ธุรกิจแบงก์ไม่ต้องใหญ่ขอให้เล็กแต่คล่องตัวและวิ่งตลอดเวลา อย่างทิสโก้เราทำกำไรและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นได้สูงสุดในอุตสาหกรรม
โครงสร้างเศรษฐกิจไทยกำลังปรับสมดุลครั้งใหม่ภายใต้แนวโน้มการแข่งขันธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่รุนแรงขึ้น อาจถึงเวลาที่ธนาคารทิสโก้ ต้องเปลี่ยนสมรภูมิรบอีกครั้งหลังยึดตลาดสินเชื่อเช่าซื้อเป็นศูนย์กลางมายาวนาน
"ธนาคารทิสโก้" จะสู้อย่างไรหลังวิกฤติ..?
ปลิว มังกรกนก ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป อธิบายแผนการเติบโตของกลุ่มทิสโก้ในปี 2553 ให้กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ฟังว่า ต้องพร้อมรบทุกสถานการณ์ ปีหน้าคงเป็นปี "สู้" ถ้าเราถอยจากสินเชื่อเช่าซื้อเราจะไปบุกสินเชื่อคอร์ปอเรทกับเอสเอ็มอีแทน
ผู้นำกลุ่มทิสโก้ ชี้ให้เห็นพอร์ตสินเชื่อของธนาคารทิสโก้ก่อนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 2540 ว่า กว่า 80% เป็นสินเชื่อธุรกิจ เนื่องจากช่วงเวลานั้นเศรษฐกิจกำลังเติบโตรวดเร็ว ทิสโก้เองสินเชื่อโตถึง 21% แต่พอหลังวิกฤติโครงสร้างเศรษฐกิจก็เปลี่ยนภาคธุรกิจลงทุนน้อยลงแต่ภาครัฐส่งเสริมให้มีการบริโภค พอร์ตสินเชื่อเลยต้องเปลี่ยนมาที่รายย่อยแทน
"หลังวิกฤติปี 2540 สินเชื่อเช่าซื้อเติบโตถึง 20-30% แต่มาถึงตอนนี้มันหมดยุคที่จะเติบโตพรวดพราดแล้ว เราคงต้องปรับตัวตามสถานการณ์"
ด้านความสามารถในการปล่อยกู้ ปลิวไม่รู้สึกกังวลเพราะธนาคารทิสโก้มีฐานทุนเพียงพอถ้าไม่ปล่อยกู้ในระดับหมื่นล้านบาทขึ้นไปก็ "สู้ไหว" ส่วนเรื่องของบุคลากรและความชำนาญทิสโก้มีความพร้อมอยู่แล้ว ที่ผ่านมาธนาคารมีจุดเด่นเรื่องของการปรับตัว และยึดมั่นในหลักการให้พอร์ตสินเชื่อ "กระจุกตัว" มากกว่า "กระจายตัว" เพราะจะสามารถดูแลได้ใกล้ชิดกว่า
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงคงไม่เกิดขึ้นเร็ว สัดส่วนสินเชื่อของธนาคารทิสโก้ใน 5 ปีข้างหน้าคงจะไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ถ้าบริษัทขนาดใหญ่จะลงทุนหนักๆ ตัวเลขจีดีพีต้องมา (นำ) ก่อน พอถึงเวลานั้นอัตราการเติบโตของสินเชื่อจะไปเร็วยิ่งกว่าจีดีพี
สำหรับกลยุทธ์การรักษาจุดแกร่งของธนาคารขนาดเล็ก ปลิวยึดหลักคิด "สามข้อ" คือ หนึ่ง บริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุด สอง บริหารความเสี่ยงให้ดี และ สาม ดำเนินธุรกิจในช่องทางที่เหมาะสม
นักการธนาคารผู้คว่ำหวอดรายนี้ มองว่า ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทยเป็น Volume Business จะต้องโตมากๆ ถึงจะมีกำไรเยอะเพราะมาร์จินบาง ทิสโก้เป็นธนาคารขนาดเล็กจึงต้องฟิตร่างกายให้เพรียว และมีไขมันน้อยที่สุด ยกตัวอย่างต้นทุนการดำเนินงาน (Cost to Income Ratio) ของทิสโก้อยู่ต่ำกว่า 50% มาโดยตลอด ในขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่บางแห่งอยู่ที่ 60-70% รวมถึงมีพอร์ตส่วนใหญ่ 80% เป็นลูกค้ารายย่อยซึ่งมีมาร์จินสูงกว่าสินเชื่อรายใหญ่
ปีที่ผ่านมายังประสบความสำเร็จในการกระจายฐานเงินฝากไปยังผู้ฝากเงินรายย่อยจากเดิมมีสัดส่วน 11% เพิ่มขึ้นเป็น 24% ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Spread) ไตรมาสสามอยู่ที่ 5.2% ซึ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี แม้ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำ คาดว่าปีหน้าแนวโน้ม Spread อาจจะลดลงเล็กน้อย
นอกจากนี้ ยังมีรายได้อื่นที่ไม่ได้มาจากดอกเบี้ย ทิสโก้ถือได้ว่าเป็นธนาคารที่มีสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non Interest Income) จากธุรกิจหลักทรัพย์และบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) รวมถึงค่าธรรมเนียมสูงถึง 40%บางช่วงอาจขึ้นไปถึง 50% ช่วยกระจายความเสี่ยงในช่วงที่ดอกเบี้ยในตลาดผันผวนได้
นอกจากนี้การวางตำแหน่งในธุรกิจก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน ปลิวให้นโยบายอย่างชัดเจนว่าทุกธุรกิจที่ทิสโก้เข้าไปร่วมไม่จำเป็นต้องเป็น "ที่หนึ่ง" ในแง่มาร์เก็ตแชร์ แต่จะต้องมี "กำไรสูงสุด" เช่นสินเชื่อลีสซิ่งขอติดอันดับหนึ่งในสามและธุรกิจหลักทรัพย์ติดอันดับหนึ่งในสิบ
ส่วนธุรกิจที่ไม่ชำนาญก็จะไม่เข้าไปลงแข่งด้วย เช่นสินเชื่อบุคคลเพราะต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก รวมถึงสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ที่ภาครัฐกำลังส่งเสริม ปลิวมองว่าธนาคารพาณิชย์ไม่น่าจะมีความชำนาญพอที่จะลงไปเล่น น่าจะเป็นหน้าที่ของชุมชนดูแลกันเองมากกว่า
ภายใต้กฎเกณฑ์การแข่งขันใหม่ในปี 2553 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะประกาศใช้ "มาสเตอร์แพลน 2" ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ธนาคารต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น ตรงนี้ "ไม่กังวล" ธนาคารพาณิชย์ไทยชินกับการแข่งตัดราคาจนกำไรต่ำ ธนาคารต่างชาติที่ไม่ชำนาญพอคงไม่คุ้มที่จะเข้ามาแข่งขัน
“ถ้าจะทำธุรกิจแบงก์ไม่ต้องใหญ่ขอให้เล็กแต่คล่องตัวและวิ่งตลอดเวลา อย่างทิสโก้เราก็ทำกำไรและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นได้สูงสุดในอุตสาหกรรม”
ส่วนแนวโน้มการเข้าซื้อพอร์ตสินเชื่อบริษัทอื่น ปลิวยอมรับว่าปีหน้าคงมี “ของ” ให้ซื้อน้อยลง แต่ทิสโก้ก็ยังมีแผนอยู่โดยเล็งๆ ไว้ 1-2 แห่ง ขนาดประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท แต่คงไม่ใช่ประเด็นสำคัญในปีหน้าคงจะโตด้วยตัวเองได้ง่ายขึ้น
ถามถึงแนวโน้มผลประกอบการในปี 2552 ปลิวเชื่อมั่นว่าพอร์ตสินเชื่อรวมซึ่งรวมการเข้าซื้อกิจการน่าจะเติบโตได้ 15% ส่วนเป้าหมายในปี 2553 ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตตามสภาวะตลาด คาดว่าน่าจะเติบโตด้วยตัวเองได้ 10%
แต่ถ้าซื้อพอร์ตเข้ามาเสริมได้ตรงนั้นก็ถือเป็น "โบนัส"
Tags : ปลิว มังกรกนก

ความคิดเห็นที่ 1
ทท , 23 ธันวาคม 2552 07:26
ของดีราคาถูกมีที่ไหนคุณพี่ปันผลมากกว่าแบงก์ใหญ่แต่ราคาหุ้นต่ำเตี้ย แต่ยอมรับผู้บริหารมีความซื่อสัตย์ ธรรมภิบาลสูง เป็นลูกค้าบล.ทิสโก้ตั้งแต่สมัยคุณศิวพร ได้หุ้นจองครบตามปริมาณซื้อขายมาร์ไม่มีเบี้ยวช่วงที่หุ้นบูมกำไรจากหุ้นจองหลายล้าน บางโบรกกินเองมาร์ ผู้บริหารเอาไปหมดลูกค้าได้นิดเดียว