กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน : การเงินส่วนบุคคล

วันที่ 16 สิงหาคม 2552 05:00

ความร่ำรวย คือ เป้าหมายในชีวิตของ..ลีเดีย

ลีเดีย

ลีเดีย "ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา"

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

"ความร่ำรวย" คือ เป้าหมายในชีวิตของสาวน้อยเสียงดีคนนี้ ลีเดีย "ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา"

เธอบอกว่า ตอนนี้ถือว่าชีวิตยังไม่ได้ร่ำรวยอะไร นั่นทำให้เธอมุ่งมั่นที่จะทำงาน หารายได้ สะสมเงินออม และนำไปลงทุน เพื่อเดินสู่เป้าหมายในชีวิตที่คาดหวังว่าจะมีฐานะทางการเงินที่ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน

"สำหรับเดีย เงินมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตมาก อยากเป็นคนที่มีฐานะดี ตอนนี้ยังไม่รวย ยังฟุ่มเฟือยไม่ได้ จึงอยากจะทำงานหารายได้ และลงทุนเพื่อสร้างฐานะทางการเงินของครอบครัวให้มั่นคงมากกว่านี้"

ซึ่งทุกวันนี้เมื่อมีรายได้จากการร้องเพลงหรือจากการโชว์ตัว ลีเดียจะนำเงินของเธอออมและกระจายลงทุนในหลากหลายช่องทาง เธอบอกว่ามีทั้งนำไปซื้อกองทุนรวม ลงทุนในตลาดหุ้นด้วยตัวเอง สะสมทองคำ และถือเงินสดไว้บ้าง

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น ลีเดียบอกว่ามีทั้งส่วนที่เธอลงทุนในหุ้นระยะยาวและระยะสั้น  และมีทั้งหุ้นพื้นฐานและหุ้นเก็งกำไร แต่โดยมากจะเลือกหุ้นที่มีอนาคต มีเงินปันผล หุ้นพวกนี้เมื่อซื้อไว้แล้วเธอมักจะถือไว้ยาวเลย 

"หุ้นเก็งกำไรก็มีบ้าง แต่ลงทุนไม่เยอะเท่าไร  เดียคิดว่าตอนนี้ดอกเบี้ยเงินฝากค่อนข้างถูกมาก ขืนปล่อยให้เงินจมอยู่ในแบงก์อย่างเดียว  เงินก็จะไม่งอกเงย ก็เลยเอามาลงทุนในหุ้น จริงอยู่ว่าการลงทุนในตลาดหุ้นความเสี่ยงค่อนข้างสูง แต่เดียก็ถือว่ายังอยู่ในระดับที่รับได้" 

เด็กวัยรุ่นหลายคนที่ยังไม่พ้นชายคามหาวิทยาลัยอาจจะใช้เวลาเล่าเรียนหรือเที่ยวเล่น  แต่ลีเดียเล่าให้ฟังว่า เธอลงทุนในตลาดหุ้นครั้งแรกตั้งแต่อายุ 20 ปี ซึ่งที่ผ่านมาก็ถือว่ายังมีประสบการณ์การลงทุนที่ค่อนข้างดี และมีกำไร

"ปกติเวลาเดียจะลงทุนในหุ้นแต่ละตัว ก็จะดูว่าหุ้นตัวนั้นมีอนาคตมั้ย ดูประวัติที่ผ่านมาว่าผลประกอบการเป็นยังไงบ้าง ดูผลตอบแทนและเงินปันผลที่ผ่านมา ที่จริงป๊ากับแม่ไม่อยากให้เล่นหุ้น เขาบอกว่าหุ้นเสี่ยงเกินไปสำหรับเดีย   แต่เดียคิดว่า อยากให้เงินมันต่อเงิน ไม่อยากให้แช่อยู่ในแบงก์ทั้งที่ดอกผลมันไม่ดี แม่สอนว่า เงินเสกออกมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้เงินที่มีอยู่มันงอกเงย เดียก็เลยหาช่องทางลงทุน แต่เพื่อความปลอดภัยก็เน้นกระจายไปหลายๆส่วน อีกอย่างที่หาทางลงทุน เผื่อว่าเวลามีกำไรก็จะเอาอันนั้นมาซื้อของที่อยากได้อย่างมีอิสระ ไม่ต้องไปขอเงินแม่อีก นั่นเป็นเหตุผลให้เอาเงินไปลงทุน "

สำหรับการลงทุนในกองทุนรวม ส่วนใหญ่ลิเดียจะลงทุนในกองทุนที่ลงทุนตราสารต่างๆ ในไทย ไม่ได้ขยับขยายไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งการลงทุนในกองทุนรวมนั้น แม่ของเธอนั่นเองที่เป็นคนแนะนำให้ลงทุน 

"ที่ผ่านมา เสียภาษีเยอะมาก ก็เลยคิดว่าควรจะต้องหาช่องทางลงทุนที่ช่วยประหยัดภาษีบ้าง ก็เลยลงทุนในกองทุนที่นำมาลดหย่อนภาษีได้"

นอกจากนี้ ลีเดียยังเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบสะสมทองคำแท่ง เธอบอกว่าเริ่มซื้อทองคำมาได้สักพักหนึ่งแล้ว อาจจะซื้อตอนราคาแพงไปบ้าง แต่เธอเชื่อว่าแนวโน้มราคาทองคำก็ยังไปได้เรื่อยๆ ส่วนถ้าเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก็มีในรูปของการซื้อบ้าน ที่ถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งเหมือนกัน

"อาชีพศิลปินไม่ค่อยยั่งยืน เราก็ต้องเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนด้วยการมองหาอาชีพอื่น เดียเองก็คิดถึงเรื่องนี้ไว้ อนาคตอยากทำธุรกิจส่วนตัว กำลังดูอยู่ว่าจะทำอะไรดี ซึ่งถ้ายึดตามความชอบของตัวเอง ก็ต้องบอกว่าอยากทำร้านอาหาร เพราะเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถเรื่องการทำอาหารอยู่บ้าง แต่ก่อนจะทำก็ต้องศึกษาให้รอบด้านซะก่อน เตรียมให้พร้อม และเรียนรู้ทุกสิ่งอย่าง"

ลีเดียพูดถึงจุดอ่อนทางการเงินของเธอว่า  ปกติเป็นคนใช้เงินเก่ง ฟุ่มเฟือยพอตัว แต่ทั้งหมดนี้ก็รู้ตัวมาตลอด จึงหาทางกำจัดจุดอ่อนด้วยการออมเงินเอาไว้ในช่องทางที่เบิกถอนออกมาใช้ยาก จะได้ไม่เบิกเลย 

"ปกติเดียก็จะซื้อพวกเสื้อผ้าและของที่ใช้ในงานแสดง แต่ตอนนี้ก็ลดลงไปได้บ้าง ที่จริงไม่จำเป็นต้องแบรนด์เนมก็ใช้ได้ แต่เมื่อรู้จักตัวเองดีว่า ถ้าเอาเงินไว้ในที่ถอนง่าย ก็จะเอาเอทีเอ็มไปกดมาใช้ เดียก็เลยเอาไปลงทุนหรือฝากที่ถอนลำบาก ก็ดี เก็บไปไม่ใช้เลย ทุกวันนี้อยากบอกเด็กวัยรุ่นทุกคนว่า เงินไม่ได้หามาง่ายๆ เพราะฉะนั้นเราต้องมีวิธีใช้เงินอย่างชาญฉลาด เช่นอย่าให้เงินออมอยู่ในแบงก์มากเกินไป แต่ควรจะเอาบางส่วนไปต่อยอดเงินลงทุน เพื่อให้เงินที่มีอยู่มีมากขึ้นกว่าเดิม"

ลีเดียเล่าว่า ความจริงเธอก็ถูกปลูกฝังเรื่องการออมเหมือนเด็กทั่วไป ตอนเด็กๆ แม่ของเธอจะหากระปุกมาให้หยอดสตางค์ แถมยังสอนให้เธอรู้จักคำว่า "ขี้เหนียว" ซึ่งเธอบอกว่าได้นิสัยตรงนี้จากแม่มาเต็มๆ 

"ที่จริงบ้านเราก็ไม่ได้ขัดสน แต่เวลาจะออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน เช่น จะไปดูหนัง แม่จะไม่ได้ให้เงินใช้เยอะ แต่ให้เหมือนเด็กทั่วไป เช่นเวลาออกไปดูหนังก็ให้แค่ 200 บาท ยิ่งเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ เรื่องใช้จ่ายยิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้นกว่าก่อน เพราะรายได้ลดลง คนที่จัดงานหรือจัดอีเวนท์ เขาอาจจะไม่มีเงินจ้างเรามากเหมือนก่อน เพราะฉะนั้นเราเองก็ต้องใช้เงินอย่างระมัดระวังให้มากที่สุด แต่เดียก็ถือว่าไม่ต้องปรับตัวอะไรมากนัก ปกติก็จะมีลิมิตในการใช้เงินและใช้บัตรเครดิตอยู่แล้ว ไม่ใช่ใช้ไปเรื่อย  คนเราทำอะไรควรจะมีลิมิต และรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร "

เธอบอกว่า ตอนนี้พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงและการลงทุน  เพื่อจะได้ก้าวไปสู่จุดแห่ง "ความสำเร็จ" เหมือนกับความหมายของชื่อ "ลีเดีย"

Tags : ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17

เป้าหมายในชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
แต่อย่าทำให้ใครคนอื่นเดือดร้อนก็พอ

ความคิดเห็นที่ 16

หนู๋ลิ...เขาลืมบอกไปนิว่าลงทุนด้านที่นาด้วยนิ..กำไรมหาศาล..คริคริ

ความคิดเห็นที่ 15

วันวันเอาแต่พาดหัวข่าวให้หวือหวา รังแกแม้กระทั้งเด็ก นี้หละสื่อไทย มิน่าธุรกิจสื่อเราถึงเจริญรุดหน้าอารยประเทศ

ความคิดเห็นที่ 14

คนที่ไปด่าคนอื่นเค้า ถ้ามันไม่เป็นความจริง ระวังคนใกล้ตัวคุณจะโดนกรรมเล่นงานนะครับ
ศีลข้อ 2 ไม่ใช่แค่การพูดปดอย่างเดียวนะครับ

ความคิดเห็นที่ 13

มิน่าถึงต้องไปหาป๋าถึงดูไบ

ความคิดเห็นที่ 12

ความผิดพลาดของคนพาดหัวข่าว

อยากเก่งภาษา เชิญที่
http://piggy-learnenglish.blogspot.com

ความคิดเห็นที่ 11

คนเขียนและตั้งหัวข้อบทความนี้มีเจตนาแอบแฝง ทราบอยู่แล้วว่าถ้าเขียนถึงลีเดียต้องมีคนด่า ถ้าเขียนถึงคนอื่นคนจะไม่ค่อยสนใจ และยังเขียนหัวข้อให้สะกิดใจเพิ่มไปอีก โดยเนื้อหาไม่ค่อยตรงหัวข้อ คนเขียนบทความจึงมีบาปผิดศีลห้าหนักทวีคูณเท่ากับจำนวนคนที่เขียนด่า ส่วนคนเขียนด่าก็ผิดศีลห้าในส่วนของตนที่เขียนด่า อย่าคิดว่าทำทุกอย่างเอาแต่สะใจ ทุกอย่างมีผลกรรมตามมาที่แต่ละคนต้องรับในภายหลังนะครับ คนเขียนบทความลักษณะนี้อาจจะตกงานในไม่ช้านี้ถ้ายังไม่สำนึกบาปของตน

ความคิดเห็นที่ 10

พาดหัวไม่ตรงกับเนื้อข่าวเท่าไหร่เลยนะคะ

ในเนื้อหาเค้าก็เล่าเรื่องมีวิธีเก็บออม ลงทุนอย่างไร
อย่ามองแต่ด้านแย่ๆของเค้าเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9

อยากรวยสุดๆไปเลย โลภให้สุดไปเลยชีวิตจะได้มีความสุข โอ้ย โอ้ย น่าสงสารจริงงง

ความคิดเห็นที่ 8

พาดหัวตามสันดาน เนชั่วจริงๆ เนื้อข่าวพูดถึงการลงทุน การอดออม ไม่ฟุ้งเฟ้อ แต่พาดหัวเสี้ยมให้คนในข่าวเสียหาย แถมไม่ยอมเอาคำถามที่สื่อถามมาลง สื่อเลวๆแบบนี้ไม่แปลกใจทำไมเจ๊งทุกปี พนง ก็โง่ โดนหักเงนโดนปลด แต่ ผู้บริหารอยู่บ้านเหมือนวัง เลี้ยงเด็กเป็นขโยง พวกด่าๆคงไม่ได้อ่านเนื้อข่าว

ความคิดเห็นที่ 7

how she was.only looking for money.

ความคิดเห็นที่ 6

ค่านิยมแบบนี้ มันน่าอวดด้วยเหรอ

ความคิดเห็นที่ 5

ที่บอกว่าจ่ายภาษีเยอะมากคือจ่ายกี่บาทต่อปีผมทำงานจ่ายภาษีปีละมากกว่าสองล้านบาทครับมีเงินเท่าไหร่จึงถือรวยคนเรามีกินมีใช้ไม่ขัดสนก็พอแล้วแบ่งให้คนอื่นเขาบ้างตอนตายไม่สามารถหยิบฉวยได้แม้นแต่บาทเดียว

ความคิดเห็นที่ 4

แค่นี้ยังไม่พอเพียงอีกเหรอ ครอบครัวก็รวยจะตาย ตัวเองก็รายได้ไม่ใช่น้อย หัดพอเพียงชีวิตจะได้ไม่วุ่นวาย

ความคิดเห็นที่ 3

ดูครอบครัวป๋าเป็นตัวอย่าง ยิ่งมีเงิน ยิ่งรวยก็ยิ่งโกง ยิ่งมีอำนาจ ยิ่งรวย ก็ยิ่งฉก ฉกมากจนอยากเป็นประธานาธิบดีมีอำนาจสูงสุดเหนืออำนาจสูงสุดในเมืองไทย มีอำนาจยิ่งรวย ยิ่งมีเงินก็ยิ่งโกง จนกลายเป็นทรราชย์เช่าเครื่องบินเจ๊ทบินเร่ร่อนไปเรื่อยๆ ประเทศใดเขาจะให้แผ่นดินอยู่ถาวรเขาก็อึดอัด

ความคิดเห็นที่ 2

อิๆๆ มิน่าล่ะ

ความคิดเห็นที่ 1

ปรัชญา และเป้าหมายในชีวิตที่ยึดถือแต่ความร่ำรวยเงินทองในชีวิตของเด็กพันธุ์ นี้นี่เองบ่งบอกตัวตนของเขาเป็นอย่างดีว่า เป็นเหมือนใคร สามคนเรียกพ่อ แต่นู๋เรียกป๋าคะ ป๋าขา หาเงินได้เท่านั้น ไม่สนใจว่าใครจะดีไม่ดีไม่สน ถ้าดีกับฉัน ให้เงินฉันได้ ทำให้ฉันรวยได้ คงเรียกว่าป๋าได้หมด และเป็นคนดีในสายเธอ แม้ว่าคนนั้นจะเลวโกงชาติกินเมืองเอาเปรียบคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ก็ไม่เป็นไรใช่ไหมจ้ะ เลียดิ ของป๋า

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement