กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน : ถนนนักลงทุน

วันที่ 17 สิงหาคม 2552 00:35

เล่นหุ้นงานหลังเกษียณ อดีตบิ๊กปตท.อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร

อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร

อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร

อดีตผู้บริหารปตท."อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร"ในวัย 64ปี เลือกเล่นหุ้นเป็นงานหลักหลังเกษียณ แนะเก็บหุ้นพลังงาน เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวพวกคุณจะรวย

เขาคือผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มธุรกิจน้ำมันมือวางอันดับต้นๆ อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจน้ำมันและการค้าระหว่างประเทศ บมจ.ปตท. ที่วันนี้เลือกเป็น "นักลงทุน" ในตลาดหุ้นอย่างเต็มตัว และนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการ บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) ที่เตรียมเข้าเป็นสมาชิกใหม่ในตลาดหลักทรัพย์เร็วๆ นี้
นอกจากจะเป็นนักบริหารมืออาชีพแล้วอีกมิติหนึ่งเขายังเป็น "เซียนหุ้น" ตัวยง

เจ้าตัวยืนยันว่าการลงทุนในตลาดหุ้นช่วง "หลายสิบปี" ที่ผ่านมาสร้างผลกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยใช้หลักการวิเคราะห์ Fundamental (ปัจจัยพื้นฐาน) ของหุ้นและติดตามภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด..ไม่ได้มีเทคนิคอะไรซับซ้อน
อดีตบิ๊ก ปตท.เล่าให้กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ฟังว่าเริ่มเข้าสู่ตลาดหุ้นตั้งแต่อายุ 29 ปี แต่มาเริ่มเล่นหุ้นแบบเอาจริงเอาจังตอนอายุ 41 ปี เป็นการลงทุนเพื่อวางรากฐานให้ชีวิตก่อนเข้าสู่วัยเกษียณ วันนี้กล้าพูดได้เต็มปากว่านอนกินเงินปันผล "อิ่ม" จน "พุงกาง"  แถมยังได้กำไรมหาศาลอีกด้วย

ทุกวันนี้อภิสิทธิ์เป็น "เสือนอนกิน" (เงินปันผล) เขานำประสบการณ์มาเล่าให้นักลงทุนรุ่นหลังฟังว่าการลงทุนในตลาดหุ้นรอบนี้ถือเป็น "โอกาส" ที่สำคัญอย่างมาก

"วันนี้ผมมีเงิน 100% จะแบ่งมาเล่นหุ้น 30% และจะลงทุนในหุ้น "กลุ่มพลังงาน" มากที่สุด โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม ปตท. เช่น PTT, PTTEP, PTTAR และ PTTCH ที่มั่นใจมากก็เพราะคลุกคลีอยู่ในธุรกิจพลังงานมานานหลายสิบปีรู้ดีว่าช่วงไหนควรช้อนช่วงไหนควรขาย ขอแนะนำว่าถ้านักลงทุนรายใดที่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อหุ้นตัวไหนให้พิจารณาหุ้นกลุ่มพลังงานดีที่สุด"

หุ้นที่เหมาะสำหรับผู้สูงวัยกลุ่มต่อมาคือ "กลุ่มประกันภัย" อภิสิทธิ์ เล่าว่าตัวเองเป็น “แฟนพันธุ์แท้” หุ้นกลุ่มนี้มานานมากเพราะจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น หุ้นเมืองไทยประกันภัย (MTI) และ กรุงเทพประกันภัย (BKI) อีกตัวหนึ่งคือหุ้นไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ (TF) หรือ หุ้นมาม่า 

"ผมถือหุ้น TF มาตั้งแต่ต้นทุน "เลขสองหลัก" วันนี้ราคาขึ้นไป 510 บาท หุ้น MTI ลงทุนมาตั้งแต่ปี 2529 ตอนนั้นมีต้นทุนต่ำมากๆ วันนี้ก็ 50 บาทแล้ว ส่วนตัว BKI ก็ถือมาตั้งแต่ราคาหุ้น "เลขสองหลัก" ปัจจุบันก็ปาเข้าไป 232 บาทแล้ว"

อายุยังเป็นเพียงตัวเลข ไม่มีการลงทุนอะไรที่สายเกินไป เซียนหุ้นพื้นฐานวัย 64 ยังยืนยันที่จะลงทุนทบต้นไปเรื่อยๆ หุ้นกลุ่มประกันก็จะซื้อเพิ่มหากมีโอกาส แต่ตอนนี้หุ้นมันไม่ค่อยมีสภาพคล่อง สำหรับหุ้นพื้นฐานดีๆ จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอแต่สภาพคล่องต่ำเขาจะรอซื้อช่วง "คนขวัญอ่อน" (ช่วงตลาดหุ้นตก) ทยอยขายออกมา ส่วนเราประเภท "คนขวัญแก่" ผ่านโลกมามากก็จะใช้จังหวะนี้เข้าไป "ช้อน" เก็บของถูก

เพราะฉะนั้น "ของดี" ก็มีช่วงกระหน่ำซัมเมอร์เซลค่อยเข้าไปซื้อ พอซื้อแล้วก็ถือไว้ยาวๆ "ถ้าช่วงไหนเห็นว่าสมควรเข้าไปช้อนนายอภิสิทธิ์คนนี้ไม่รีรอครับพี่น้อง" 

ข้อห้ามของการลงทุนสำหรับเซียนหุ้นรุ่นใหญ่ท่านนี้จะ "ไม่เล่นหุ้นตัวเล็กตัวน้อย" หุ้นพวกนี้ขึ้นลงตามกระแส (เจ้ามือ) ไม่เข้ามาดูแค่วันเดียวคุณก็มีสิทธิ “ขาดทุน” ถ้าคุณต้องการเล่นเก็งกำไรมาเก็งกำไรหุ้นบลูชิพพื้นฐานดีดีกว่า  

อภิสิทธิ์ บอกว่าปัจจุบันนี้เขาซื้อขายหุ้นอยู่ 3 โบรกเกอร์ บล.เคจีไอ บล.โกลเบล็ก และ บล.เอเซีย พลัส แต่ที่ แอ็คทีฟ (ซื้อขายบ่อย) ที่ บล.เคจีไอ มากที่สุด เจ้าตัวรีบตัดบทว่า "ห้ามถามเรื่องพอร์ตมันน้อย...อายคนอื่นเขา" 

เซียนหุ้นผู้อาวุโสเล่าต่อว่า นอกจากเงินเล่นหุ้น 30% แล้ว ส่วนเงินที่เหลืออีก 70% จะนำไปลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และซื้อพันธบัตรรัฐบาล เขาอธิบายว่าคนในวัยเกษียณคุณจะรู้คุณค่าของผลตอบแทนที่ได้สม่ำเสมอวันเวลาที่ผ่านไปจะสอนคุณถึงเรื่องนี้  

ส่วนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เริ่มเมื่อปี 2531 (ยุคพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ) เป็นการลงทุนแบบตกกระไดพลอยโจนมากกว่า ช่วงนั้นมีแต่คนซื้อที่ดินเก็งกำไรก็เอากับเขาด้วยไปซื้อห้องแถวที่มาบตาพุด 2 ห้องปล่อยให้เช่า และมีการลงทุนคอนโดมิเนียมด้วย ปัจจุบันก็ยังมองหาอสังหาริมทรัพย์ดีๆ แต่การลงทุนจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์

สำหรับเคล็ดลับที่ลงทุนในตลาดหุ้นประสบความสำเร็จมากว่า 20 ปี อดีตบิ๊ก ปตท.ไม่ปิดบัง หนึ่ง คุณต้องดูว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่จะลงทุนเป็นอย่างไร ผมจะให้น้ำหนักกับบริษัทที่มีผลการดำเนินงาน "เป็นบวก (กำไร) ทุกปี" และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดี

สอง จะดู EBITDA (กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา) ตัว EBITDA จะวัดความสามารถในการทำกำไรที่มาจากการดำเนินงานแท้จริงของบริษัท 

สาม จะดูภาพรวมเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศว่าไปได้หรือไม่ ถ้าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวคุณก็ไม่ควรเสี่ยงลงทุนจำนวนมาก ถ้าอยากลงทุนก็ควรเลือกซื้อเป็นตัวๆ ไป ในสถานการณ์ปัจจุบันบอกได้ว่าหุ้นกลุ่มพลังงานน่าลงทุนที่สุด เพราะกลุ่มนี้จะกลับมาเสมอเมื่อเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว

"ส่วนตัวผมจะมองการลงทุนในตลาดหุ้น และซื้ออสังหาริมทรัพย์คือการวางรากฐานให้ชีวิตในวัยเกษียณ ไม่ได้มุ่งหวังกำไรระยะสั้น ผมคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่อายุน้อยๆ บางคนอาจมองเป็นเรื่องเล็ก แต่ผมเห็นว่าถ้าเราไม่รีบวางอนาคตเพื่อวันข้างหน้า (เสียตั้งแต่วันนี้) ถึงวันเกษียณคุณจะลำบาก (ส่วนผมสบายแล้ว)"

เซียนหุ้นอาวุโสยังมองตลาดหุ้นในปี 2552 ว่าเมื่อต้นปียอมรับว่ากังวลกับภาวะเศรษฐกิจมาก แต่เมื่อผ่านมา 6 เดือนเริ่มเห็นทุกอย่างมีอาการทรงตัวไม่มีข่าวร้ายจากสหรัฐอเมริกามาซ้ำเติม ถ้าให้ประเมินยังเชื่อมั่นว่า SET Index ปีนี้ น่าจะยืนเหนือ 600 จุด แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับสหรัฐอเมริกาด้วยว่าเขาไม่แอบซุกข่าวร้ายอะไรไว้อีก

เขายังประเมินด้วยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2552 ไม่ได้น่าเป็นห่วงเหมือนกับปี 2540 ปัญหาติดตรงที่ว่าไม่สามารถขายสินค้าไปต่างประเทศได้ตามเป้าหมาย หากรัฐบาลหันมาใส่ใจเรื่องการค้าขายมากขึ้นเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้เร็ว ส่วนราคาน้ำมันในปีนี้ มีแนวโน้มจะยืนระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะฉะนั้น...ไม่ว่าหุ้นพลังงานตอนนี้ใครจะว่าซื้อถูกหรือแพงวันที่เศรษฐกิจฟื้นตัว มันจะทำให้คุณ "รวย"

---------------------------

ปั้น 'สยามโกลบอลเฮ้าส์' เข้าตลาดหุ้น

หนึ่งในภารกิจของ อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร ในฐานะประธานกรรมการ บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ คือ การปั้นบริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีอนาคต โดยหุ้น GLOBAL ขายไอพีโอ 260 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 2.55 บาท เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปขยายการลงทุนในต่างจังหวัด รวมทั้งสาขาเมืองทองธานี บนที่ดิน 140 ไร่ ซึ่งทางบริษัทได้ซื้อและโอนเรียบร้อยแล้ว

ปัจจุบันบริษัทเปิดดำเนินการ 7 สาขา ใน 7 จังหวัด แต่ละสาขามีพื้นที่ให้บริการ 18,000-28,000 ตารางเมตร ได้แก่ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุดรธานี เชียงใหม่ ระยอง ชลบุรี และ นครปฐม โดยปี 2551 มีรายได้รวม 4,001 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตจากปีก่อน 24.39% และไตรมาสที่ 1 ปี 2552 มีรายได้รวม 1,023 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 15.80% และนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิ

ขณะที่การดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ ตั้งเป้าการเติบโตไว้ในอัตรา 20-25% อภิสิทธิ์ บอกว่า บริษัทตั้งเป้าการเติบโตขั้นต่ำปีละ 10% โดยมีแผนเปิดสาขาใหม่ปีละ 3-5 สาขา โดยในช่วงเดือนธันวาคมจะเริ่มรับรู้รายได้จากสาขาราชบุรี และเดือนมกราคมปี 2553 จะเปิดสาขานครสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะเปิดสาขากาฬสินธุ์ อยุธยา ขอนแก่น และเมืองทองธานี ซึ่งเตรียมที่ดินไว้แล้ว

โดยที่เมืองทองจะเป็นสาขาในกรุงเทพฯ แห่งแรก จะแบ่งพื้นที่บางส่วนมาทำเป็นตลาดสดไว้ดึงดูดลูกค้า ตอนนี้อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญการทำตลาดสด คาดว่าภายใน 1-2 เดือนจะได้ข้อสรุป 

อภิสิทธิ์ ชูจุดเด่นของบริษัทว่า โกลบอลเฮ้าส์เป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่งและเครื่องมือช่างครบวงจรมากที่สุด (ธุรกิจคล้ายโฮมโปร) มีสินค้ามากกว่า 50,000 รายการ ตั้งแต่เหล็กเส้น ปูน ไฟฟ้า ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ก็มี และมีสินค้าแบรนด์ดังๆ เหมือนที่คู่แข่งรายใหญ่มี แต่พื้นที่สาขาใหญ่กว่ามีปริมาณสำรองสินค้ามากกว่า และสินค้าของบริษัทก็มีราคายุติธรรม เพราะไม่มีต้นทุนเรื่องค่าเช่าที่ดิน และสาขาทุกแห่งใช้แอร์น้ำแทนแอร์คอนดิชั่น ทำให้ต้นทุนลดลงได้มากกว่า 10% ปัจจุบันบริษัทยังมีจุดอ่อนเรื่องระบบการควบคุมสต็อก ขณะนี้กำลังแก้ไขอีกไม่นานทุกอย่างจะเรียบร้อย

"ใครซื้อหุ้นเรารับรองว่าไม่ผิดหวัง การกลับมาครั้งนี้รับรองว่าเราแข็งแกร่งร้อยเปอร์เซ็นต์" อภิสิทธิ์ กล่าวยืนยัน

Tags : อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4

น่าลองเหมือนกันครับ เสริมความรู้ดีมากๆครับ

http://suntornka.blogspot.com/

ความคิดเห็นที่ 3

เล่นหุ้นเป็นของคนมีตังค์ คนจนมนุษย์เงินเดือนแบบเราเอาเงินไปซื้อหวยน่าจะมีทางรวยมากกว่า มนุษย์เงินเดือนน่ะ ถ้ามี 70%เป็นค่าใช้จ่าย มีอีก 30% เก็บฝากธนาคาร ก้ถือว่าบุญหัวแล้ว คุณอภิสิทธิ์เป็นบอส ปตท เงินเดือนหลักแสนปลายๆ บางคนบิ๊กบอสตอนนี้เงินเดือน ล้านสอง ไม่รู้เอาไปทำอะไรก็เอาไปเล่นหุ้นดิ โอแม่เจ้า ทำไมคนรวยกับคนจนมันจึงได้ห่างกันเยอะนะ

ความคิดเห็นที่ 2

เพิ่งรู้นะเนี่ยว่า "เฮียอภิสิทธิ์" ก็เซียนหุ้น

ความคิดเห็นที่ 1

ลดนน.หลังคลอด 3-10โล ใน 1 เดือน

ลดนน. เพื่อดูแล ความดัน และเบาหวาน โรคหัวใจ

เริ่มต้น ...หุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี ด้วยโปรแกรมดูแล

รูปร่าง และ สุขภาพ จากสหรัฐอเมริกา
* ได้รับ อ.ย.
* ไม่ต้องทานยา
* ไม่ต้องออกกำลังกายหักโหม
* ได้ผลลัพธ์ ทั้งน้ำหนัก และรูปร่าง
* คิดค้น และวิจัยโดยแพทญ์ และ ผู้เชี่ยวชาญ
สนใจ โปรแกรม พิมพ์
Thaidietcenter.com/gooddiet
ไม่ต้องพิมพ์ www.

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement