"เล่นหุ้นปีนี้ ไม่ต้องไปไล่เก็บหุ้นเพราะกลัวตกรถไฟ รอให้ราคาลงมาเองแล้วค่อยเข้าไปช้อน แล้วค่อยๆ ซื้อ ส่วนที่เหลือให้เก็บไว้เป็นเงินสด"
ผ่านไปแล้ว 1 เดือน ตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางที่ไม่น่าไว้วางใจ เห็นวี่แววว่าการลงทุนหุ้นปีนี้ "ไม่ง่าย" และ "ผันผวนสูง" สำหรับเทคนิคการลงทุนหุ้นปีนี้ 'เสี่ยวิลลี่' วิรัตน์ อุดมสินวัฒนา ..ให้เพิ่มเติมความเสี่ยงเรื่องมาบตาพุดเข้าไป นอกเหนือจากที่ต้องจับตาการฟื้นตัวของสหรัฐอเมริกา และปัจจัยการเมืองภายในประเทศที่ยังไม่มีทางออก
ปัจจัยเหล่านี้ถ้าจะว่าไปแล้วมีผลกระทบต่อหุ้นขนาดเล็กไม่มากนัก แต่จะส่งผลต่อภาพรวมที่ไม่สดใส เพราะฉะนั้นเทคนิคการลงทุนปีนี้ "ไม่ต้องไปไล่เก็บหุ้นเพราะกลัวตกรถไฟ รอให้ราคาลงมาเองแล้วค่อยเข้าไปช้อนแล้วค่อยๆ ซื้อ (ไม่ต้องรีบร้อน)"
สัญญาณที่จะขับเคลื่อนตลาดให้จับตาทิศทาง "ฟันด์โฟลว์" ของต่างชาติเป็นหลัก โดยให้สังเกตจากหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์ที่จะเป็นผู้นำตลาดในปีนี้
นอกจากนี้ให้จับตาดูวอลุ่มการซื้อขายของกองทุนในประเทศ หากกองทุน "ขายหุ้น" ติดต่อกันหลายวันต้องรีบเช็คข่าวทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าเป็นเรื่องไม่ดีรีบขายหุ้นทิ้งทันที
ประการสุดท้าย ให้ดูเงินในกระเป๋าเราว่ามี "หน้าตัก" เท่าไร ส่วนตัวเวลาซื้อหุ้นจะไม่ชอบทุ่มซื้อครั้งเดียวหมด แต่จะทยอยลงทุนมากกว่า ถ้าตัวไหนมีสภาพคล่องดีก็จะลงทุนครั้งละ 10-20% ถ้าหุ้นสภาพคล่องต่ำยิ่งไปไล่ราคาไม่ได้ต้องค่อยๆ เก็บ เว้นแต่ว่าหุ้นตัวไหนมี “สตอรี่ดี” ถ้ามองแล้วมีโอกาสได้กำไรสูงก็จะลงทุนมากหน่อย
วิรัตน์ มองว่า ตลาดหุ้นปี 2553 เป็นตลาดที่เหมาะสำหรับ "การลงทุน" ส่วนตัวยังเชื่อว่าโครงการมาบตาพุดจะมีทางออกในทิศทางบวก ภาพรวมเศรษฐกิจก็มีแนวโน้มดีขึ้น สำหรับเรื่องการเมืองถ้าทุกคนเล่นอยู่ในกรอบกติกาก็ไม่น่ามีปัญหา วิธีการลงทุนที่อยากแนะนำคือควรทยอยลงทุนในหุ้นตัวเองชื่นชอบครั้งละ 10-20% ทุกไตรมาส ส่วนที่เหลือให้เก็บไว้เป็น "เงินสด" แต่ปีนี้ไม่เหมาะที่จะลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะผลตอบแทนต่ำ
ส่วนตัวก็ชะลอการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เหมือนกัน โดยเฉพาะโครงการบ้านเดี่ยวที่พัทยา จำนวน 30 ยูนิต ราคาขาย 8-12 ล้านบาท ปัจจุบันขายได้เพียง 3 ยูนิต สำหรับโครงการกึ่งรีสอร์ทระดับ 4-5 ดาว มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเขาใกล้วัดฉลอง จังหวัดภูเก็ต และโครงการรีสอร์ท 6 ดาว จังหวัดเชียงใหม่ มูลค่า 1,000 ล้านบาท ที่ร่วมลงทุนกับพันธมิตร ล่าสุดอยู่ระหว่างวางโปรเจคคาดว่าจะเปิดบริการได้ภายในปี 2554 ซึ่งเลื่อนจากกำหนดเดิมที่จะเปิดบริการในปีนี้
สำหรับโครงการร้านอาหารนครคารา ตั้งอยู่หลังห้างเอสพลานาด รัชดา เปิดบริการมาแล้ว 1 ปี ถือว่าประสบความสำเร็จ ปัจจุบันมียอดขายประมาณ 2 ล้านบาทต่อเดือน
"ผมทำธุรกิจนี้ไม่หวังเอากำไรมากๆ แต่ต้องการให้ธุรกิจอยู่นานๆ ตอนนี้มีแผนจะขยายสาขาใหม่แต่จะเป็นย่านใดอยู่ระหว่างการพิจารณา"
เสี่ยวิลลี่ ฝากบอกนักลงทุนหน้าใหม่ว่า พยายามค้นหา “สไตล์” การลงทุนของตัวเองให้เจอ อย่าซื้อขายหุ้นตามคนอื่น อย่างตนเองเป็นนักลงทุนประเภท High Risk..High Return ถ้าคุณเป็นคนขี้กลัวแต่มาลงทุนตาม เมื่อวันหนึ่งเกิดขาดทุนคุณจะยอมรับมันได้หรือเปล่า แต่ถ้าหาทางเดินได้เหมาะสม คุณก็จะสนุกกับการเล่นหุ้น
Tags : เสี่ยวิลลี่ • วิรัตน์ อุดมสินวัฒนา
