คนธาตุไฟ 'มนุษย์ทองคำ' แห่งวงการค้าหุ้น 'เก่ง' พื้นฐาน 'เฮง' เกื้อหนุน ความสำเร็จบนศาสตร์ความเชื่อ 'ฮวงจุ้ย' ความงมงายที่งอกเงย
แม้ศาสตร์ฮวงจุ้ยจะดำรงความเร้นลับมานานนับพันปี และไม่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ แต่หลักฮวงจุ้ยก็มีคำอธิบายได้ด้วยเหตุและผล บุคคลสำคัญในบ้านเมืองต่างประยุกต์หลักฮวงจุ้ยให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของตนเอง และเสริมความมั่นใจในด้านการบริหาร
เช่นเดียวกับ ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บล.คันทรี่ กรุ๊ป ที่เชื่อว่าความสำเร็จที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนั้น "เก่ง" อย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีปัจจัยเกื้อหนุนเสริมดวงชะตาชีวิตถึงจะประสบความสำเร็จได้
บิ๊ก บล.คันทรี่ กรุ๊ป เปิดเผยกับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่า มีความเชื่อศาสตร์ฮวงจุ้ยมาตั้งแต่เด็กและยึดถือติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ได้ลงทุนหรือตัดสินใจไปส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีปัญหาอะไรหนักๆ ถ้าทำตามหลักฮวงจุ้ย
เขาเชื่อว่า ฮวงจุ้ยไม่ใช่เรื่องงมงายเป็นสิ่งที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์สูงและนำมาประยุกต์ใช้กับงานด้านบริหารได้จริง ก่อนที่จะลงทุนทำอะไรจะขอคำปรึกษาจาก "ซินแส" ที่รู้จักกันมากว่าสิบปี ซินแสท่านนี้ออกสื่อเป็นประจำและมีความน่าเชื่อถือสูง ขอคำปรึกษาทั้งบ้านพักส่วนตัว โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษของตนเอง รวมถึงสาขาและสำนักงาน บล.บีฟิท (ก่อนจะย้ายมาอยู่ บล.คันทรี่ กรุ๊ป เคยเป็นซีอีโอ บล.บีฟิท มาก่อน)
ประสิทธิ์ อธิบายว่า คำว่า "ฮวง" หมายถึง "ลม" ส่วน "จุ้ย" ก็คือ "น้ำ" สองสิ่งนี้เป็นธรรมชาติและเป็นธาตุที่มีความเย็น เมื่อมาอยู่ในเมืองความหมายคือการจัดวางสิ่งของต่างๆ ให้ลมและน้ำไหลผ่านไปได้อย่างสะดวก ในเชิงธุรกิจหมายถึงการบริหารพื้นที่สำนักงานให้เอื้อต่อสภาพการทำงานให้มากที่สุด เวลาจัดวางสิ่งของต้องให้ดูโปร่งไม่ติดอะไรเยอะแยะให้คนที่นั่งทำงานรู้สึกเย็นสบายที่สุด คิดง่ายๆ ว่าเวลาเราทำงานในที่อับและร้อนหัวสมองก็ไม่แล่น
ยกตัวอย่างที่ทำงานของ บล.บีฟิท ที่อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ถูกออกแบบให้มี "ลม" ไหลผ่านได้สะดวก มีการแยกตำแหน่งที่นั่งของฝ่ายมาร์เก็ตติ้งให้อยู่ในทิศที่สามารถ "กระตุ้นสติ" เพื่อการพูดคุยติดต่อสื่อสารกับลูกค้าให้เกิดการสร้างรายได้ ทิศนี้จะต้องมีความสัมพันธ์กับ "เลข 8" ซึ่งเป็นเลขมงคลของคนจีน มีความหมายถึงการ "เคลื่อนไหวที่ไม่หยุดนิ่ง"
สำหรับที่นั่งของผู้บริหารจะมีความต่างออกไป โดยจะเน้นความ "เงียบสงบ" มากกว่าเพื่อกระตุ้นให้เกิดการ "คิด" ที่มีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องกระตุ้นสติเหมือนกับฝ่ายขาย สังเกตได้ตอนบริหารอยู่ บล.บีฟิท บริษัทมีผลประกอบการดีตลอดและไม่มีหนี้เสียจากบัญชีมาร์จินเหมือนกับที่อื่น ส่วนหนึ่งก็มาจากการวางฮวงจุ้ยที่ดีด้วย
พอย้ายมาอยู่ บล.คันทรี่ กรุ๊ป ก็ขอคำปรึกษาจากซินแสให้ช่วยดูตำแหน่งที่นั่งบนชั้น 9 อาคารสินธร 1 ถนนวิทยุ ได้มีการเปลี่ยนตำแหน่งของประตูทางเข้าใหม่ให้ลมสามารถพัดเข้าได้ง่ายและนำพัดลมมาช่วยเป่าในมุมที่อับลม
ประสิทธิ์ ชี้ว่า บางครั้งความเชื่อที่ว่าประตูทางเข้าที่ตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่งถือว่าฮวงจุ้ยไม่ดีแท้จริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป สิ่งสำคัญต้องมีทิศทางลมที่ดี ตัวอย่างเช่นศาลเจ้าพ่อเสือตรงเสาชิงช้าก็ตั้งอยู่ตรงสามแยกพอดีแต่จุดนั้นเป็นทางผ่านของลมที่ดี
ศาสตร์ฮวงจุ้ยยังรวมถึงการจับคู่ธาตุให้สัมพันธ์กันเพื่อให้การทำงานคล่องตัวขึ้นด้วย ผู้บริหาร บล.คันทรี่ กรุ๊ป บอกว่า ตัวเองเป็นคน "ธาตุไฟ" ซึ่งอาชีพจะเหมาะกับงานด้านการขาย และจะมีคู่มิตรคือธาตุไม้ ทอง และไฟด้วยกันและจะมีธาตุที่ต้านกันคือ ธาตุน้ำ การจัดห้องทำงานจะต้องมี "สี" ที่เป็นอาหารของธาตุไฟอยู่ด้วย ซึ่งแต่ละปีสีที่มาเสริมธาตุไฟจะเปลี่ยนไป ในหนึ่งปีก็จะขอคำแนะนำจากซินแสว่าวันไหนเป็นวันธาตุน้ำซึ่งต้านกันก็จะระวังตัวเป็นพิเศษ
แม้บางคนจะมองว่างมงายแต่ ประสิทธิ์ ยังปักใจว่า ฮวงจุ้ยไม่ใช่เรื่องงมงายไร้สาระ แต่เกี่ยวข้องกับหลักวิทยาศาสตร์คือกระบวนการสร้างความคิดที่เป็นขั้นตอนและหลักทางพุทธศาสนาที่สอนให้ตั้งมั่นอยู่ใน "สติสัมปชัญญะ" การมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะทำให้เกิด "สติ" (ความระลึกได้) และ "สัมปชัญญะ" (ความรู้ตัวอยู่เสมอ)
"ถ้ามุมที่นั่งเอื้อกับการให้ลมและน้ำซึ่งเป็นธาตุเย็นได้ไหลสะดวกก็จะเกิดสมาธิ เกิดเป็นสติและปัญญา นำมาสู่การคิดเพื่อสร้างรายได้และแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ผมเชื่อในสิ่งนี้เพราะทำให้สบายใจและมั่นใจเวลาที่จะตัดสินใจอะไรลงไป แต่สุดท้ายต้องควบคู่กับความขยันด้วย"
มี "เก่ง" เป็นพื้นฐาน และต้องมี "เฮง" เกื้อหนุน มนุษย์ทองคำแห่งวงการหลักทรัพย์ ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ผู้ใช้ศาสตร์ฮวงจุ้ยสร้างความงอกเงยให้แก่ชีวิต
--------------------------------------------------
'บล.คันทรี่ กรุ๊ป' ปีนี้ต้องดีกว่าเดิม
ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บล.คันทรี่ กรุ๊ป เปิดเผยแผนธุรกิจภายในปี 2553 ว่า ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่อีก 70,000 ราย จากเดิมมีอยู่แล้ว 30,000 ราย รวมเป็น 1 แสนราย เป้าหมายจะเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ที่ไม่เคยเล่นหุ้นมาก่อน การขยายตลาดจะร่วมมือกับ Selling Agent รวมถึง บลจ.เอ็มเอฟซี ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักและปีนี้จะเปิดสาขารูปแบบ Cyber Branch อีก 50 แห่ง
ส่วนการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่การตลาด ตอนนี้ทีมของ พรรณี เถกิงเกียรติ ได้ย้าย (จาก บล.บีฟิท) เข้ามาแล้ว 20 คน ไตรมาสแรกปีนี้ จะมีมาร์เก็ตติ้งใหม่เข้ามาอีก 60 คน เท่ากับว่าบริษัทจะมีเจ้าหน้าที่การตลาด 600 คน คิดเป็น 10% ของทั้งระบบ น่าจะเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ได้อีก 0.7-1% ภายใต้สมมติฐานวอลุ่มเทรดเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 18,000 ล้านบาทขึ้นไป และตลาดหุ้นมีจุดสูงสุดที่ 800 จุด มาร์เก็ตแชร์ของ บล.คันทรี่ กรุ๊ป ในปี 2553 น่าจะได้เห็นที่ 10%
สำหรับผลกระทบจากค่าคอมมิชชั่นแบบขั้นบันได ประสิทธิ์ อธิบายว่า ลูกค้า บล.คันทรี่ กรุ๊ป ที่เทรดเกินวันละ 20 ล้านบาทขึ้นไป มีสัดส่วนเพียง 10-15% เท่านั้น ไม่น่าจะมีผลกระทบมาก
ส่วนเป้าหมายอื่นๆ ปี 2553 มาร์เก็ตแชร์ตลาด TFEX ขอติด 5 อันดับแรก ธุรกิจวาณิชธนกิจปีนี้ ก็มีแนวโน้มจะดีกว่าปีก่อน ขณะที่รายได้จากพอร์ตลงทุนตอนนี้ให้วงเงินไป 100 ล้านบาท แต่เฉลี่ยลงทุนวันละ 30-40 ล้านบาท ปีที่แล้วทำผลตอบแทนได้มากกว่า 100% ปีนี้ตั้งเป้าทำผลงานได้เท่าเดิม ทำให้สัดส่วนรายได้จากพอร์ตลงทุนน่าจะมากกว่า 10%
ความคืบหน้าของการซื้อบริษัทหลักทรัพย์ที่สิงคโปร์ และฮ่องกง ตอนนี้คืบหน้าไปแล้วกว่า 70% น่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาสแรก ส่วนผลประกอบการในปีนี้ ประสิทธิ์ บอกว่า ต้องดีกว่าปีที่แล้วแน่นอน (รายได้รวม 897 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 19.66 ล้านบาท) กระบวนการเพิ่มทุนและล้างขาดทุนสะสมได้เสร็จสิ้นแล้ว ปี 2553 บล.คันทรี่ กรุ๊ป น่าจะจ่ายปันผลได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
Tags : ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ • บล.คันทรี่ กรุ๊ป
