กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน : ถนนนักลงทุน

วันที่ 19 สิงหาคม 2552 00:19

ยกแรก เสนาดีเวลลอปเม้นท์ หุ้นยังไม่เปรี้ยง !!!

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

กลายเป็นหุ้นลูกเป็ดขี้เหร่ เปิดตัวแรงแต่หุ้น "เข็นไม่ขึ้น" แม้จะมี "2 เฮียดัน" มาการันตี

ระดับ สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม แห่งบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ และ มนตรี ศรไพศาล แห่ง บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) บวกกับมาดนักบริหารรุ่นใหม่ระดับอินเตอร์ "ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์" กรรมการบริหาร บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ที่ประสบความสำเร็จในช่วงเปิดขายไอพีโอ แต่หลังออกสตาร์ทหุ้น SENA ก็ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง

ราคาหุ้นทำจุดสูงสุด (วันแรก) ไว้เพียง 2.08 บาท ก่อนจะลงมายืนที่ราคาไอพีโอ 1.98 บาท แม้แบรนด์ของเสนาฯ จะไม่โด่งดังเหมือนกับบริษัทขนาดใหญ่ที่ส่วนใหญ่เป็น "รุ่นน้อง" แต่ "ลูกไม้" ของ ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์ ผู้บุกเบิกธุรกิจบ้านจัดสรรเก่าแก่ 3 ทศวรรษ ยืนยันว่า อนาคตเสนาดีเวลลอปเม้นท์ไม่ขี้เหร่แน่ๆ

กว่าปีมาแล้วที่เธอพยายามบ่มเพาะชื่อแบรนด์เสนาไว้ในใจนักลงทุนผ่านการเปิดตัวในสื่อต่างๆ อาจกล่าวได้ว่า เป็นการลงทุนที่ "ไม่คุ้มทุน" ในช่วงแรก แต่ ดร.เกษรา ก็ยังหวังความสำเร็จที่จะตามมาหลังจากนี้ หากแต่เธอและพ่ออาจต่างกันที่ความทะเยอทะยาน ชื่อเสนาจึงเพิ่งเป็นที่รู้จักในรุ่นของเธอ

ในฐานะทายาทตระกูลธัญลักษณ์ภาคย์รุ่นที่ 2 ดร.เกษรา ไขข้อข้องใจผ่านกรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่า ความไม่เปรี้ยงของแบรนด์อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนบางรายไม่มั่นใจ ในช่วงที่เดินสายโรดโชว์ 9 จังหวัด นักลงทุนจะถามตลอดว่า แบรนด์เสนามีโอกาสโด่งดังในเมืองได้หรือไม่ (โครงการส่วนใหญ่อยู่ชานเมือง) และมีอุปสรรคในการขายมากน้อยแค่ไหน

"ขอบอกชัดๆ ตรงนี้ว่า ย่านลาดพร้าว และสุขุมวิท ที่ใครก็รู้ว่า "หิน" เราก็ทำมาแล้วและประสบความสำเร็จเสียด้วย ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเรา"

ดร.ยุ้ยขายจุดเด่นหุ้นของเธอโดยให้จับตา "เพชรในตม" ตัวนี้ไว้ให้ดีๆ เพราะกิจการในยุคของเธออยู่ในช่วงของการเติบโต หนึ่ง เราถือเป็นบริษัทที่มีกำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิอยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับบริษัทไซส์ใกล้เคียงกัน โดยมีอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ย 19-20% และมีกำไรขั้นต้น 37-43%

"เหตุผลที่เรามีตัวเลขทั้ง 2 ตัวนี้อยู่ในระดับสูงเพราะว่าบริษัทมีต้นทุนที่ดินและต้นทุนค่าก่อสร้างอยู่ในระดับต่ำ ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจระดมทุนในช่วงนี้ในจังหวะที่หลายคนอาจจะกลัว แต่สำหรับเสนาเราเห็นว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้สามารถเลือกซื้อที่ดินทำเลดีในราคาที่ไม่แพง เราใช้วิกฤติเป็นโอกาสเสมอๆ"

สอง ไซส์ธุรกิจที่ไม่ใหญ่ทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้อีกมากทั้งในแง่ของผลประกอบการและเงินปันผล อย่างในปี 2552 เชื่อว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 20% เรามีนโยบายจ่ายเงินปันผล 40% ของกำไรสุทธิ ล่าสุดพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.076 บาท รวมเป็นเงิน 51.30 ล้านบาท จากกำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกปี 2552 มีกำไรสุทธิ 127 ล้านบาท

เธอเล่าว่า ตระกูลธัญลักษณ์ภาคย์เกิดมาเพื่อเป็นนักพัฒนาที่ดิน ไม่ใช่นักเล่นหุ้น คุณพ่ออยู่ในธุรกิจนี้มา 30 ปี เริ่มจากการเข้าไปซื้อโครงการเก่าแบรนด์เสนาจำนวน 10 ห้อง นำมาปรับปรุงใหม่ ธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวทำธุรกิจค้าไม้และค้าวัสดุก่อสร้าง

ปัจจุบันบริษัทพัฒนาสินค้าภายใต้ 6 แบรนด์ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 3 แบรนด์ ได้แก่ “เสนาแกรนด์โฮม” ราคา 3-7 ล้านบาท ”เสนากรีนวิลล์” ราคา 2.5-3.5 ล้านบาท และ ”เสนาวิลล่า” ราคา 0.9-2.5 ล้านบาท สำหรับโครงการแนวสูง 2 แบรนด์ ได้แก่ ”เดอะนิช” ราคา 1.5-4 ล้านบาท และ ”เดอะแคช” ราคา 5.5-6 ล้านบาท รวมถึง “เสนาเฮ้าส์” เป็นโครงการอพาร์ตเมนต์ ค่าเช่า 6,500-8,000 บาทต่อเดือน

"โจทย์ที่ท้าทายของเราคือ การสร้างแบรนด์ให้ติดตลาด เราวางกลยุทธ์ว่าจะนำเสนาไปอยู่ในหลายทำเล โดยจะใช้โครงการคอนโดมิเนียมราคากลางๆ เป็นตัวชูโรง”

สำหรับเป้าหมายรายได้เธอตั้งธงอัตราการเติบโตขั้นต่ำที่ปีละ 10-15% โดยในปี 2552 มั่นใจว่าจะมีรายได้ตามเป้าหมาย 1,200 ล้านบาท เพราะผ่านมา "ครึ่งทาง" ทำได้แล้ว 654 ล้านบาท ในปี 2553 ตั้งเป้ารายได้ 1,600-1,700 ล้านบาท และในปี 2554 ตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท ในแง่อัตรากำไรสุทธิคงอยู่ในระดับบวกลบ 20%

ปัจจุบันบริษัทมีโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการ 15 โครงการ สำหรับครึ่งปีหลังยังมีโครงการที่เตรียมเปิดขายใหม่ คือ The Niche ลาดพร้าว 130 มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท The Niche รัชดา-ห้วยขวาง มูลค่าโครงการ 513 ล้านบาท โครงการเสนา แกรนด์โฮมเฟส 4 มูลค่า 260 ล้านบาท และ The Niche ตากสิน มูลค่า 450 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวม 2,323 ล้านบาท

อดีตอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วัย 35 ปี กล่าวปิดท้ายว่า ตั้งแต่เริ่มทำงานตอนอายุ 29 ปีจนถึงวันนี้ไม่เคยมีคำว่า "ดีที่สุด" เพราะมันต้องปรับปรุงไปเรื่อยๆ เมื่อสู้จนครบ 10 ยก ผลปรากฏว่า “แพ้” ก็ต้องยอมรับอย่างภาคภูมิ

แต่ตอนนี้เธอยังชกไม่ครบ 10 ยก ระฆังเพิ่งเริ่มยกแรกเท่านั้น แม้หุ้น SENA จะยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่เกมยังไม่จบ เมื่อเพชรแท้ไม่ถูก (นักลงทุน) เจียระไน ตอนนี้จึงเป็นได้แค่ "เพชรในตม" เพชรต้องตัดเพชรได้เท่านั้น...ถึงจะเรียกว่าเพชรแท้ในตลาดหุ้น

Tags : ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

สู้นะคุณเกษราผมมีหุ้นคุณอยู่

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement