กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน : ถนนนักลงทุน

วันที่ 2 กันยายน 2552 00:59

ผ่าเส้นทาง BTS-มังกรคีรี วันนี้เขากำลังจะรีเทิร์น!!

คีรี กาญจนพาสน์

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

นับเวลาถอยหลังการกลับมาของ 'คีรี กาญจนพาสน์' หนึ่งในมังกรที่ติดไข้หวัด'ต้มยำกุ้ง'จนปางตาย วันนี้ BTS แข็งแกร่งและประกาศก้องจะกลับมายิ่งใหญ่

หลังลอยตัวค่าเงินบาท ปี 2540 คีรี กาญจนพาสน์ ผู้ก่อตั้ง "รถไฟฟ้า BTS" และ "ธนายง" ต้องเก็บตัวจำศีลนาน 12 ปี เขาเปิดศึกกับเจ้าหนี้มานับครั้งไม่ถ้วนเพื่อรักษาทรัพย์สองชิ้นสำคัญ จนวันนี้บีทีเอสสามารถ "เคลียร์หนี้" ก้อนมหึมาสำเร็จและรอวันที่มังกรฮ่องกงใกล้จะกลับมาผงาดในตลาดหุ้นอีกครั้ง

คีรีกำลังวางแผนนำหุ้น BTS เข้ามาโลดแล่นในตลาดหุ้นเร็วๆ นี้  พร้อมกับฟื้นคืนชีพหุ้น TYONG ที่ระหว่างนี้ถ้าใครจับสังเกตจาก "ข่าว" ทั้ง 2 บริษัท (บีทีเอส-ธนายง) มีการเคลื่อนไหวภายในอย่างเอิกเกริก โดยมังกรผู้พ่อ (คีรี) คุมทัพหลวง "บีทีเอส" และวางตัวลูกชาย กวิน กาญจนพาสน์ เป็นแม่ทัพใหญ่ "ธนายง" และผูกเงื่อนอนาคตธนายงพ่วงไปกับยุครุ่งโรจน์ของบีทีเอส 

เร็วๆ นี้ คีรีพาผู้สื่อข่าวบินลัดฟ้าไปนครเซี่ยงไฮ้ ไปเซ็นสัญญาแต่งตั้งเครือแลงแฮมโฮเต็ล อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นที่ปรึกษาและบริหารโรงแรม 5 ดาวที่บีทีเอสเตรียมก่อสร้าง 2 แห่ง (นานา-พญาไท) มูลค่าเงินลงทุนรวม 7 พันล้านบาท คีรีแถลงเสียงหนักแน่นว่า ตอนนี้บีทีเอสพร้อมลุยเต็มที่ แต่ละปีจะมี EBITDA ไม่ต่ำกว่า 2-3 พันล้านบาท สภาพคล่องดี ใช้หนี้เกือบหมดแล้ว

"บทเรียนเมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว ผมยอมรับว่า ผมเป็นคนใจร้อน ทำอะไรก็ขาดความรอบคอบไม่คิดหน้าคิดหลังทำให้เราได้รับบาดเจ็บ ไม่สบาย ต้องเข้าห้องไอซียูนานหลายปี แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วครับว่า คนไข้ที่โดนหมอฉีดยา มันเจ็บยังไง"  คีรีพูดที่นครเซี่ยงไฮ้

ก่อนหน้าไม่นานบีทีเอสเพิ่งได้รับการสนับสนุนสินเชื่อวงเงิน 1,800 ล้านบาทจากธนาคารกรุงเทพ เพื่อใช้ก่อสร้างโรงแรมโฟร์ พ้อยท์ บาย เชอราตัน โรงแรม 4 ดาว ขนาด 437 ห้อง ใกล้สถานีสุรศักดิ์ ภายใต้การบริหารงานโดยกลุ่มสตาร์วูด พร้อมเปิดให้บริการได้ในปี 2554 

สุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTS)  ทำหน้าที่ถ่ายทอดแผนธุรกิจของบริษัทแทนคีรี กาญจนพาสน์ ให้กับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek ฟังว่า ตอนนี้สถานะทางการเงินของบริษัทถือได้ว่าเข้มแข็งมาก เราสามารถล้างขาดทุนสะสมได้ทั้งหมดแล้วและเมื่อปีบัญชีที่ผ่านมา (สิ้นสุดมีนาคม 2552) สามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น 1,300 ล้านบาท โดยมูลหนี้ทั้งหมดที่ยังเหลือ 10,000 ล้านบาท (ดอยช์แบงก์, บสก., ธนชาต) บริษัทจะนำเงินสดที่ได้จากการออกหุ้นกู้วงเงิน 12,000 ล้านบาทไปชำระหนี้ ส่วนเงินที่เหลือ 2,000 ล้านบาทจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

"เดิมอัตราดอกเบี้ยเราจ่ายเอ็มแอลอาร์ 6.5% แต่หุ้นกู้ชุดใหม่จะช่วยลดต้นทุนส่วนนี้ลงได้ 1% สถานะทางการเงินล่าสุด เรามีหนี้สินต่อทุนเพียง 0.3 เท่า และมีกระแสเงินสดปีละ 3,000 ล้านบาท หลังการออกหุ้นกู้หนี้ระยะยาวก็จะไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ"

มือขวาคีรี บอกว่า บีทีเอสมีแผนจะเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 4,800 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยมี บล.ภัทร เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน คาดว่าภายใน "ไตรมาสสี่" ปีนี้ ความพร้อมตอนนี้พร้อมหมดแล้วรอเพียงภาวะตลาดหุ้นเท่านั้น

สำหรับความน่าสนใจของหุ้นบีทีเอส สุรพงษ์ ชี้ว่า นับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2542 รายได้มีการเติบโตขึ้นทุกปี (ในรอบปีบัญชีสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2552 จำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ 135,939,800 เที่ยว มีจำนวนผู้โดยสารในวันทำงานอยู่ที่ 429,004 เที่ยว/วัน บริษัทรายงานรายได้ค่าโดยสารอยู่ที่ 3,288 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากปีบัญชี 2551) ปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองมีผลกระทบต่อการใช้งานของผู้โดยสารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนแนวโน้มรายได้ในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตได้ 5-10% และมี EBITDA ประมาณ 2,500 ล้านบาท (ปีที่ผ่านมามีรายได้รวม 3,900 ล้านบาท EBITDA 2,200 ล้านบาท) เพราะจะมีส่วนต่อขยายสองสถานีของสายสีลมจากสะพานตากสิน-แยกตากสินเพิ่มเข้ามา ปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 3.6 แสนคนต่อวัน คาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 3.9-4 แสนคนต่อวัน  ส่วนต้นทุนดำเนินการไม่รวมภาระเงินกู้อยู่ที่ 40-50% ของรายได้รวม คาดว่าจะรักษาระดับอัตรากำไรไว้ได้แม้ว่าจะมีการลงทุนเพิ่มในอนาคต

"ปีหน้ารายได้อาจจะไม่โตมากนักแต่ปีต่อไป (2554) น่าจะโตขึ้นเพราะรับรู้รายได้จากสายสุขุมวิทจากอ่อนนุช-ซอยแบริ่งเพิ่มเข้ามา"

อนาคตของบีทีเอสกำลังเดินหน้า สุรพงษ์ ชี้ว่า บริษัทกำลังขยายการลงทุนไปยังสามธุรกิจใหม่รวมถึงมีแผนที่จะเข้าไปบริหารรถไฟฟ้าแห่งแรกน่าจะเป็นที่เวียดนาม ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้หลัก 90% ยังมาจากค่าโดยสาร แต่ในอนาคตรายได้ส่วนนี้น่าจะลดลงเหลือ 60-70% ของรายได้รวม

สำหรับสามธุรกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นคือ หนึ่ง. ธุรกิจบริหารงานโฆษณากลางแจ้ง (OHM) ภายใต้บริษัท วีจีที โกลบอล มีเดีย จะเข้ามาดูแลพื้นที่โฆษณาบนสถานีรถไฟฟ้าทั้งหมด สอง. จัดตั้งบริษัทตั๋วโดยสารร่วม ร่วมกับบมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ (รถไฟฟ้าใต้ดิน) บัตรโดยสารใหม่จะร่วมกับธุรกิจค้าปลีกเพื่อนำตั๋วอิเล็กทรอนิกส์มาใช้จ่ายซื้อสินค้าได้ รวมถึงได้เซ็นสัญญากับ กทม.ที่จะใช้บัตรโดยสารเดียวกับรถเมล์บีอาร์ที รายได้ในอนาคตจะเป็นในรูปแบบค่าธรรมเนียม

