ผลงานกระท่อนกระแท่นมาตั้งแต่ปี 2548 เพิ่งฟื้นตัวเมื่อปี 52 'วิศิษฎ์ เลาหพูนรังษี' ตั้งเป้าไว้สูง 'อารียา พรอพเพอร์ตี้' พร้อมแล้วที่จะทะยาน
หลังเข้าตลาดหุ้นเมื่อปี 2547 บมจ.อารียา พรอพเพอร์ตี้ ของ วิศิษฎ์ เลาหพูนรังษี ธุรกิจไปได้ดีเพียง "ปีแรก" (2547) นับจากปี 2548-2551 ผลการดำเนินงานของบริษัท "หล่นฮวบ" ลงอย่างน่าตกใจ ก่อนจะตกต่ำถึงขั้น "ขาดทุน" ในปี 2550 ภาระหนักของอารียา พรอพเพอร์ตี้ ก็คือตัวเลข "หนี้สิน" ที่สูงมาตลอด นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อารียาเคยจ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้นเพียงครั้งเดียวหุ้นละ 0.20 บาท
นอกจากนี้ หุ้นอารียายังเคยมีประวัติถูกสร้างราคาในระหว่างวันที่ 1-20 กันยายน 2547 โดย ก.ล.ต.มีคำสั่งเปรียบเทียบบุคคล 9 ราย ฐานเป็นตัวการและผู้สนับสนุนการสร้างราคาหุ้นเป็นจำนวนเงินรวม 29.35 ล้านบาท มีคำสั่งเปรียบเทียบเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2550 ผู้ที่ถูกปรับมากที่สุดคือ วิวัฒน์ เลาหพูนรังษี พี่ชาย วิศิษฎ์ เลาหพูนรังษี ขณะที่หุ้นอารียาหายไปจากจอเรดาร์ของนักลงทุนนับตั้งแต่บัดนั้น
วิศิษฎ์ เลาหพูนรังษี ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.อารียา พรอพเพอร์ตี้ บอกกับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่า สาเหตุที่บริษัททำตัวเงียบมานานเพราะกำลังอยู่ในช่วงรับรู้รายได้จากการลงทุนโดยเฉพาะแบรนด์ “เอ สเปซ” ที่เริ่มปูพรมตั้งแต่สองปีก่อน ตอนนี้เริ่มรับรู้เป็นรายได้เข้ามาแล้ว
"ปีที่แล้วถือว่าเป็นจุดสตาร์ทของการ Take off (ทะยานขึ้น) ของเรา" วิศิษฎ์ คุย ภายหลังผลการดำเนินงานปี 2552 มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด บริษัทรายได้รวม 3,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 306% และมีกำไรสุทธิ 518 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ที่มีกำไรสุทธิจำนวน 32.58 ล้านบาท
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ อารียาจะเปิดตัวโครงการใหม่ 5 โครงการ และขยายต่อโครงการเดิมอีก 5 โครงการ ทั้งคอนโดมิเนียม และทาวน์เฮ้าส์ ตั้งเป้ายอดขายโครงการเดิม 2,211 ล้านบาท และโครงการใหม่ 2,275 ล้านบาท รวมเป็น 4,486 ล้านบาท
"เป้าหมายของเราในปีนี้ ยอดพรีเซลส์น่าจะเติบโต 10-15% ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตมาอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะดีกว่าปัจจุบันที่ 30% เพราะรับรู้รายได้จากการโอนคอนโดมิเนียมมากขึ้น แม้กำไรจะเพิ่มขึ้นแต่บริษัทของดจ่ายปันผลอีกปี เพราะต้องใช้เงินลงทุนอีกมาก"
วิศิษฎ์ เล่าว่า หลังจากหันมาบุกคอนโดมิเนียมแบรนด์ เอ สเปซ ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างดี บางโครงการมีคนมาต่อคิวจองตั้งแต่ตี 4 สิ่งที่ลูกค้าชอบจ่ายเงิน 2-3 ล้านบาท แต่ได้เฟอร์นิเจอร์ครบแถมอยู่ในทำเลที่ดีติดรถไฟฟ้าทุกโครงการ
