บลจ.อยุธยาเผยสถาบันต่างชาติไว้วางใจให้บริหารเงินลงทุน เชื่อดันสินทรัพย์สุทธิกองทุนส่วนบุคคลขยับขึ้นแตะ 3 หมื่นล้านบาท
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อยุธยา จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์สุทธิในส่วนของกองทุนส่วนบุคคล (สิ้นก.พ.2552) อยู่ประมาณ 4,500 ล้านบาท แต่ในเร็วๆ นี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 566.67% คิดเป็นอัตราการเติบโตหลายร้อยเท่า โดยจำนวนเงินลงทุนที่จะเพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจากนักลงทุนสถาบันรายใหญ่จากต่างประเทศที่มีชื่อเสียงพอสมควร ให้ความไว้วางใจให้บริษัทบริหารเงินลงทุนให้ ซึ่งสถาบันต่างชาติรายนี้ยังไม่เคยให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) รายใดในประเทศไทยบริหารเงินให้มาก่อน
โดยเงินลงทุนดังกล่าวจะนำมาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นหลัก ซึ่งสถาบันต่างชาติแห่งนี้ มีการลงทุนในประเทศไทยอยู่บ้างแล้ว เพียงแต่เป็นการลงทุนผ่านกองทุนที่ลงทุนในภูมิภาคเท่านั้น ครั้งนี้จะเป็นการจ้าง บลจ.ในประเทศให้บริหารเงินลงทุนให้เป็นครั้งแรก
“อย่างไรก็ตามการเข้ามาลงทุนครั้งนี้ เขาไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมถึงสนใจลงทุนในตลาดหุ้นไทย หากบริษัทได้บริหารเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว จะทำให้ บลจ.อยุธยามีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลขึ้นเป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรมทันที”
จากข้อมูลของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ในเดือนก.พ.2552 พบว่ามีสินทรัพย์สุทธิรวมกันทั้งสิ้น 146,848.41 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2551 ที่ 168,276.96 ล้านบาท หรือลดลง 12.73% ซึ่งแหล่งข่าวจาก บลจ.กองทุนรายหนึ่งกล่าวว่า ที่กองทุนส่วนบุคคลไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวหวือหวามากนักส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีการลงทุนใหม่เข้ามา และมีการถอนการลงทุนออกไปบ้างบางส่วน เห็นได้จากจำนวนกองทุนทั้งระบบลดลงจาก 1,154 กองทุน ณ สิ้นเดือนธ.ค.2551 มาอยู่ที่ 1,136 กองทุนในเดือนก.พ.2552 ประกอบกับภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นเองยังผันผวนต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมทั้งระบบลดลงเป็นส่วนใหญ่
โดยบริษัทที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1) บลจ.กสิกรไทย มีสินทรัพย์สุทธิ ทั้งสิ้น 34,453.14 ล้านบาท 2) บลจ.วรรณ มีสินทรัพย์สุทธิ 22,202.02 ล้านบาท 3) บลจ.ทิสโก้ มีสินทรัพย์สุทธิ 20,587.54 ล้าน 4) บลจ.เอ็มเอฟซี มีสินทรัพย์สุทธิ 20,077.37 5) บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) มีสินทรัพย์สุทธิ 14,629.55 ล้านบาท 6) บล.บัวหลวง มีสินทรัพย์สุทธิ 5,479.53 ล้านบาท 7) บลจ.ไทยพาณิชย์ มีสินทรัพย์สุทธิ 4,764.67 ล้านบาท 8) บลจ.อยุธยา มีสินทรัพย์สุทธิ 4,499.06 ล้านบาท 9) บลจ.อเบอร์ดีน มีสินทรัพย์สุทธิ 3,162.30 ล้านบาท และ 10) บลจ.กรุงไทย มีสินทรัพย์สุทธิ 2,908.67 ล้านบาท

ความคิดเห็นที่ 1
= = , 19 เมษายน 2552 10:20
เร่งมากเกินไปก็ไม่ทำให้ได้กำไรนักนะครับทำให้สมดุลจะดีที่สุดจ่ายเงินเพิ่มสักนิดหน่อยจ้างงานทีมสำรวจตาม 4หัวเมืองก่อนว่าอะไรเป็นอะไรและทำไงมีอยู่เท่าไรจะคุ้มกว่ากันเยอะเพราะตอนนี้ นายกอภิสิทธิ์ยังไม่ได้ออกมาบอกโครงการระบบข้อมูลประเทศเลยว่าจะทำหรือเปล่าเพราะถ้าหากทำไม่ว่าใครต่อใครที่เคยทำไม่ดีต่อกันก็ไม่จำเป็นต้องนอนระแวงหรอกครับ เหมือนเล่นเกมส์ เดอะซิมซิตี้เมืองไทยอยู่เลย เหตุการ์ณมาสั่งการไปได้ทันทีไม่ถึงนาทีต่อให้ติดจรวดก็เหอะมันจะหายไปไหนได้พวกก่อการร้ายเนี่ยมีแต่ดีกะดี ผังเมืองที่แสดงทางด้านอสังหาริมทรัพย์ก็ช่วยให้อสังหาริมทรัพย์ทำแก้ไขปรับปรุงได้อย่างมีคุณภาพ ลงทุนน้อยแต่ได้ผลตอบแทนที่จริงและตรงตามความต้องการของทุกฝ่ายใช่ไหมล่ะครับ /// เป็นห่วงภาคการศึกษาอย่างเดียวอ่ะสิครับที่ไมยอมรับฟังความคิดเห็นคนอื่นบ้างเลย หากมีมหาลัยแบบเกาหลีเหนือที่สอนนักศึกษาตัวเองทำดาวเทียมเองได้ ไม่ยิ่งเป็นการดีกะเมืองไทยเพิ่มขึ้นด้วยหรอครับเพราะทุกประเทศอาเชียนก็จะหันมาศึกษาในไทยกันเยอะมาก เป็นทั้งตลาดซื้อขาย ผลิต ศึกษา ท่องเที่ยว มีธงประเทศไทยครบ3สี แล้วไทยจะขาดอะไรอีกอ่ะครับชวยกันคิดช่วยกันทำสิ่งดีๆเพือ ในหลวงและสิ่งแวดล้อมของเรากันเหอะ