สาม. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะลงทุนผ่านสองบริษัทลูกคือ ยูนิคโฮลดิ้งและนูโวไลน์ ตั้งงบก่อสร้าง 3 โรงแรม ไว้ที่ 10,000 ล้านบาท บริเวณสถานีรถไฟฟ้าพญาไท นานา และ สุรศักดิ์ นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาคอนโดมิเนียมบริเวณด้านหลังห้างโลตัสลาดพร้าวเป็นการซื้อโครงการเก่ามาบริหารใหม่ และยังมีที่ดินเปล่าอีก 15 ไร่ บริเวณสำนักงานใหญ่จตุจักรกำลังพิจารณาว่าจะพัฒนาในรูปแบบใด

"ธุรกิจโรงแรมน่าจะคืนทุนได้ภายในสิบปี ส่วนคอนโดมิเนียมถ้าขายหมดก็กำไรเลยผลตอบแทนน่าจะอยู่ที่ 30% เชื่อว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าจะช่วยให้เราได้เปรียบคู่แข่ง"

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บีทีเอสจะไม่ลงทุนเองทั้งหมด แต่จะลงทุนในส่วนของการซื้อที่ดิน จากนั้นก็จะหาผู้ร่วมทุนเพื่อให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ส่วนที่ผู้ถือหุ้นใหญ่มีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (ธนายง) อยู่แล้วเป็นไปได้ว่าอาจจะร่วมงานกันในอนาคต

“ในแง่การบริหารเราไม่เกี่ยวข้องกับบางกอกแลนด์ แต่กับธนายงยอมรับว่าคงมีความเกี่ยวข้องกัน อนาคตเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการร่วมงานกัน”

นอกจากนี้ บีทีเอสยังมีความสนใจจะร่วมมือกับทาง กทม.ลงทุนเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากหมอชิตถึงสะพานใหม่คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 50,000 ล้านบาท โดยบีทีเอสจะขอสัญญาสัมปทาน 60 ปี ขอเงินค่าก่อสร้างปีละ 5,000 ล้านบาทเป็นเวลา 10 ปี ก่อนจ่ายคืนเป็นค่าสัมปทานปีละ 2,500 ล้านบาท ภายในเวลา 20 ปี ที่เหลืออีก 30 ปีเป็นช่วงการแบ่งรายได้
 
มือขวามังกรฮ่องกง กล่าวปิดท้ายว่า ถ้าระบบขนส่งมวลชนเสร็จทั้งระบบรายได้ของบีทีเอสจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงอย่างมาก ทั้งยังสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ...ยุครุ่งเรืองของบีทีเอส  ธนายง และคีรี กาญจนพาสน์ ใกล้จะกลับมาแล้ว โดยมีตลาดหุ้นเป็น "ขุมทรัพย์" รออยู่เบื้องหน้า

Tags : คีรี กาญจนพาสน์ ธนายง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

โปรดระวังแก้งหลอกลวงทางธนาคาร ให้ท่านโอนเงิน เขาหลอกชวนคุยไปนานนาน จนคุณเชื่อใจ นส.รุ่งทิพย์ รุ่งเรือง แล้วคุณก็โอนให้โดยไม่รู้ตัว พอมานึกได้ก็สายไปแล้ว มีคนโดนมาหลายคนแล้ว ชื่อจริง นส.รุ่งทิพย์ รุ่งเรือง แล้วดูรูปจริงไว้ด้วยนะ เพราะตอนนี้หนี้การจับกุมทางกฎหมาย ใครพบเห็นคนนี้ นส.รุ่งทิพย์ รุ่งเรือง โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยนะ

นส.รุ่งทิพย์ รุ่งเรือง 70/4 หมู่4 ต.อุโลกสี่หมื่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี 71130

ความคิดเห็นที่ 1

สูตรเดิม ... เป้าอยู่ที่นั้น ... ตามผมมา ... ก่อนถึง ผมก็แวะบ่อยหน่อย ... จีบดอกไม้ริมทาง ... สักพัก ... พวกคุณไปกันเองละกัน

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement