กรุงเทพธุรกิจ

การเงิน - การลงทุน : ถนนนักลงทุน

วันที่ 28 มิถุนายน 2552 08:32

เจ มาร์ท มากับสโลแกน Open the Door

อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท

อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท

เพียงแค่เปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบมจ.เจ มาร์ท (JMART) ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ด้วยการนำเสนอขายหุ้นไอพีโอ 75 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ1.80 บาท พบชื่อ "คนดัง" ถือหุ้นหลายราย  เช่น "เสี่ยป๋อง" วัชระ แก้วสว่าง ถือ 3,000,000 หุ้น ยรรยง อัครจินดานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง ก็มีรายชื่อ แต่ราคาหุ้นหลังเข้ามาทดสอบตลาดกลับไม่ค่อยประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ ขณะที่ อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท เตรียมสารพัด "ข่าวดี" เพื่อหนุนราคาหุ้นอย่างเต็มที่

"ผมยังมีของดีเตรียม “เซอร์ไพรส์” นักลงทุนอีกเพียบ ถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือ มีเรื่องเล่าอีกเป็น “กระบุง” ถ้าจะให้ยกตัวอย่างแบบที่ใครได้ยินแล้วต้องทำตาโตใส่ คงไม่พ้นเรื่องที่กำลังเจรจากับพันธมิตร เพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย 1+1 เท่ากับ 3 ไม่ใช่ 2” อดิศักดิ์ คุยผ่านกรุงเทพธุรกิจ BizWeek

พร้อมทั้งเล่าว่า กำลังคุยกับพันธมิตรที่จะทำให้เจ มาร์ทวิ่งไปไกลชนิดคู่แข่งตามไม่ทัน พันธมิตรรายนี้จะเข้ามาเสริม “จุดแข็ง” ให้บริษัทมีความแกร่งมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว แต่รายละเอียดยังเปิดเผยไม่ได้

แม้วันนี้ ธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริษัทเป็นอันดับหนึ่งแล้วแต่ถ้ารู้จักเพื่อนที่แข็งแรงนอกประเทศ ก็ควรจะจับมือกับเขาจะได้มีอำนาจต่อรองธุรกิจเพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจบริหารติดตามเร่งรัดหนี้และบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ปัจจุบันมองว่ามีคู่แข่งไม่มาก แต่ถ้าเรามีพันธมิตรที่แข็งแกร่งในเรื่องนี้มาช่วยเสริมทัพก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น ก่อนที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็มีคนแวะเวียนมาจีบเราเรื่อย แต่ยังไม่ตกลงกับใครเพราะเรื่องนี้มันต้องรอบคอบ   

"จริงๆ ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้เดี๋ยวหาว่า "ขี้โม้" แต่อยากบอกว่าเรากำลังคุยกับพันธมิตรอยู่จริงๆ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เรื่องเงินทุนอย่างเดียว แต่เราต้องการทั้งเทคโนโลยี และเงิน ฉะนั้นวันนี้ผม Open the Door กับทุกคน ร่วมถึงคู่ค้าด้วย"

สำหรับแผนธุรกิจในช่วง 2-3 ปีนี้ ผู้ก่อตั้งเจ มาร์ท บอกว่า มีการบ้านต้องทำหลายข้อ โจทย์อยู่ที่จะทำอย่างไรให้ทั้ง 3 ธุรกิจ (ขายโทรศัพท์มือถือ-ติดตามหนี้-บริหารพื้นที่ร้านค้าปลีก) มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นทุกปี 

แผนคร่าวๆ ในปี 2554 ต้องทำให้ธุรกิจบริหารติดตามเร่งรัดหนี้และบริหารหนี้ด้อยคุณภาพมี "กำไรขั้นต้น" ระดับ 30% เมื่อเทียบกับปี 2552 อยู่ที่ 15% โดยมีแผนจะซื้อหนี้มาบริหารเพิ่มจาก 4,500 ล้านบาท เพิ่มเป็น 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2554 จะหันมาซื้อหนี้ประเภทที่อยู่อาศัย และรถยนต์ จากเดิมที่ซื้อเพียงสินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้บัตรเครดิต เพราะหนี้ที่อยู่อาศัยและรถยนต์มีกำไรขั้นต้นสูงกว่า 20% คาดว่าจะได้ข้อสรุปในต้นปี 2553

สำหรับเงินทุน อดิศักดิ์ บอกว่า ไม่เป็นห่วงปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำเพียง 0.6 เท่า (ก่อนเข้าตลาดหุ้นอยู่ที่ 1.2 เท่า) ขณะเดียวกันยังสามารถขายหุ้นเพิ่มทุนหรือออกหุ้นกู้ได้ แต่เบื้องต้นสนใจวิธีกู้เงินจากธนาคารมากที่สุด  

ส่วนธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตั้งเป้าเพิ่มมาร์เก็ตแชร์จาก 18% ในปี 2552 เป็นราวๆ 20% ภายในปี 2554 โดยจะเปิดสาขาเพิ่มขึ้นจาก 200 สาขา เป็น 280 สาขา ซึ่งจะใช้เงินลงทุนแต่ละสาขา 1.5-3 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีแผนเพิ่มพื้นที่ค้าปลีกโทรศัพท์เคลื่อนที่และพื้นที่ค้าปลีกทั่วไป ภายใต้ชื่อ IT Junction จาก 26 แห่ง คิดเป็น 9,188 ตารางเมตร เป็น 30-40 แห่ง คิดเป็น 13,000-15,000 ตารางเมตร

สำหรับในปี 2552 อดิศักดิ์ มั่นใจว่า กำไรสุทธิจะขยายตัว 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 97 ล้านบาท แม้ว่าไตรมาส 1 ปี 2552 จะทำได้เพียง 20 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 28 ล้านบาท เหตุผลที่มั่นใจเป็นเพราะกำไรในส่วนธุรกิจบริหารติตตามเร่งรัดหนี้สินจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนในแง่ของรายได้ "ไม่เน้น" คาดว่าจะมีรายได้จากธุรกิจมือถือ 95% ธุรกิจพื้นที่ให้เช่า 2% ธุรกิจบริการติดตามเร่งรัดหนี้สิน 3%

สำหรับนักลงทุนชื่อดังที่เข้ามาถือหุ้น ผู้บริหารรายนี้ ยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว และไม่รู้ว่าเขาซื้อหุ้น JMART ด้วยเหตุผลใด ส่วนตัวไม่ค่อยสนใจเรื่องหุ้นจะมุ่งเรื่องการทำธุรกิจให้ดีมากกว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาทำงานด้วยความอดทน และตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของการรอคอย เชื่อว่าถ้ารีบร้อนคงไม่ได้อะไรดีๆ เข้ามาในชีวิต เห็นได้จากเมื่อ 5 ปีก่อน เจ มาร์ทแทบไม่เคยอยู่ในสายตาใครก็คิดว่า "ไม่รอด" แล้ววันนี้เป็นอย่างไร คู่แข่งที่ร่วมทางเดียวกับเราหายหน้ากันไปหมดแล้ว

ผู้สร้างตำนานเจ มาร์ท กล่าวตบท้ายว่า ถ้าเปรียบเจ มาร์ทเป็นภาพยนตร์คงเป็น "หนังยาว" ไม่ใช่หนังสั้น ฉะนั้นยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้นักลงทุนได้ติดตามอย่างแน่นอน

"เราเป็นตัวจริงเสียงจริงอย่างน้อยก็สามารถกระตุ้นหุ้นกลุ่มสื่อสารให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง หลังหุ้นหลายตัว นอนนิ่งมานาน ไม่ได้เกิดจากมีคนดังมาถือหุ้นเรานะ แต่เป็นเพราะผมมีของดีอยู่ในตัวต่างหาก อย่างน้อยๆ สิ้นปี 2552 จ่ายปันผลมากกว่า 0.33 บาทได้ชัวร์"

Tags : เจ มาร์ท JMART อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement