'ทฤษฎี 5 ส' ที่ สุรงค์ บูลกุล ซีอีโอคนใหม่ยึดเป็นแนวทางการบริหารไทยออยล์ ใต้ธงก้าวสู่ผู้นำธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันครบวงจรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ถึงแม้ไทยออยล์จะมีข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน เป็นโรงกลั่นน้ำมันที่มีกระบวนการกลั่นแบบคอมเพล็กซ์ (Complex Refinery) ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีกำลังการผลิตประมาณ 275,000 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็นประมาณ 26% ของกำลังการกลั่นทั้งประเทศ ส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนการดำเนินงานอยู่ในระดับที่ได้เปรียบ
ขณะเดียวกันไทยออยล์ยังมีธุรกิจต่อเนื่องจากธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้น ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า และธุรกิจขนส่ง เป็นต้น แต่ค่าการกลั่นที่ผันผวนถือเป็น "จุดด้อย" ที่กดดันผลการดำเนินงานของไทยออยล์มากที่สุด
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจพลังงานต่างมองว่า ไตรมาสที่ 4 ปี 2552 ไปจนถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2553 ค่าการกลั่นของไทยออยล์อาจทรงตัวอยู่ใน "ระดับต่ำ" เช่นเดียวกับไตรมาสที่ 3 ที่มีค่าการกลั่น 1.4 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และมีกำไรขั้นต้นจากการกลั่นต่ำเพียง 0.7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่กำไรขั้นต้นจากการกลั่น 9 เดือนแรกปี 2552 อยู่ที่ 1.9 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เทียบกับ 5.9 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2551
"ยอมรับว่าค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับต่ำ เป็นเหตุผลใหญ่ที่ทำให้ราคาหุ้น TOP มีความน่าสนใจลดลงในช่วงนี้ และจุดอ่อนข้อนี้เป็นสิ่งที่บริหารจัดการได้ค่อนข้างยาก" สุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยออยล์ กล่าวยอมรับ
ซีอีโอคนใหม่ บอกว่า การบริหารไทยออยล์ในยุคของเขาได้ยึดแนวคิด "ทฤษฎี 5 ส" คือ สุข, สนุก, สื่อสาร, สุดๆ และ สมานฉันท์ ซึ่งเป็น "แผนธุรกิจประจำตัว" โดยมีความเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วจะทำให้ฐานะทางการเงินของบริษัท และราคาหุ้น TOP มีทิศทางที่ดีขึ้น
"ปีหน้าคงมีโอกาสได้เห็นหุ้น TOP ขึ้นไปยืนบนราคาเป้าหมาย (50-60 บาท) ตามที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้" เขาค่อนข้างมั่นใจ
อย่างไรก็ตาม สุรงค์ บอกในปีหน้า (2553) ไทยออยล์ยังไม่มีแผนการลงทุนใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์นักลงทุน แต่จะเน้นการซ่อมแซมและปรับปรุงเครื่องจักร พัฒนาคุณภาพน้ำมันและผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้มากขึ้น รวมถึงมีแผนลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง คาดว่าในปี 2553 จะใช้เงินลงทุนประมาณ 30-50 ล้านเหรียญสหรัฐ
แนวโน้มราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในปี 2553 น่าจะอยู่ที่ระดับ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปีนี้พอสมควร บวกกับแผนการปรับปรุงสินทรัพย์ของไทยออยล์จะทำให้บริษัทมีผลตอบแทนสูงขึ้นในปีหน้า แต่จะเพิ่มขึ้นในอัตราเท่าไรไม่ขอระบุเป็นตัวเลข "เดี๋ยวจะหาว่าผมขี้โม้" เอาเป็นว่าฐานะการเงินของไทยออยล์ในปี 2553 ออกมา "สวย" แน่นอน (งวด 9 เดือนปี 2552 มีกำไรสุทธิ 10,450 ล้านบาท และช่วงรุ่งเรืองที่สุดปี 2550 มีกำไรสุทธิ 19,175 ล้านบาท)
แม้ในระยะสั้นไทยออยล์ยังไม่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่แต่ผู้บริหารรายนี้ เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำแผนธุรกิจในระยะยาวแต่ขอเก็บไว้เป็นความลับ บอกได้กว้างๆ ว่า ไทยออยล์จะไม่ทำให้ผู้ถือหุ้นผิดหวัง เพราะเป้าหมายของเราต้องการเป็น ผู้นำธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
"ตอนนี้ผมขอเดินตามแผนรุ่นพี่ (วิโรจน์ มาวิจักขณ์) ไปก่อน แนวทางของไทยออยล์จะหาช่องทางออกไปทำธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันในต่างประเทศ เราอาจใช้วิธีไปซื้อกิจการ (เทคโอเวอร์) หรือก่อสร้างโรงกลั่นแห่งใหม่เน้นขายผลิตภัณฑ์ให้กับประเทศที่เข้าไปลงทุน ส่วนจะลงทุนคนเดียวหรือลงทุนร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่นต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ตอนนี้เล็งแถบแอฟริกาเป็นหลัก" สุรงค์ แย้มแผนลงทุนระยะยาว
นอกจากนี้ไทยออยล์ยังมีแผนจะลงทุนธุรกิจพลังงานทางเลือกเพิ่มเติม หลังจากได้ร่วมลงทุนกับ บมจ.ผาแดงอินดัสทรี ทำโรงงานเอทานอล กำลังการผลิต 200,000 ลิตรต่อวันไปแล้ว (โครงการนี้สามารถขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 400,000 ลิตรต่อวัน ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า)
ขณะเดียวกันจะลงทุนในธุรกิจอื่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง เช่น การลงทุนในกองทุนพลังงานของบริษัทจัดการกองทุน รวมถึงมีแผนลงทุนโรงไฟฟ้า IPP และ SPP เบื้องต้นอาจเห็นไทยออยล์รุกเข้าไปในแถบเอเชีย ก่อนหน้านี้เคยเข้าไปประมูลโรงไฟฟ้าในสิงคโปร์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ซีอีโอไทยออยล์ เล่าต่อว่า บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเพิ่มคุณค่าน้ำมันเตา ทั้งด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสม การวิเคราะห์ด้านราคาและความคุ้มค่าอย่างละเอียด หลังพบว่าความต้องการน้ำมันเตาในประเทศลดลงโดยเฉพาะความต้องการใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า
ก่อนหน้านี้ไทยออยล์ก็ได้ลงทุนไปแล้วหลายโครงการเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ บอกตรงๆ วันนี้ยังเป็นห่วงเรื่องกฎกติกาของประเทศมากที่สุด รองลงมาเป็นเรื่องการเมือง เพราะหากการเมืองไม่ปกติการลงทุนก็ไม่ปกติสุข นอกจากนี้ยังรู้สึกเป็นห่วงตลาดโลก เพราะถ้าเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวไทยออยล์ก็ทำงานยากเหมือนกัน
"ที่จริงผมตั้งเป้าตัวเลขการขยายตัวของผลประกอบการไว้แล้ว แต่ยังไม่อยากบอกตอนนี้ ขอเก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อย ขอให้เชื่อเถอะว่าธุรกิจของไทยออยล์อยู่ในช่วงขาขึ้น ราคาหุ้น TOP คงไม่หยุดอยู่เท่านี้ แต่จะขึ้นไปเท่าไรตอบไม่ได้ขอให้ดูกันยาวๆ" สุรงค์ กล่าวปิดท้าย
Tags : สุรงค์ บูลกุล • ไทยออยส์

ความคิดเห็นที่ 1
Top , 11 ธันวาคม 2552 19:05
ราคา TOP 75 + ทำให้ได้นะค๊าบ
เห็นแช่อยู่ที่ 39-42 นานแล้วน๊าาา