งๆ ลงทุนแบบคอนเซอร์เวย์ทีฟมากขึ้น ซึ่งโดยปกติผมจะเป็นคนที่รีวิวแผนการเงิน ว่าการออมแต่ละอย่างของเราเป็นยังไงบ้าง จะเพิ่มหรือลดตรงไหน หรือว่าแผนการลงทุนก็ดู ว่าช่วงไหนหุ้นตกน่าลงทุนก็อาจจะเพิ่มน้ำหนักเข้าไป"
ดามพ์ย้ำว่าตราบใดที่เราคิดว่าเงินเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับครอบครัว การวางแผนการเงินก็เป็นสิ่งจำเป็น ดามพ์เล่าว่าโชคดีที่เขากับภรรยามีแนวทางเรื่องการใช้เงินไปทางเดียวกัน เป็นพวกคิดลึกก่อนใช้จ่าย และไม่ค่อยฟุ่มเฟือย แต่ใช้เงินเป็นมากกว่า
"พ่อแม่ผมปลูกฝังตั้งแต่เด็กให้เก็บเงิน ประหยัด แต่ไม่ตระหนี่ หรือประหยัดจนเกินเหตุ ไม่งก ใช้เงินให้เป็น ใช้ชีวิตให้เป็น ไม่ใช่หวังว่าตอนแก่มีเงินเก็บเยอะ ตอนนี้เลยไม่ใช้อะไรเลย ภรรยาผมไม่ฟุ่มเฟือย แต่เราหาความสุขให้ตัวเองและครอบครัวได้ ชีวิตทุกวันนี้เลยบังคับเก็บไปเงินก่อนเลย เหลือเท่าไหร่ค่อยใช้ หรือซื้ออะไรให้ตัวเองบ้าง ไปเที่ยว ซื้อของขวัญให้ลูก ภรรยาผมวางแผนการเงินเก่ง เขาเอาไปลงทุนโน่นนี่ ผมเลยเหมือนมีกูรูการเงินอยู่ที่บ้าน เราทำงานแบงก์มาด้วยกัน แต่เขาศึกษาด้านนี้ลึกกว่า"
ถึงแม้จะอยู่ในวงการแบงก์มา 11 ปี รู้เรื่องระบบแบงก์ หนี้เสีย รู้ว่าใช้บัตรเครดิตต้องระวัง แต่ดามพ์เล่าว่า ก็มีเรื่องผิดพลาดทางการเงินเกิดขึ้นบ้าง ตอนปี 40 เขาฝากเงินในบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่งที่ติดในกลุ่ม 56 ไฟแนนซ์ที่ปิดตัวลง ตอนนั้นยังโชคดีที่ได้เงินต้นคืน แต่ช้าหน่อย
"ตอนนั้นเราควบคุมอะไรไม่ได้ น่าตีหัวตัวเอง อยู่ในวงการแบงก์ไม่น่าจะโดน แต่ใครจะไปคิดว่าจะมีไฟแนนซ์ถูกปิด ปกติก็ระมัดระวังความเสี่ยงอยู่แล้ว ไม่น่าโดน แต่ก็พลาดได้ "
ดามพ์เล่าถึงเป้าหมายชีวิตหลังจากนี้ ว่าเขาแค่อยากมีเงินก้อนย่อมๆ ที่เมื่อรีไทร์แล้วไม่ลำบาก ไม่คาดหวังให้ลูกมาเลี้ยง ต้องมีเงินเหลือเพียงพอเท่าที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน สมมติเกษียณ 60 จะต้องมีเงินใช้ไปตลอดระยะเวลาอีก 20 ปี หรือจนถึงอายุ 80 โดยรวมๆ คือ จะต้องเกษียณอย่างมีความสุข ลูกต้องมีเงินเรียนจบอย่างน้อยปริญญาโท
"ผมไม่ให้ลูกๆ เรียนโรงเรียนอินเตอร์ เพราะค่าใช้จ่ายต่อปีมหาศาลมาก เกินกำลัง เราไม่รู้อนาคตจะเป็นยังไง ยิ่งเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ด้วย สมมติเราตกงาน ต้องย้ายเขาออกมาเรียนโรงเรียนธรรมดา เขาต้องปรับตัว แบบนั้นผมไม่เอา ให้เขาเรียนธรรมดาไปดีกว่า คนเราต้องทำอะไรให้พอดีตัว ทุกวันนี้ผมสอนให้ลูกๆ สะสมดาว เช่น กลับมาทำอะไรที่นอกเหนือจากการบ้านได้ 1 ดาว สะสมครบ 10 ดาว ได้ของเล่น 1 ชิ้น เด็กจะรู้สึกสนุก เวลาเขาอยากได้ของเล่นอะไรสักอย่างหนึ่ง เขาจะคิดว่า แย่จังดาวยังไม่ครบเลย ต้องทำอะไรให้ได้ดาวครบ ถึงจะได้ของชิ้นนี้ เขาจะรู้ไปในตัว คิดเองได้"
ดามพ์ ทิ้งท้ายเอาไว้อย่างน่าฟังว่า ไม่ว่าจะสภาพเศรษฐกิจจะแบบไหนก็ตาม ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ไม่ใช้จ่ายหรือใช้ชีวิตเกินตัว น่าจะเป็นชีวิตที่มีความสุขได้
Tags : ดามพ์ นานา • วางแผนการเงิน

ความคิดเห็นที่ 1
APK , 3 กันยายน 2552 15:02
วางแผนการเงินได้ เจ๋งเป้งมากครับ นับถือ