บนฐานเดิมที่มาจากอุตสาหกรรมสังกะสีออกไซด์ วันนี้ "ยูนิเวนเจอร์" รอวันแตกหน่อ-แทงยอด โดยฝากความหวังไว้กับโครงการยักษ์ "ปาร์คเวนเชอร์"
ผลประกอบการไม่ดีมาแล้ว 2 ปี (2551-2552) โดยเฉพาะปี 2552 ถึงขั้น "เข้าเนื้อ" ขาดทุนไปแล้ว 21 ล้านบาท แต่ บมจ.ยูนิเวนเจอร์ ภายใต้อินเวสท์เมนท์ อาร์มของตระกูลสิริวัฒนภักดี กำลังฝากความหวังไว้กับโครงการยักษ์อย่าง ปาร์คเวนเชอร์-ดิ อิโคเพล็กซ์ ออน วิทยุ (Park Ventures) โครงการสำนักงานและโรงแรมระดับไฮเอนด์มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท มุมถนนเพลินจิต-วิทยุ
โดยมีบริษัทเลิศรัฐการเป็นเจ้าของสิทธิการเช่าที่ดิน และมีธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแต่เพียงผู้เดียว 1,850 ล้านบาท
ธนพล ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการ บมจ.ยูนิเวนเจอร์ ซึ่งเป็นอดีตกรรมการบริหารและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.แสนสิริ ถอดโจทย์กรณีกลุ่มเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ยูนิเวนเจอร์จากอุตสาหกรรมสังกะสีออกไซด์มาจับอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ว่า ก่อนที่คุณเจริญจะมา (ลงทุนผ่านบริษัท อเดลฟอส จำกัด) เราก็ลงทุนด้านเรียลเอสเตทอยู่ก่อนแล้ว พอเริ่มใหญ่ขึ้นๆ ก็ต้องใช้ทุนเยอะขึ้น ส่วนตัวคิดว่ายูนิเวนเจอร์เป็นเหมือน "อินเวสท์เมนท์ อาร์ม" ของคุณเจริญมากกว่า
สำหรับพันธมิตรหลักของยูนิเวนเจอร์ คือ "เจ้าพ่อคอนโด" บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ช่วยปลุกปั้นอสังหาฯ ในชื่อ บริษัท แกรนด์ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด (UV ถือหุ้น 60%) ปัจจุบันมีโครงการภายใต้การบริหารอย่างโครงการยู สบาย พระราม 4-กล้วยน้ำไท และยู ดีไลท์ บางซื่อ
อีกหนึ่งพันธมิตร คือ บมจ.ปริญสิริ ภายใต้ บริษัท ปริญเวนเจอร์ จำกัด (UV ถือหุ้น 49%) เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ ได้แก่ โครงการ ดิ ยูโรเปี้ยน ทาวน์ อ่อนนุช และดิ นอร์ธเทิร์น ทาวน์ รังสิต
แต่การมูฟครั้งใหญ่ของยูนิเวนเจอร์กลับฝากความหวังไว้กับโครงการยักษ์ "ปาร์คเวนเชอร์" ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานเกรด A และโรงแรมระดับ 5 ดาว บริเวณหัวมุมถนนเพลินจิต-วิทยุ ที่เพิ่งเริ่มลงมือก่อสร้างไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และคาดว่าจะเปิดดำเนินการปลายปี 2554
โครงการนี้ ยูนิเวนเจอร์ในฐานะเจ้าของโครงการ จะเป็นผู้บริหารภาพรวมโครงการทั้งหมด และปล่อยเช่าพื้นที่ในส่วนโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว จำนวน 240 ห้อง ให้กับ บริษัท ทีซีซี ลักซ์ชูรีโฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด
ธนพล บอกว่า โครงการนี้จะดันรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มเพิ่มเป็น 80% ทันทีที่รับรู้รายได้ในปี 2555 พร้อมกับตั้งเป้าที่จะผลักดันตัวเองเป็นบริษัทชั้นนำด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภายในปี 2554 จากปัจจุบันที่สัดส่วนรายได้ธุรกิจอสังหาฯ อยู่ที่ 40% เป็นรองการผลิตผงสังกะสีออกไซด์
“ตอนนี้อสังหาฯ ถือเป็นคอร์บิซิเนส แต่รายได้ยังไม่มา ตัวปาร์คเวนเชอร์ จะแล้วเสร็จในปี 2554-2555 ขณะนี้สังกะสีออกไซด์ เลยทำรายได้ให้เรามากหน่อย อาจจะอยู่สัก 60% และอสังหาฯ 40% ต่อไปก็จะเริ่มสวิงกลับเป็น 80 ต่อ 20" ธนพล บอกและว่า
ตัวตึกของปาร์คเวนเชอร์ จะประกอบด้วย 2 ส่วน โดยในส่วนออฟฟิศ เราจะมีรายได้ปีละ 300 กว่าล้านบาท ส่วนโรงแรมจะปล่อยให้เช่า โดยยูนิเวนเจอร์จะได้รับค่าเช่าและค่าเซ็งตลอดอายุสัญญา 30 ปี คิดเป็นรายได้ประมาณ 1,500 กว่าล้านบาท
นอกจากโครงการปาร์คเวนเชอร์ จะมีจุดขายที่ทำเลที่ตั้งใจกลางเมืองแล้ว อีกหนึ่งจุดขายที่หยิบมาเล่นกับลูกค้านั่นคือ การออกแบบสถาปัตยกรรมและวัสดุที่ใช้เพื่ออนุรักษ์พลังงาน (อีโคเพล็กซ์)
นอกจากนี้ยูนิเวนเจอร์ยังมีแผนที่จะผุดโครงการคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า ที่อินเทรนด์กันสุดๆ ในขณะนี้ แต่กลยุทธ์ของยูนิเวนเจอร์ ไม่ขอเข้าไปซื้อที่ดินประชิดรถไฟฟ้า ชนิดที่เดิน 5 ก้าวถึง แต่จะขอห่างสัก 1-1.5 กิโลเมตร เพราะต้นทุนการดำเนินโครงการจะต่างกันลิบลับ แถมลูกค้ายังถูกใจมากกว่ากับราคาที่ต่ำกว่ากันมาก
"เราจะเน้นกลุ่มคนชั้นกลาง เน้นฟังก์ชันแนล (การใช้งาน) และดีไซน์ โครงการของเราจะห่างจากรถไฟฟ้าประมาณกิโลเดียว หรือ กิโลครึ่ง เป็นหลัก แต่จะบริการรถ Shuttle Van มาเสริม ลดราคาลงได้เกือบครึ่ง เมื่อเทียบกับโครงการที่ติดรถไฟฟ้า" เนรมิต สร้างเอี่ยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด (UV ถือหุ้น 60%) เผย
ในปี 2553 คาดว่าจะผุดคอนโดมิเนียมอีก 3 โครงการ แต่ยังไม่ระบุว่าจะเป็นโครงการยู ดีไลท์ หรือ ยู สบาย ขึ้นอยู่กับโลเคชั่น โดยคอนเซปต์ยูสบายจะมีความสูงกว่ายู ดีไลท์ ราคาและวัสดุก่อสร้างจะดีกว่านิดหนึ่ง เนรมิต บอกว่า ยังไม่มีความจำเป็นที่ยูนิเวนเจอร์จะเพิ่มทุนในปีหน้า เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนจะมาจากรายได้ที่ได้รับจากโครงการยูดีไลท์ แอท บางซื่อ สเตชั่น ที่จะทยอยรับรู้รายได้
ขณะที่โครงการที่กำลังเดินหน้าอยู่ในปีนี้ ประเภทเป็นเรสซิเดนเชียล มีอยู่ 4 โครงการ ได้แก่ โครงการยูสบาย พระราม 4-กล้วยน้ำไท เป็นตึกขนาด 8 ชั้น โครงการยูดีไลท์ แอนด์ บางซื่อ สเตชั่น ขนาด 600 กว่ายูนิต 25 ชั้น คงจะเสร็จต้นปีหน้า โครงการที่ห้วยขวาง 600 ยูนิต 4 ตึก และกำลังจะเปิดโครงการที่จตุจักร 2 เป็นทาวเวอร์ 900 ยูนิต
ด้านธนพลเอ็มดียูนิเวนเจอร์ บอกว่า ในปี 2554 คาดว่าบริษัทจะรับรู้รายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากที่คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปี 2553 ที่ 1,600-1,700 ล้านบาท ส่วนสถานการณ์ธุรกิจอสังหาฯ ในปีหน้า จะดีขึ้นกว่าในปีนี้ที่อยู่ในสถานะ "ประคองตัว" เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
"เศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว..พี่ว่าฟื้นนะ คนมั่นใจมากขึ้น ปลายปีที่แล้ว (2551) เราเดี้ยง! ไตรมาสแรกปีนี้ ยังแย่เหมือนปีที่แล้ว แต่ไตรมาสสอง ออเดอร์ในการผลิตผงสังกะสีออกไซด์ผลิตไม่ทัน เราผลิตป้อนให้กับยูสเซอร์ในอุตสาหกรรมยางรถยนต์ แสดงว่าคนมีกำลังซื้อรถยนต์ไล่ไปจนถึงอะไหล่อุปกรณ์รถยนต์ที่จะดีขึ้น" อรฤดี ณ ระนอง ประธานอำนวยการ บมจ.ยูนิเวนเจอร์ แสดงความเห็น
เธอบอกว่า ตอนนี้ยูนิเวนเจอร์มีออเดอร์ผลิตผงสังกะสีออกไซด์เต็มกำลังการผลิต แต่รายได้ไม่ได้หวือหวา เพราะคนพยายามจะคุมค่าใช้จ่าย แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นแล้ว
Tags : ยูนิเวนเจอร์ • ธนพล ศิริธนชัย
