เปิดพอร์ตลงทุน 'เศรษฐา ทวีสิน' ชีวิตนี้อุทิศให้อสังหาริมทรัพย์ เมินเล่นหุ้นทุกประเภทเว้นหุ้น SIRI พอร์ตหลักเน้นลงทุนอสังหาฯ
กราฟหุ้น SIRI สร้างฐานราคาออกด้านข้าง (ไซด์เวย์) นานร่วม 2 ปี สะสมพลังรอการทะยานครั้งใหญ่ บรรดาเซียนหุ้นน้อยใหญ่ต่างเฝ้ารอ "สตอรี่" จากบริษัทเพื่อมา "จุดพลุ" ราคาหุ้น ช่วงเวลานี้เองที่ เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ ซุ่มสะสมแบ็คล็อกรอจุดบรรจบที่เหมาะสมเพื่อเปิดเกมในช่วงที่เจ้าตลาดเพลี่ยงพล้ำจากน้ำท่วม แหวกตัวเองขึ้นมาเป็น "เบอร์หนึ่ง" ในสนามรบที่โชกไปด้วยปัจจัยลบ
เศรษฐาเลือกจังหวะได้แม่นยำส่งให้หุ้น SIRI ดีดตัวขึ้นอย่างแรงจาก 1.02 บาท ทะยานขึ้นไป 1.85 บาทในเวลาอันรวดเร็ว แต่ทว่าประเด็นที่กลับอ่อนไหวสำหรับหุ้นตัวนี้ก็ยังคงเป็นประเด็นที่ผู้บริหารขายหุ้นตัวเองออกมาค่อนข้างมาก อาจเป็นเหตุผลที่กดหุ้นแสนสิริให้ทะยานไปข้างหน้าไกลๆ ได้ลำบาก
จากการรวบรวมข้อมูลของกรุงเทพธุรกิจ BizWeek พบว่าตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 ถึง 19 มกราคม 2555 ผู้บริหารแสนสิริรวม 17 คน ขายหุ้นออกมาคิดเป็นเงินรวมกัน 364.25 ล้านบาท ขายวอร์แรนท์ออกมาเป็นเงิน 11.09 ล้านบาท รวม 2 รายการ (หุ้น+วอร์แรนท์) เป็นเงินทั้งสิ้น 375 ล้านบาท
ในช่วงเวลาเดียวกันมีการซื้อหุ้น 144.43 ล้านบาท ซื้อวอร์แรนท์ 5.59 ล้านบาท รวม 150 ล้านบาท เท่ากับว่ามีการเอาเงินออกไปแล้วสุทธิ 225 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีหุ้นอีกบางส่วนที่ถูก "โอนออก" จากพอร์ตผู้บริหารยังไม่ถูกนับรวม และตั้งแต่ช่วงที่หุ้นขึ้นในเดือนมกราคม 2555 ผู้บริหารมีการขายหุ้นออกเพียง "ขาเดียว"
"เราไม่ได้เจอกันมานานมาก จนผมจำไม่ได้ว่านานแค่ไหน นี่ถือเป็นการเจอกันครั้งแรกระหว่างคุณ (นักข่าว) กับผม วันนี้ performance ของเราเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในแง่ของคุณภาพ จากนี้ไปเราจะเจอกันปีละหน ผมพร้อมและยินดีตอบทุกคำถาม" ประโยคเด็ดของชายร่างโย่งในงานวันแถลงข่าว
เศรษฐาเริ่มเก็บตัวทำงานอย่างเงียบๆ ตั้งแต่ แสนสิริยกเลิกแผนเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด จำนวน 1,380 ล้านหุ้น ซึ่งได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2552 และวันที่ 30 เม.ย. 2553
"ผมไม่ชอบเล่นหุ้น..พูดพลางส่ายหัว มันไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไร สู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์แล้วปล่อยให้เช่าไม่ได้ พวกนี้ผลตอบแทน 5% สูงกว่าฝากแบงก์อีก อย่าถามเลยว่าตอนนี้มีอสังหาริมทรัพย์มูลค่าเท่าไรแล้ว เอาเป็นว่าพอมีก็แล้วกัน" นายใหญ่แสนสิริ บอกประโยคสั้นๆ นี้ กับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek
เขาบอกว่า วันนี้มีเพียงหุ้นแสนสิริ ไม่เคยสนใจซื้อหุ้นตัวอื่น แม้บางตัวจะมีพื้นฐานดีมากจนน่าดึงดูดใจก็ตาม ส่วนตัวตั้งใจจะถือหุ้น SIRI ประมาณ 24% ตอนนี้ครอบครองแล้ว 20-21% ซื้อเพิ่มเติมล็อตใหญ่ครั้งล่าสุดเมื่อเดือน พ.ย. 2554 จำนวน 85 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1.18 บาท
"ถามว่าผมจะซื้อหุ้น SIRI อีกช่วงไหน ตอบไม่ได้จริงๆ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับโอกาสและราคาที่เหมาะสม บอกได้เพียงว่าวันนี้ราคาหุ้น SIRI ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายเห็นได้จากราคาเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ออกมาประเมิน ส่วนตัวยังเชื่อว่าราคาหุ้นยังมีโอกาสไปต่อ แต่จะไปไกลแค่ไหน เป้าหมายเท่าไร ประเด็นนี้คงต้องดูกันยาวๆ"
เศรษฐา กล่าวว่า ตนเองนั่งบริหารแสนสิริมานาน ทำมาตั้งแต่บริษัทดีที่สุดจนถึงแย่ที่สุด เชื่อหรือไม่! ใครจะมาขอซื้อหุ้น SIRI ตอนนี้ถึงมีหุ้นก็ไม่ขายให้ (หัวเราะ) ถ้าคุณอยากได้จริงๆ ไปหาซื้อในกระดานเอาเอง ตอนบริษัทแย่ๆ ทำไม! คุณไม่มาคุยกัน (พูดเหมือนเจ็บใจ) พอธุรกิจมันดีขึ้นก็จะมาขอซื้อ บอกตรงๆ วันนี้บริษัทไม่มีนโยบายขายหุ้นเพิ่มทุน หรือนำหุ้นเดิมออกมาขาย แม้ตอนนี้สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติจะยังมีช่องว่างเหลือให้เข้ามาถือหุ้นได้อีก เรายังไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนใหม่เพราะบริษัทจะแข็งแกร่งด้วยตัวเอง
เจ้าตัว บอกว่า ราคาหุ้น SIRI ที่เด้งเป็นพิเศษในช่วงที่ผ่านมา ถามว่าส่วนตัวรู้สึกอย่างไร..? ก็ดีใจนะ แต่ถ้าถามว่าเพราะอะไรประเมินว่าในช่วง 2-3 ปีก่อน บริษัทให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% บางคนบอกปีนี้ เราจะให้ผลตอบแทน 7-8% ซึ่งตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ แต่การที่เราทำได้ตามเป้าหมายย่อมส่งผลให้ Yield ดีขึ้น
“ที่ผ่านมาผมเดินสายโรดโชว์ตลอด เมื่อไตรมาส 3/2554 ก็เพิ่งไปยุโรปกับ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) แล้วต้นเดือน ก.พ.นี้ จะไปสิงคโปร์ กับฮ่องกงอีก”
ผู้บริหารฝีปากกล้า เล่าเป้าหมายธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้าว่า วันนี้แบรนด์ SIRI ถือเป็นอันดับ 1 ในแง่ของคุณภาพ เรียกได้ว่าเป็นที่ไว้วางใจสูงสุดของลูกค้า ฉะนั้น ภายในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า แสนสิริมีโอกาสเลื่อนตัวเองขึ้นแท่นอันดับ 1 ในแง่ของยอดขายและกำไร “ผมฟันธง!”
ในแง่ของการเปิดโครงการ เราจะรุกต่างจังหวัดมากขึ้น แต่จะเปิดเพิ่มขึ้นปีละเท่าไร ขอรอดูผลการเปิดโครงการตามทำเลหัวเมืองใหญ่ในปี 2555 ก่อน โดยเฉพาะที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เชียงใหม่ และพัทยา หากมียอดขายดี ปิดการขายได้รวดเร็ว เราก็จะเปิดเพิ่มเติม
ส่วนโครงการในต่างประเทศ ขอรอดูโครงการที่ประเทศอังกฤษก่อน ตอนนี้อยู่ระหว่างเจรจา 2 แห่ง หากลงตัว เราพร้อมเดินหน้าต่อ คาดว่าโครงการในประเทศอังกฤษจะได้ข้อสรุปภายใน 6 เดือนแรกของปีนี้...ยังตอบรายละเอียดเรื่องนี้ไม่ได้ บอกได้เพียงว่าย่านนั้นเขาตั้งราคาขาย 1,700 ปอนด์ต่อตารางฟุต ไม่แน่นะอาจเห็นแสนสิริรุกธุรกิจในอังกฤษ 3-4 แห่งก็ได้..ใครจะรู้!
"ในด้านผลประกอบการ ผมก็อยากทำให้ขยายตัวมากที่สุด แต่อย่างที่บอกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อิงการเติบโตของเศรษฐกิจ หาก GDP ขยายตัว 6-7% แสนสิริคงเติบโตปีละ 10-15% แต่ถ้า GDP ขยายตัว 2-3% คงเติบโตเพียง 5-10% ตัวเลขนี้ถือว่าเหนื่อยมาก"
ถามถึงแผนธุรกิจในปี 2555 เอ็มดีใหญ่เรียกเรทติ้ง ว่า ปีมังกรถือเป็น “ปีทอง” ของ “แสนสิริ” ไล่มาจากไตรมาสแรก อาจมียอดขายสูงถึง 10,000 ล้านบาท เพราะบริษัทเตรียมจัดงาน Sansiri Life comes home ในวันที่ 17-19 ก.พ. 2555 ที่ศูนย์การค้าสยาม พารากอน คาดว่าจะได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า ขณะเดียวกันยังเตรียมเปิดตัว Sansiri Lounge ภายใต้พื้นที่กว่า 250 ตารางเมตร ที่ชั้น 3 สยามพารากอน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแสนสิริได้ง่ายมากขึ้น ถือเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกที่ทำตลาดรูปแบบนี้
ส่วนทั้งปี 2555 ตั้งเป้าจะมีอัตรากำไรสุทธิ 10% กำไรขั้นต้น 30% ยอดขาย 32,000 ล้านบาท และยอดรับรู้รายได้ 28,000 ล้านบาท วันนี้แสนสิริมียอดขายรอรับรู้รายได้อยู่ในมือ 35,000 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้ภายในปีนี้ 15,000 ล้านบาท คิดเป็น 30% ของยอดรอรับรู้รายได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ 44 แห่ง มูลค่า 46,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 19 แห่ง มูลค่า 19,000 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 15 แห่ง มูลค่า 20,000 ล้านบาท และทาวน์เฮ้าส์ 10 แห่ง มูลค่า 7,000 ล้านบาท โครงการของบริษัทจะกระจายอยู่ในทุกระดับราคา ไม่ว่าจะเป็นระดับ High-end Medium-End และ Low-End
เศรษฐา บอกว่า ปีนี้ แสนสิริจะเน้นคอนโดมิเนียมราคาถูกแข่งตรงๆ กับศุภาลัย และแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ เชื่อว่าสินค้าของเราจะโดนใจลูกค้าแน่นอน เพราะคุณภาพดี ครอบคลุมทุกเซ็กเมนท์
“ปีนี้จะใช้เงินลงทุนประมาณ 24,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินซื้อที่ดิน 6,000-8,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินค่าก่อสร้างโครงการ ส่วนตัวเชื่อว่าปี 2555 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเติบโต 7-10% โดยผู้ประกอบการรายใหญ่จะมากินแชร์รายเล็กและรายกลางมากขึ้น”
ผู้บริหารแสนสิริ ทิ้งท้ายให้คิดตามว่า ปีหน้า (2556) เรามีตัวช่วยที่จะทำให้ผลประกอบการเติบโตกว่าปีนี้ เพราะโรงงานผลิตผนังสำเร็จรูป (Precast) พื้นที่ 45 ไร่ มูลค่า 600 ล้านบาท จะสามารถผลิตได้ 200 หลังต่อเดือน หรือ 2,400 หลังต่อปี มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่ผลิตได้ 150 หลังต่อเดือน
“อย่าถามผมเลยว่า ราคาหุ้น SIRI เหมาะสมอยู่ที่ราคาเท่าไร โบรกเกอร์ไหนแม่นสุด เอาเป็นว่าผมมีตัวเลขในใจ เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องยากที่ราคาจะไต่ไปยืนจุดนั้น” เจ้าตัวทิ้งปริศนา..ขณะที่บรรดาลูกน้องเฮียเศรษฐายังคงขายหุ้นเก็บเงินเข้ากระเป๋าอย่างต่อเนื่อง
Tags : เศรษฐา ทวีสิน
