กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเงิน - การลงทุน : ถนนนักลงทุน

วันที่ 4 ธันวาคม 2552 01:00

สวนอุตสาหกรรมโรจนะกับนิยาม ที่มากกว่าคำว่า หุ้นนิคมฯ

จิระพงษ์ วินิชบุตร

จิระพงษ์ วินิชบุตร

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

นักลงทุนอาจมอง "ดอย" แต่ผู้บริหารมองแค่ "เนิน" ราคาหุ้น ROJNA ในทัศนะ จิระพงษ์ วินิชบุตร เพิ่งเข้าสู่รุ่งอรุณของรุ่งโรจน์

การทะยานขึ้นของหุ้น บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ในรอบ 11 เดือนที่ผ่านมา วัดจากจุดต่ำสุดในรอบปีที่ 2.78 บาท ปรับตัวขึ้นไปสูงสุด 11.70 บาท เพิ่มขึ้น 320% ในมุมมองของนักลงทุนที่เฝ้าติดตามย่อมรู้สึกว่าการฟื้นตัวรอบนี้ "มาไกล" มากแล้ว

แต่ในทัศนะ จิระพงษ์ วินิชบุตร กรรมการผู้จัดการ บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ มองราคาหุ้นของตัวเอง "วิ่งช้า" ไม่ทันใจด้วยซ้ำ เพราะผลการดำเนินงานที่เติบโตแบบดุเดือดไตรมาส 3 ปี 2552 มีกำไรสุทธิ 472 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 156 ล้านบาท เติบโตมากถึง 202% ขณะที่งวด 9 เดือนปี 2552 มีกำไรสุทธิ 657 ล้านบาท เติบโตขึ้น 44% เขายังเชื่อมั่นว่าอนาคตหุ้น ROJNA  "ยังอีกยาวไกล"

"ถามว่าราคาหุ้น ROJNA ระดับนี้ (10-11 บาท) พอใจหรือไม่ ถ้ามองจากปัจจัยพื้นฐานที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป บอกตรงๆ ไม่ค่อยชื่นใจเท่าไร ผมยังเชื่อว่าโอกาสจะขึ้นไปซื้อขาย 15 บาท ตามที่โบรกเกอร์ประเมินก็ไม่ใช่เรื่องยาก" เขาเชื่อ 

ในฐานะกิจการของครอบครัวจิระพงษ์มีความเชื่อแบบนั้น ขณะที่ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งและพร้อมที่จะขยายการลงทุนโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายใต้แผนการลงทุนในระยะ 5 ปีข้างหน้า (2553-2557) สวนอุตสาหกรรมโรจนะจะมีผลประกอบการเติบโตขึ้นปีละ 10-15% และจะจ่ายเงินปันผลกลับคืนให้แก่ผู้ถือหุ้น 50% ของกำไรสุทธิ

"ที่ผ่านมาเราแทบไม่เคยทำให้ผู้ถือหุ้นรายเล็กและรายใหญ่ผิดหวังสักครั้ง" จิระพงษ์ บอก

ผู้บริหารรายนี้ขายจุดเด่นของบริษัทว่า สวนอุตสาหกรรมโรจนะมีจุดแข็งข้อหนึ่งที่ต่างจากนิคมอุตสาหกรรมด้วยกันคือเรื่องของโครงสร้างรายได้ที่ "ไม่กระจุกตัว" แต่มีเงินเข้ามาถึง 6 ทาง เปรียบเหมือนบ้านที่มี "เสาหลายต้น" เมื่อเสาต้นไหนทำท่าจะพัง ก็ยังมีอีกต้นคอยประคับประคอง

1.รายได้จากการขาย "ที่ดิน" ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดระยอง คาดว่าในปี 2553 จะมียอดขายที่ดินมากกว่าปี 2552 อาจอยู่ที่ระดับ 500 ไร่ ตอนนี้มีธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์ หรือรถยนต์เข้ามาลงทุนเพิ่มเติม เช่น ธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และเวชภัณฑ์ ในส่วนของอุตสาหกรรมรถยนต์ก็อาจมีการลงทุนมากขึ้นจากโครงการอีโคคาร์  ปัจจุบันที่จังหวัดอยุธยาเหลือที่ขาย 3,000-3,500 ไร่ ส่วนที่ดินจังหวัดระยองเหลือขาย 500 ไร่ คาดว่าจะใช้เวลาขายประมาณ 3-5 ปีข้างหน้า ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ

2.รายได้จากการ "ขายสินค้า" คือกระแสไฟฟ้าและไอน้ำ ภายใต้บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด ซึ่งธุรกิจไฟฟ้าถือว่ามีผลตอบแทนค่อนข้างสูงประมาณ 10-12% ต่อปี และความต้องการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี อีกตัวคือบริษัท โรจนะ ดิซทีลเลอรี่  จำกัด ผลิตสุรากลั่นประเภทวิสกี้ บรั่นดี สุราขาวและสุราแช่ เพื่อส่งออก

3.รายได้จากการ "ให้บริการ" ภายใต้บริษัท โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด ผลิตน้ำเพื่ออุตสาหกรรม และบริการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม 4.รายได้จากธุรกิจ "อสังหาริมทรัพย์" ภายใต้บริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัท อาร์พีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษัท เค พี ดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ตอนนี้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขายในประเทศจีน

5.มีส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วม บมจ.ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) ที่บริษัทถือหุ้น 21.68% และบริษัท ออปอเรชั่นแนล เอ็นเนอร์ยี่ กรุ๊ป จำกัด ถือหุ้นอยู่ 25% ทำธุรกิจให้บริการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า

"เรามีนโยบายถือหุ้นบริษัทร่วมในระดับนี้ไม่คิดซื้อเพิ่มเติม เพราะถือระดับนี้ก็ได้เงินปันผลปีละกว่า 100 ล้านบาทแล้ว ส่วนรายได้อีกทาง (เสาต้นที่หก) เป็นรายได้อื่นๆ ที่มิใช่จากการดำเนินงานโดยตรง"

จิระพงษ์ บอกว่าในปี 2553 สวนอุตสาหกรรมโรจนะจะมีการเติบโตจากปีนี้ ทั้งในส่วนของกำไรสุทธิและรายได้ ในอัตราประมาณ 10-15% เนื่องจากจะรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม Kaina Plaza ประเทศจีน เมืองฉางโจว มณฑลเจียงซู เฟส 1 มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยบริษัทได้เริ่มรับรู้รายได้เฟส 1 ไปแล้วตั้งแต่ปี 2551

ขณะเดียวกันจะเริ่มรับรู้รายได้โครงการคอนโดมิเนียมเฟส 2 ประมาณ 50% มูลค่าโครงการประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2554  (ใช้เวลาก่อสร้างเฟส 2 ประมาณ 3 ปี) นอกจากนั้นในช่วงไตรมาส 4 ปี 2553 บริษัทเตรียมเปิดบริการโรงแรม 5 ดาว จำนวน 250-300 ห้อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างพูดคุยรายละเอียดว่าจะทำการตลาดอย่างไรให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าและน้ำในนิคมอุตสาหกรรมยังเชื่อว่าจะเติบโตต่อเนื่องได้

ในปี 2553 สวนอุตสาหกรรมโรจนะยังมีแผนขยายการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าจังหวัดอยุธยา กำลังการผลิต 110 เมกะวัตต์ คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จภายในปี 2556 รวมถึงจะขยายกำลังการผลิตในโรงไฟฟ้าเดิมอีกประมาณ 55 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนประมาณ 555 ล้านดอลลาร์

"ส่วนโครงการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีน เรายังไม่มีแผนเปิดโครงการใหม่ขอทำงานในมือให้เสร็จก่อน ส่วนจะเปิดโครงการใหม่ในเมืองไทยหรือไม่คงขึ้นอยู่กับโอกาสและทำเล (ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จโครงการคอนโดมิเนียม "เดอะเมดิสัน" ปากซอยสุขุมวิท 41) แต่หากไม่มีอะไรผิดพลาดภายใน 1-2 ปีนี้ อาจเห็นเราขึ้นโครงการ 1-2 แห่ง"

ตัวแทนตระกูลวินิชบุตร กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้นักลงทุนมองสวนอุตสาหกรรมโรจนะให้ชัดๆ เรามีอะไรดีกว่าที่พวกคุณคิดไว้มาก และผู้บริหารทุกคนก็พร้อมจะสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกราย

"...เราก็เหมือนดารา ถ้าแสดงสมบทบาท คนดูก็ติดงอมแงม" จิระพงษ์ หมายถึงหุ้น ROJNA ละครสตอรี่ดีที่ยังมีเสน่ห์เรียกเรทติ้งจากนักลงทุน

Tags : สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จิระพงษ์ วินิชบุตร

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement