แม้เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จะขาดทุนอย่างหนัก โดนพิษเศรษฐกิจ 'สอยร่วง' มาแล้ว 2 ปี แต่ 'เสวก' ยังหวังห่าฝนจากงบรัฐมาช่วยชุบชีวิต
ฝนจากฟ้าหล่นมาคราใด แม้แต่ต้นหญ้าก็ย่อมได้น้ำ บมจ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง เห็นแล้ว "น้ำบ่อหน้า" จากงบประมาณที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กำลังผลักดัน "ห่าฝนแห่งความหวัง"
"หุ้น PLE น่าจะถึงจุดต่ำสุดไปแล้ว ขอให้นักลงทุนอย่ามองแต่ว่าบริษัทเราขาดทุนอย่างเดียว ขอให้มองว่าเรามีโอกาสฟื้นตัวตามเศรษฐกิจด้วย" เสวก ศรีสุชาต ประธานกรรมการ บมจ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง บอกกับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek
เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง เริ่มมีฐานะทางการเงินที่สั่นคลอนนับตั้งแต่งานก่อสร้างภาคเอกชนหลายโครงการ "เก็บเงินไม่ได้" โครงการบ้านเอื้ออาทรมีการปรับลดจำนวนบ้านที่ก่อสร้างจาก 18,000 หน่วย เหลือ 7,513 หน่วย ประกอบกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น รวมถึงมีการตั้งสำรองกรณี บริษัท เทคเนอร์ จำกัด ถูกการเคหะแห่งชาติบอกเลิกสัญญา และกรณีที่ถูกเจ้าของเดิมโครงการบำรุงเมืองพลาซ่าฟ้องร้องโต้ตอบกันอีกหลายคดี
ข่าวร้ายมะรุมมะตุ้มจนเสวก ศรีสุชาต ถึงกับตัดพ้อในอาชีพงานรับเหมาระบบและงานก่อสร้างที่ทำมาค้าขายไม่คล่องเหมือนแต่ก่อน
“ปัญหาใหญ่ของเราตอนนี้คือลูกค้าเริ่มติดหนี้ค่าก่อสร้างตั้งแต่ปีที่แล้วถึงตอนนี้เราตั้งสำรองไปแล้ว 7-8 ราย มูลค่าร่วมๆ 300 ล้านบาท ลูกค้าบางรายไม่เคยจ่ายเงินเราสักครั้ง” เสวก บอกถึงสาเหตุ ทำไม! เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง ถึง "ขาดทุน"
ด้านสถาบันการเงินก็เข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กทำให้ยิ่งขาดเงินทุนที่จะก่อสร้างต่อ ล่าสุดบริษัทกำลังยื่นฟ้องร้องเจ้าของโครงการคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านพระราม 4 มูลหนี้ 10 ล้านบาท
“ตอนนี้เราแทบจะตั้งกรรมการเพื่อติดตามหนี้ลูกค้าทุกอาทิตย์เลยทีเดียว” เสวก เล่าให้ฟัง..แม้แต่ สุธี ตันติวณิชชานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (ซีเอฟโอ) ของบริษัทที่ร่วมงานมาตั้งแต่ปี 2548 ก็ยื่นใบลาออกโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา
วิธีแก้ไขปัญหาได้รับคำอธิบายว่า คงต้องใช้วิธีเจรจายืดหนี้หรือเปลี่ยนหนี้เป็นทรัพย์สินแทน แต่คงไม่ใช้วิธี "ยึดหุ้นที่นำมาจำนองไว้" เหมือนกับกรณีโครงการบำรุงเมืองพลาซ่า ที่ตอนนี้บริษัทชนะคดีในศาลชั้นต้นไปแล้ว แต่ทราบมาว่าเจ้าของเดิม (กฤษฎา วนิชชีวะ และมะลิ เอกอริยะกุล) ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อในข้อหายึดหุ้นของเขาอย่างผิดกฎหมาย
“เราจำใจต้องเข้าไปถือหุ้นบริษัทเขา ที่จริงเราอยากขายโครงการนี้ เพราะเป็นธุรกิจที่เราไม่ถนัด ถ้าเจ้าของเดิมมีเงินมาจ่ายค่าก่อสร้างกับเราก็ยินดีที่จะคืนหุ้นทั้งหมดให้”
ปัจจุบันได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าส่งเสื้อผ้ามาดูแลโครงการบำรุงเมืองพลาซ่าแล้ว ส่วนตัวไม่เชื่อว่าแม่ค้าที่อยู่รอบโครงการไม่ยอมย้ายเข้ามาขายภายใน เพราะต้องการทำสัญญากับเจ้าของเดิม แต่น่าจะเป็นเพราะสภาวะเศรษฐกิจไม่ดีมากกว่า
“โครงการนี้ถ้าเราไม่สามารถหาผู้ซื้อต่อได้อาจจะต้องใช้เวลาคืนทุน 6-7 ปี ตอนนี้ก็มีเจรจากับกลุ่มทุนจากจีนและญี่ปุ่นอยู่แต่ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีทุกอย่างก็เลยล่าช้า”
ส่วนแนวโน้มธุรกิจของเพาเวอร์ไลน์ในปีนี้ เสวก ยอมรับว่า รายได้ปีนี้คง "ใกล้เคียง" (เสมอตัว) หรือ "ต่ำกว่า" ปีที่แล้ว (ที่ทำไว้ 9,136 ล้านบาท) นิดหน่อย คาดว่าไตรมาสสามจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวงานในประเทศปีนี้อาจจะติดลบ 10-20% แต่โชคดีที่มีงานต่างประเทศเข้ามาชดเชย สัดส่วนงานขณะนี้เป็นงานเอกชน 70% งานภาครัฐ 30% โดยแบ่งเป็น Backlog งานในประเทศ 6,000 ล้านบาท และงานต่างประเทศ 5,000 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ 6,000 ล้านบาท
ส่วนงานประมูลรถไฟฟ้าสายสีม่วงสัญญาที่สาม ที่ร่วมกับ บมจ.แอสคอน คอนสตรัคชั่น และบริษัท รวมนครก่อสร้าง (ประเทศไทย) จำกัด เสนอราคาต่ำสุดประมาณ 6,400 ล้านบาท น่าจะถูกต่อรองลงมา 5,800-5,900 ล้านบาทนั้น เพาเวอร์ไลน์ถือหุ้นสัดส่วน 30% บริษัทจะได้ส่วนแบ่งจากงานนี้ประมาณ 2,000 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในปีหน้าและเชื่อว่ารัฐคงจะไม่กดราคาจนทำให้ขาดทุน
นอกจากนี้ บริษัทยังยื่นประมูลงานก่อสร้างที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์อีก 2-3 งาน มูลค่าตั้งแต่ 2,000-8,000 ล้านบาท เชื่อว่าถ้าราคาน้ำมันดิบโลกยังอยู่ในระดับ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ชาติตะวันออกกลางยังมีกำลังทรัพย์มากพอที่จะลงทุนงานก่อสร้างใหม่ได้
ขณะเดียวกัน เขายังคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ว่า น่าจะรักษาอยู่ในระดับ 10-15% ได้ เนื่องจากราคาเหล็กลดลงมามาก ขณะที่เมื่อปี 2551 ช่วงที่น้ำมันแพง-เหล็กแพงบางโครงการถึงกับ "ติดลบ" แต่ปีนี้สามารถควบคุมต้นทุนได้
อย่างไรก็ตาม "กำไรสุทธิ" ในปีนี้ เสวกไม่ขอยืนยันว่า "ปีนี้จะพลิกมีกำไรได้หรือไม่" เพราะไม่แน่ว่าลูกค้าที่เหลือกับลูกค้าใหม่จะ “เบี้ยวหนี้” อีกหรือไม่ ขณะที่บริษัทตั้งสำรองหนี้เก่าไปแล้ว 80-90% คาดว่าจะไม่ต้องตั้งสำรองหนักๆ อีก ถ้าลูกค้าใหม่ของเราไม่มีปัญหาอีกรับรองว่ามีกำไรแน่
พร้อมกันนี้ เสวกยังเปรยๆ ให้ฟังว่า ในอนาคตเพาเวอร์ไลน์อาจจะขยายธุรกิจไปทำ โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ในต่างประเทศ แต่ต้องรอให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวก่อนค่อยมาว่ากัน และไม่แน่อีกเช่นกันอาจหันไปทำ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ถ้าเมื่อไรที่มีเงินทุนพร้อม
ส่วนแผนขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) จำนวน 180 ล้านหุ้น กำลังเจรจากับผู้สนใจในประเทศ 1-2 ราย คาดว่าจะสรุปได้ภายในปีนี้ ถ้าดีลนี้จบพันธมิตรใหม่จะมีสัดส่วนถือหุ้น PLE ประมาณ 25% บอกได้ว่า เป็นได้ทั้งกองทุนหรือตัวบุคคลแต่ต้องเป็น Strategic Partner ไม่ใช่ถือหุ้นเฉยๆ ระหว่างนี้สถานะการเงินของบริษัทยังไม่มีปัญหา หนี้สินต่อทุนแค่หนึ่งเท่ากว่าๆ
สำหรับทิศทางหุ้น PLE เขามองว่า เป็นไปได้ว่าอาจผ่าน "จุดต่ำสุด" ไปแล้ว จากนี้ไปน่าจะเป็น “ขาขึ้น” เพราะแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยเข้มแข็ง” ผ่านสภาฯ ไปแล้ว เชื่อว่างานประมูลภาครัฐจะทยอยออกมาจำนวนมากมีงานทำกันแทบไม่ทัน
“ผมก็ติดหุ้นตัวเองตั้งเยอะ ขอให้นักลงทุนอย่ามองแต่ว่าบริษัทจะขาดทุนอย่างเดียว ขอให้มองว่าเรามีโอกาสฟื้นตัวตามเศรษฐกิจด้วย ถึงเวลานั้นเชื่อว่าหุ้น PLE คงไม่ตกต่ำอยู่แค่นี้แน่" เสวก พูดเป็นนัยๆ ประมาณว่าหุ้น PLE (และหุ้นรับเหมา) ใกล้ "มา" เต็มที
Tags : เสวก ศรีสุชาต

ความคิดเห็นที่ 11
heer , 19 มีนาคม 2554 16:26
กรูก็เหมือนกันสงสัยต้องเลียกระโปรกแมร่ง
ความคิดเห็นที่ 10
tuksin chinnawat , 19 มีนาคม 2554 15:57
กรูทำงานให้บริสัตKuayนี่มา5ปีแล้วเงินเดือนยังไม่ถึง17,000เลยตำแหน่งEngนะ
ความคิดเห็นที่ 9
KUAY , 30 สิงหาคม 2553 09:17
kuay บริสัตว์ เฮงซวย บอกว่าไม่เกียวข้องกับการ์ต้า รู้กันไหม?ว่าคนงานการ์ต้า โดนพวก * หลอกมามากขนาดไหน? แล้วยังเสือกกล้าพูดว่า ดีที่ได้เงินจากการ์ต้ามาช่วย หัวดอเอ๋ย..
ความคิดเห็นที่ 8
ฟท , 16 กรกฎาคม 2553 13:57
Eอ้วนจัดซื้อ ออกได้แล้วอยู่นานไม่มีประโยชน์ขาดทุนบริษัทเปล่า ๆ q
ความคิดเห็นที่ 7
hnam , 16 กรกฎาคม 2553 13:54
ซวยแม่มันทุกคนเลยสัตว์
ความคิดเห็นที่ 6
ตกงาน , 11 กันยายน 2552 17:32
โดนเลิกจ้างออกจากที่นี่เหมือนกัน รู้งี้ไม่มาทำด้วยดีกว่าคิดว่าบริษัทใหญ่โตแล้วจะมั่นคง คิดผิดเลยทีเดียว ที่เดิมก้อดีอยู่แล้ว ชีวิตหนอชีวิต ซวย
ความคิดเห็นที่ 5
รน , 25 กรกฎาคม 2552 10:45
คนทำงานอย่างเราๆ ต้องร่วมกันสร้างวัฒนธรรม ร่วมกัน blacklist บริษัทที่พอเศรษฐกิจไม่ดีแล้วเลิกจ้าง วันหลังเศรษฐกิจฟื้น ให้มันหาคนมาทำงานไม่ได้ ก็เท่ากับมันขยายกำลังการผลิต กำลังการดำเนินการไม่ได้
ความคิดเห็นที่ 4
= = , 22 กรกฎาคม 2552 21:00
***ตรงไหนของ กทม.หว่าคุ้นๆเอารูปตึกดูโลกภายนอกด้วยดีกว่าในกรอบแคบๆมั้งครับคิดอะไรไม่ค่อยออกเพราะอยู่ในกรอบอ่ะมองอะไรไม่ค่อยเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
007 , 22 กรกฎาคม 2552 12:00
คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า (แต่ต้องเส้นใหญ่ด้วยนะ ถึงจะเข้าได้) อิ อิ
ความคิดเห็นที่ 2
nanta , 22 กรกฎาคม 2552 11:57
แต่ที่แน่ ๆ บอสัดนี้เขาเลิกจ้างพนักงานไปแล้วรอบนึงเมื่อปลายเอนมิถุนายนที่ผ่านมานี่เอง อ้างผลประกอบการไม่ดี จำเป็นต้องลดจำนวนพนักงาน เขาทำเนียนมากเลยนะ บอกวันนี้ ออกวันนี้ อ้างว่าให้ค่าชดเชยแล้วตามกฎหมาย จะมาเรียกร้องอะไร เจ็บมะ คนที่ขี้ประจบ สอพลอเจ้านาย ก็อยู่ได้ แต่คนตั้งใจทำงานจริง ๆ ที่ไม่สนองผลประโยชน์ก็เอามันออกไป
ความคิดเห็นที่ 1
66 , 22 กรกฎาคม 2552 08:21
กลุ่มก่อสร้างกำไรต่ำมากเจ้าของรวยนักการเมืองรวยแต่รายย่อยกินแกลบดูอย่างเนาวรัตไม่เคยจ่ายปันผล,