แม้วันนี้ค่าพี/อี เรโชของหุ้น GLOW จะสูงกว่าหุ้นโรงไฟฟ้าด้วยกัน แต่บริษัทแห่งนี้ก็มี Growth Story โดดเด่นที่สุดในกลุ่มโรงไฟฟ้า
"ถึงตอนนี้เรามั่นใจว่าปัญหาที่มาบตาพุดจะไม่ส่งผลกระทบถึงแผนการลงทุนและรายได้ของโกลว์ พลังงาน" ณัฐพรรษ ตันบุญเอก ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.โกลว์ พลังงาน บอกกับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek
ปัจจุบันโกลว์ พลังงานยังมีโครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 2 โครงการคือ โรงผลิตไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมระยะที่ 5 ขนาด 382 เมกะวัตต์ ทำสัญญาขายไฟฟ้าประมาณ 200 เมกะวัตต์ ให้แก่ บริษัท ดาวเคมีคอล ที่อยู่ในรายชื่อถูกสั่งระงับดำเนินการตอนนี้ศาลอนุญาตให้ก่อสร้างต่อแล้ว อีกโครงการโรงไฟฟ้า IPP ขนาด 660 เมกะวัตต์ ดำเนินงานโดย บริษัท เก็คโค่-วัน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างโกลว์ พลังงาน (ถือหุ้น 65%) และเหมราชพัฒนาที่ดิน (ถือหุ้น 35%) การก่อสร้างโครงการคืบหน้าโดยลำดับ
ส่วนโครงการขยายกำลังการผลิตของโกลว์ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่ถูกสั่งระงับการดำเนินงานและยังคงดำเนินการก่อสร้างได้ตามแผน โครงการบริษัท เก็คโค่-วัน ได้รับการคุ้มครองตามสัญญาขายไฟฟ้า PPA ที่ทำกับ กฟผ. แต่บริษัทต้องจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพสำหรับโครงการทั้งหมดเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550
"เรามั่นใจว่าคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมผ่านตามเกณฑ์แน่นอนเพราะบริษัทใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุดแล้ว แถมในข้อสัญญากับ กฟผ.ยังมีกลไกป้องกันความเสี่ยงรวมอยู่ด้วย"
ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินโกลว์ พลังงาน ชี้ว่า แนวโน้มผลประกอบการปี 2553 ทิศทางยังเป็นบวก ส่วนมาร์จิน คาดว่าจะยังอยู่ในระดับที่ดีเนื่องจากต้นทุนหลักคือ ถ่านหิน และแก๊สธรรมชาติ ราคาไม่น่าจะปรับขึ้นมากเพราะบริษัทได้ล็อกราคาเชื้อเพลิงไว้แล้ว ส่วนค่าเอฟทีในปีนี้คาดว่าจะไม่ปรับลดลง
"เราคาดว่า EBITDA Margin น่าจะเพิ่มขึ้นอีก 2-3% จากปีที่แล้วอยู่ที่ 25% เพราะต้นทุนเท่าเดิมแต่ปีนี้เรามีโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมาร์จินดีเพิ่มเข้ามา"
โรงผลิตไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมขนาด 115 เมกะวัตต์ ที่เข้ามาใหม่คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องในไตรมาสสองซึ่งจะรับรู้รายได้เต็มๆ ในครึ่งปีหลัง มีลูกค้าหลักกลุ่มปิโตรเคมีเครือซิเมนต์ไทย ส่วนลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่ถูกระงับโครงการตอนนี้บางส่วนได้สิทธิกลับมาแล้ว
ณัฐพรรษ เผยว่า เป้ารายได้รวมปี 2553 โกลว์ พลังงานประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดอย่าง "แย่ที่สุด" น่าจะเติบโต 10% แต่ถ้าทุกอย่างคลี่คลายจะเติบโตได้ 10-15% (ปี 2552 มีรายได้รวม 35,524 ล้านบาท) และปีนี้กำไรสุทธิน่าจะทำได้มากกว่า 4,000 ล้านบาท ภายใต้กำลังผลิตเต็ม 100% แต่ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็คงบวกลบ 5% (ปี 2552 มีกำไรสุทธิ 4,187 ล้านบาท)
ผู้บริหารโกลว์ พลังงาน ชี้ว่า จุดพลิกผันของรายได้จะเกิดขึ้นในอนาคต 3 ปีข้างหน้า ปัจจุบันโกลว์มีกำลังผลิตรวม 2,118 เมกะวัตต์ แต่ถ้า 3 โรงไฟฟ้าใหม่สร้างเสร็จในครึ่งหลังของปี 2554 จะมีกำลังผลิตรวม 3,275 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 55% แต่คาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตมากกว่าเพราะโรงไฟฟ้าใหม่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าโรงเก่า และในช่วง 1-2 ปีนี้ กำไรสุทธิจะเติบโตขึ้นทุกปีแน่นอน
ส่วนเงินลงทุนปี 2553 ต้องใช้ประมาณ 9,000 ล้านบาท จะระดมทุนในรูปแบบหุ้นกู้ระยะยาวเพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ย และปีนี้มีแผนจะกู้ธนาคารอีก 4,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนก่อสร้างในปีหน้า เท่ากับว่าเหลือเงินที่ต้องหาอีกเพียง 3,000 ล้านบาท
"ความเสี่ยงทางการเงินเราได้จัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่าก่อสร้างเราก็ล็อกราคาล่วงหน้า แม้จะมีหนี้เพิ่มจากการลงทุนหนักใน 2 ปีนี้ แต่จะไม่มีการเพิ่มทุนและลดการจ่ายปันผลแน่นอน"
ณัฐพรรษ ยังบอกด้วยว่า บริษัทกำลังวางแผนที่จะลงทุนในพลังงานทางเลือก จากเดิมมีโรงงานไฟฟ้าพลังน้ำห้วยเหาะที่ประเทศลาวกำลังผลิต 150 เมกะวัตต์อยู่แล้ว เร็วๆ นี้เพิ่งเซ็นสัญญากับทางการลาวศึกษาแผนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่อีกแห่งที่แม่น้ำเซเปียน-ห้วยซอย ตอนใต้ของลาว คาดว่าจะมีกำลังผลิต 100 เมกะวัตต์ ลูกค้าหลักคือ กฟผ. แต่อาจต้องใช้เวลา 18 เดือน ในการศึกษากว่าจะก่อสร้างจริงคงเป็นปี 2556
นอกจากนี้ยังศึกษาโรงไฟฟ้าพลังงานลมแถวภาคอีสาน ปลายปีนี้น่าจะมีความชัดเจนรวมถึงโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ขนาดไม่เกิน 1-2 เมกะวัตต์ แต่บริษัทยังไม่มีเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้พลังงานทางเลือกในเร็วๆ นี้ แต่เน้นทุกโครงการที่เข้าไปลงทุนต้องทำได้จริงและให้ผลตอบแทนที่ดี
ในแง่การลงทุน เขายอมรับว่าราคาหุ้น GLOW ในวันนี้อาจจะดู "สูง" (พี/อี เรโช 13-14 เท่า) แต่ถ้ามองลึกถึงตัวกำไรในอนาคตก็อาจจะไม่แพงทั้งนี้ต้องขึ้นกับว่านักวิเคราะห์จะประเมินอย่างไร ราคาหุ้น GLOW มีสภาพคล่องการซื้อขายไม่ค่อยสูงปกติอยู่ที่วันละ 1 ล้านเหรียญต่อวัน มีพวกกองทุนระยะยาวมาถือหุ้นไว้เยอะ แต่ก็มีจุดเด่นที่การจ่ายเงินปันผล ปกติจะจ่ายไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ หรือประมาณ 2,500 ล้านบาทต่อปี แต่ในอนาคตเมื่อบริษัทมีการเติบโตอาจจะได้เห็นการจ่ายปันผลที่มากขึ้น ล่าสุดปีนี้ประกาศจ่ายปันผลเพิ่มอีก 5% เพราะอยากให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ
“หุ้นเรานอกจากจ่ายปันผลดีแล้ว ยังมีGrowth Story ด้วย ภายในปี 2555-2557 กำไรสุทธิเราน่าจะแตะระดับ (เหนือ) 5,000 ล้านบาท น่าจะเห็น Dividend Yield โตขึ้นอีก 5%”
Tags : ณัฐพรรษ ตันบุญเอก • บมจ.โกลว์ พลังงาน