เขาบอกว่า หลังจากนี้แบรนด์ เอ สเปซ ยังเป็นหัวหอกหลักของบริษัท สัดส่วนรายได้จากคอนโดมิเนียมคิดเป็น 65% ทาวน์เฮ้าส์ 35% ดูจากแนวโน้มนักศึกษาจบใหม่และคนที่เพิ่งเริ่มทำงานจะย้ายที่อยู่เข้ามาในเมืองมากขึ้น ตลาดคอนโดยังโตแน่นอน โดยปีนี้ บริษัทมีแผนจะออกแบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่อีกแต่ขออุบไว้ก่อน สำหรับทิศทางในอนาคตในเมื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ขึ้นมาแล้วจะไม่ยอมให้ “ตก” ไปจากนี้แน่นอน จากโครงการใหม่ที่เปิดในปีนี้ จะทำให้มี Backlog ในปี 2554 อีกประมาณ 3,000 ล้านบาท น่าจะยังมีการเติบโตอยู่
ตอนนี้อารียาถือเป็นหุ้นขนาดเล็ก มีมาร์เก็ตแคปเพียงแค่ 90 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ธุรกิจนี้ไซส์นับว่ามีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการทำกำไร ถ้าจะให้นักลงทุนต่างชาติหันมามองคงต้องมีมาร์เก็ตแคป 150 ล้านดอลลาร์ (5,000 ล้านบาท) ขึ้นไป นี่จึงเป็นเป้าหมายหลักต่อจากนี้
"ตอนนี้เรามีส่วนผู้ถือหุ้น (ทุน) เกือบๆ 2,000 ล้านบาท ภายใน 4-6 ปี เราอยากเห็นส่วนของทุนเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท ส่วนเป้าระยะยาวเราอยากไปให้ถึง 7,000-8,000 ล้านบาท ภารกิจของเราคือ ต้องเพิ่มส่วนของทุนให้ได้ ปีละ 500 ล้านบาท"
นอกจากนี้ สินค้ายังต้องมีความหลากหลายด้วย วิศิษฎ์ มองว่า ช่วง 5-7 ปีข้างหน้าจะเป็นเวลาที่บริษัทเติบโตมากที่สุด ถึงเวลานั้นต้องมีธุรกิจที่สร้างรายได้มั่นคง เช่น โรงแรม หรือ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อยู่ในพอร์ต อีกอย่างตลาดคอนโดมิเนียมใกล้หมดยุคที่ยอดจองล้นทะลักแล้ว ต่อจากนี้น่าจะขึ้นกับความต้องการจริงในตลาดมากกว่า
ส่วนเงินลงทุนต่อจากนี้ ตามแผนบริษัทจะลงทุนโครงการใหม่ปีละ 4,000-5,000 ล้านบาท มีค่าใช้จ่าย 65% เท่ากับต้องใช้เงินปีละ 2,000-3,000 ล้านบาท แต่เรื่องนี้ไม่มีปัญหาเพราะธนาคารให้การสนับสนุนอย่างดี แต่ก็ยังไม่ตัดแผนการออกหุ้นกู้ซะทีเดียว ส่วนการเพิ่มทุนคงไม่เกิดขึ้นถ้าเป็นไปได้อยากเติบโตจากกำไรมากกว่า
วิศิษฎ์ พยายามชี้ข้อดีอีกว่า ปีที่แล้วหนี้ระยะยาวของบริษัทลดลงถึง 757 ล้านบาท ในอดีตเคยมีหนี้ต่อทุนถึง 2 เท่า ตอนนี้เหลือเพียง 1.3 เท่า ปีนี้ตัวเลขหนี้น่าจะลดลงอีกจากกำไรที่เพิ่มเข้ามา ส่วนตัวมองว่าบริษัทมีความเสี่ยงทางการเงินที่ต่ำมากไม่มีปัญหาแน่
ในแง่ราคาหุ้น ที่ผ่านมาไม่ค่อยออกมาให้ข่าวทำให้สภาพคล่องต่ำ ถ้ามองไปที่สินทรัพย์ และฐานรายได้ใหม่จะเห็นว่าราคาหุ้นในปัจจุบันยังต่ำกว่าความเป็นจริงอยู่มาก นับต่อจากนี้น่าจะได้เห็นสตอรี่ที่น่าตื่นเต้นอีกแน่นอน
"หุ้นอารียา ตอนนี้ยังเทรดอยู่ที่ P/E เรโช 5 เท่ากว่า แต่ถ้าดูแนวโน้มการเติบโตในอนาคตนี่เป็นโอกาสของคนที่มองเห็น" วิศิษฎ์ ออกโรงเชิญชวนนักลงทุนเต็มที่
Tags : วิศิษฎ์ เลาหพูนรังษี • อารียา พรอพเพอร์ตี้
